ทำตัวให้พร้อม ในวันฝนตก
วันที่ 7 

วันนี้ฝนตกหนักตลอดคืน จนถึงเช้า ฉันตื่นเร็วกว่าปกติ เพราะเข้านอนไว หลับสนิททั้งคืน ฉันตื่นตี 5 เพื่อมานั่งอ่านหนังสือ The Asshole survival guide 
6.15 น. เวลาเดิม ที่เดิม เขาคนเดิม มากดกริ่งที่หน้าบ้าน ฝนยังตกปรอยๆ ฉันกางร่มลงไปเปิดประตูรั้ว 

“วันนี้ฝนตก ยังจะไปออกกำลังหายอีกหรอคะ” ฉันแปลกใจที่เห็นพี่หมอ ในชุดออกกำลังกายและสวมเสื้อกันฝน 

“There’ no such thing as bad weather,only bad clothes.” พี่หมอพูดขึ้น

“ อ่อ อะเคค่ะ ไม่มีสภาพอากาศที่ไม่ดีหรอก มีแต่เสื้อผ้าที่ไม่พร้อมเท่านั้น....” ฉันพึมพำ พูดทวนความหมายที่พี่หมอบอก

“ใช่ครับ ตอนพี่อยู่นอร์เวย์ คำนี้แหละ ทำให้เราผ่านทุกอุปสรรค ทำตัวให้พร้อมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง” พี่หมอร่ายยาว เหมือนโฆษณาชวนเชื่อ แต่ฉันไม่เชื่อ 

“ไม่เอา ไม่ไป ถ้าเป็นหวัด อาการหนูจะหนักมากกค่ะ” ฉันบอกปฏิเสธ

“ใส่เสื้อกันฝน พี่เอามาให้ เอาไปสิ แล้วไปใส่รองเท้า ออกมาวิ่ง” พี่หมอชวนกึ่งสั่ง 

“จักรยานล่ะคะ” ฉันถามถึงจักรยานของฉันที่ล้อพังเมื่อวาน พี่หมออาสาเอาไปซ่อมให้
“ช่างกำลังซ่อมครับ พรุ่งนี้นะ พี่เอามาคืน” พี่หมอตอบ 

ฉันไปเปลี่ยนรองเท้าแล้วใส่ชุดกันฝน
“มาแล้วค่ะ ..เดินได้มั้ย ไม่วิ่งนะ กลัวน้ำกระเด็น” ฉันบอก
“หึหึ เงื่อนไขเยอะ” พี่หมอหัวเราะในลำคอ 

“พี่หมอรู้จักการออกกำลังกายแบบญี่ปุ่นไหม”
ฉันเปิดเรื่อง

“Tabata หรอ” พี่หมอถามกลับ
“Tabata โหดไป ที่เค้าออกกำลังกายเบา ๆ ไม่ทำให้กล้ามเน้ื้อเจ็บอ่ะ นึกชื่อไม่ออก” ฉันครุ่นคิด
“Surotori ใช่มั้ย” พี่หมอพูดขึ้น
“อ่า นั่นแหละ ...วันนี้เรามาเดินแบบ surotori กันเถอะ” ฉันเสนอ 
“กลัวน้ำกระเด็น เลอะขา ก็บอกมาเถอะครับ” พี่หมอรู้ทัน

เราเดินกึ่งวิ่ง ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายเบา ๆ
“พี่หมอรู้ไหม ฝนในทางจิตวิทยา หมายถึง อุปสรรค” ฉันกล่าวเปิดเรื่อง 
“อืม...ครับ คนส่วนใหญ่ไม่ชอบตากฝน เพราะกลัวเปียก กลัวเลอะ” พี่หมอพูดเสริม 
“นั่นแหละค่ะที่จะบอก คนปกติกลัวฝน ส่วนพี่หมอไม่ปกติ” ฉันบอก
“ใช่ครับพี่ไม่ปกติ เพราะพี่เป็นคนพิเศษ” พี่หมอหยอดกลับมา ฉันแทบรับมุขไม่ทัน
“.......” ฉันเงียบ 

“มีเรื่องอะไร เล่าได้นะ ดูคิ้วสิ ขมวดปมเลย” พี่หมอสังเกตุเห็น
“กลัวฝน กลัวฟ้าผ่า กลัวฟ้าร้อง กลัวเปียก กลัวเลอะ กลัว....” ฉันบอกแบบมีีนัยยะแฝง ว่าฉันกำลังมีปัญหาบางอย่างในใจ
“กลัวเก่งนะ เราน่ะ 55555” พี่หมอหัวเราะเยาะ

“ไม่กลัวแล้วก็ได้” ฉันประชด
“กลัวได้นะ...เราจะจัดการมันยังไงดีครับ คุณจิตแพทย์ ” พี่หมอถามนะมีน้ำเสียงล้อเลียนหน่อยๆ 
“ยอมรับมัน” ฉันตอบเสียงราบเรียบจริงจัง
“รู้...แต่ทำไม่ได้ใช่ไหม ถ้าทำไม่ได้ตอนนี้ ก็พักไว้ ทำได้ตอนไหน ก็ตอนนั้นแหละ ไม่ต้องฝืน” พี่หมอพูดเหมือนให้กำลังใจ 
“ฟังเข้าท่าแฮะ” ฉันพูดเบา ๆ 

แล้วเราก็เดินกึ่งวิ่งท่ามกลางสายฝนต่อไป 
เชือกรองเท้าฉันหลุด ยังกะฉากหนังละครไทย
ลุ้นในใจว่า ถ้าพี่หมอก้มลง ผูกเชือกให้ ฉันจะทำหน้ายังไง วินาทีนั้น พี่หมอหันมาก้มลงมองรองเท้าฉันพอดี แล้ว.......
“เชือกรองเท้าหลุดครับ” พี่หมอบอก 
“ห๊ะ....” ฉันก้มมองทำท่าตกใจ เหมือนเพิ่งรู้เมื่อกี้ ในใจลุ้น จะยังไงต่อดี แล้วพี่หมอก็.....
“ผูกสิครับ เดี๋ยวสะดุดล้มหรอก” พี่หมอชี้นิ้วบอกกึ่งสั่งให้ฉันผูกเชือกเดี๋ยวนี้ ...ใช่ค่ะ ฉันต้องผูกเอง .....ก็ต้องผูกเองอยู่แล้วป่ะ 

ชีวิต บางช่วงเวลา ที่มีปัญหา เราก็ต้องการคนผูกเชือกรองเท้าให้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ผูกเองได้แหละเนอะ 

แต่เขาได้สอนฉันให้รู้ว่า 
จงทำตัวให้พร้อม ในวันฝนตก
There’ no such thing as bad weather,only bad clothes.

ไม่มีสภาพอากาศที่ไม่ดีหรอก มีแต่เสื้อผ้าที่ไม่พร้อมเท่านั้น....
ปัญหาในชีวิตไม่มีจริงหรอก มีแต่จิตใจเราที่ไม่พร้อมรับมัน 
เราต้องพร้อมผูกเชือกรองเท้าที่ทำหลุดเองเสมอ และทำตัวให้พร้อมกับทุกสายฝนที่พัดผ่านมา
เมื่อเกิดปัญหาในบ้างครั้งทำให้เรารู้สึกกลัว
ไม่ผิดหรอกที่จะกลัว เคล็ดลับคือ ยอมรับมัน 
















SHARE

Comments