Misophonia ภาวะมีโซโฟเนีย เกลียดเสียงเคี้ยวอาหาร
ภาวะมีโซโฟเนีย (Misophonia) เป็นภาวะอาการที่หงุดหงิด รำคาญ หรือเกลียดเสียงที่เกิดขึ้นรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เสียงเคี้ยวอาหารของคนข้าง ๆ เสียงช้อนส้อมกระทบกัน เสียงเคี้ยวน้ำแข็ง กลืนน้ำกลืนอาหาร เสียงเท้ากระทบพื้น กดปากกา กดแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด เสียงคลิกเมาส์ ฯลฯ 

ฉันเกลียดเสียงเคี้ยวข้าวของคนอื่น เสียงกลืนน้ำลาย เสียงลิ้นที่กำลังกลั้วอาหารในปาก เสียงกลืนอาหารลงในลำคอ แม้จะเบาจนแทบไม่ได้ยิน และเคี้ยวหุบปากอย่างสุภาพ แต่มันก็มีเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ลอดผ่านโสตประสาทหู ให้ฉันได้้ยินเสมอ 

ฉันเข้าใจว่าสิ่งที่ฉันรู้สึกเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และไม่ควรคิด แต่ฉันจะรู้สึกคลื่นไส้ อยากจะอ้วก ขยะแขยง เวียนหัว เมื่อได้ยินเสียงเคี้ยวของคนอื่น

ถ้าทำความเข้าใจกัน อาจจะเข้าใจได้ มันเกิดจากการใช้สมองส่วนหน้ามากเกินไป การทำงานสมองส่วนหน้า เป็นส่วนที่ควบคุมอารมณ์และรับรู้ความรู้สึก

พรสวรรค์ของฉัน คือ รับรู้ความรู้สึกของคนอื่น และมีความไวต่อความรู้สึกของคนอื่น เพียงแค่ขยับกล้ามเนื้อ หรือกระพริบตา น้ำเสียง หรือท่าทาง ฉันก็สามารถสัมผัสได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร และคิดอะไรอยู่ แต่เพราะว่าสมองส่วนหน้าฉันคงทำงานมาก ฉันรับรู้ความรู้สึกคนอื่น ๆ เป็นประจำ นั่นคืองานของฉัน ..

ฉันเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว ส่วนหนึ่งเพราะสมองส่วนหน้าทำงานหนัก และฉันก็อนุญาตให้ความรู้สึกเหล่านั้นเกิดขึ้น และยอมรับมัน บางครั้งฉันจะพูดไปตรง ๆ ว่าฉันกำลังโกรธ มันเป็นวิธีการที่ดี ที่ช่วยทำให้ฉันหายโกรธ เป็นความโกรธที่ไม่รุนแรง แต่เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดบ่อยครั้ง 

ฉันคงไม่กล้าบอกใครว่า ..ตอนนั่งกินข้าวกับเขา ฉันรู้สึกขยะแขยงขึ้นมา ..ฉันคงเป็นคนประหลาด และถูกมองอย่างเข้าใจผิด ฉันไม่ได้อยากรู้สึกแบบนั้น และไม่ได้คิดในแง่ลบ กับเสียงเคี้ยวเลย ฉันเข้าใจว่า การเคี้ยวข้าวต้องมีเสียง ...เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ร่างกายของฉันไม่ตอบสนองแบบนั้น

ฉันเก็บความลับนี้เอาไว้ เพื่อรักษามารยาท และเป็นการปกป้องตัวเอง แต่ถ้าฉันจะต้องทนฟังเสียงใครเคี้ยวข้าวไปตลอดชีวิต เวลา 3 มื้อ คงทำใจลำบาก เพราะมันทำให้ฉันกินอะไรไม่ลง

ฉันชอบการแชร์โมเม้นต์ในการกิน วิธีที่ทำให้ การกินดูผ่อนคลายขึ้น คือ มีเสียงเพลง และชวนคุยไปเรื่อย ไม่ต้องโฟกัสกับเสียงเคี้ยวอันน่าขยะแขยง ชวนอ้วก ที่ทำให้ฉันเหงื่อออก หัวใจเต้นเร็ว มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉันเองก็ไม่รู้ตัว และควบคุมความรู้สึกนั้นไม่ได้ แต่ฉันสามารถควบคุมการแสดงออกได้ โดยไม่แสดงสีหน้าขยะแขยง หรือพูดออกไป หากทนไม่ไหวจริง ๆ ฉันก็มักจะขอตัวไปห้องน้ำ หรืออ่านหนังสือตอนที่ต้องกินข้าวกับคนอื่น แล้วโฟกัสตัวอักษรที่สร้างสีสันให้กับชีวิตแทน 

แต่ภาวะนี้ก็ไม่มีผลกระทบต่อชีวิตมาก เพราะฉันตอบสนองเฉพาะเสียงเคี้ยวของคนอื่นเท่านั้น...เสียงอื่น ๆ ฉันตอบสนองปกติ 
ฉันป้องกันปัญหานี้โดย กินข้าวคนเดียว และไม่เคยบอกใครให้รู้ ว่าฉันมีภาวะแบบนี้ เพราะมันฟังดูไม่สมเหตุสมผล ดูเหมือนว่า ฉันเรืิ่องมาก

ไม่ได้ผิดที่ใคร...สมองส่วนหน้าของฉันทำงานหนักเอง .
SHARE

Comments

Papilion
22 days ago
เอ่อ... มีช่วงเวลาไหนกับคุณผู้หญิง ที่ผมสามารถทำตัวได้ตามปกติบ้างครับ?  😂
อ๋อ ... ช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันค่ะ 55555555 🤣🤣😛😘
💗💗
Reply
Rutcha
22 days ago
55555 อันนี้ฮาจริง
ช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันค่ะ ทำตัวตามสบายเลย. ^_^
Papilion
22 days ago
โห เอาจริงด้วยนะ 5555555555 
มียาลดสมองส่วนหน้าที่ไหนขายบ้างครับ!! 🤯🙄😅
ขนาดดดดนั้นนนน เลย 😄😋
Rutcha
22 days ago
มีค่ะ มี ^_^ ไม่ถึงขนาดกับต้องกินยานะ
อาการไม่หนักค่ะ ยังควบคุมตัวเองได้ >