The Economic Complexity Index (ECI) หรือ ดัชนีความซับซ้อนทางเศรษฐกิจ
The Economic Complexity Index (ECI) หรือ ดัชนีความซับซ้อนทางเศรษฐกิจ
เป็นสูตรและวิธีการในการวัดความแข็งแกร่งทางการผลิตสินค้าของประเทศนั้นๆ ซึ่งจะวัดจากจำนวนสินค้าที่ผลิตว่าหลากหลายหรือไม่ อย่างไร? รวมถึงคุณภาพของสินค้า และ จำนวนหน่วย หรือ % ของสินค้านั้นๆที่ผลิตออกมาต่อจำนวนสินค้าทั้งหมดที่ผลิตในประเทศนั้นๆ เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลด้านการผลิตสินค้าของประเทศนั้นๆ

ในการวัดค่าดัชนี ECI ยิ่งสินค้ามีคุณภาพ มีจำนวนผลิตที่มากมายหลากหลายสินค้า ก็ยิ่งทำให้ ค่าECI สูงขึ้น การพึ่งพารายได้จากสินค้าที่หลากหลายของประเทศนั้นๆ จะช่วยให้ค่าเศรษฐกิจ (ซึ่งใช้ECI เป็นวิธีวัด) จะมีรากฐานที่สมดุล แข็งแกร่งและลดปัจจัยเสี่ยง ในกรณีที่ขายสินค้าแค่ไม่กี่ชนิดแล้วสินค้านั้นขายไม่ออก ค่าECI ก็จะต่ำและติดลบ เหมือนที่ เวเนซุเอลา เผชิญในทุกวันนี้ เพราะส่วนใหญ่ของกำลังการผลิตและจัดจำหน่ายนั้นพึ่งพาแต่น้ำมัน

ประเทศที่มีค่าECI สูงที่1 และ นับว่าสูงตลอดกาล คือ ประเทศญี่ปุ่น ด้วยอัตราECI 2.43 เหตุผลที่ชัดเจนเลยว่าทำไมญี่ปุ่นจึงเป็นที่หนึ่ง เพราะ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มักคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ สินค้าใหม่ๆ ออกมาจำหน่ายในตลาดโลก
รองลงมา คือ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ด้วยอัตราECI 2.17
ขณะที่ประเทศไทยนั้น ค่าECI นั้นอยู่อันดับที่ 22ของโลก โดยมีค่า ECI 1.17
สำหรับ ค่าECI ที่ต่ำที่สุดในโลกคือ ไนจีเรีย -1.90
*ตัวเลขการวัดECIที่ใช้นั้น สำรวจในปี 2018 โดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด*

บทความคุณภาพโดย Local Street Company
SHARE
Writer
NakvatHakimov
Futurist and Writer.
ผมชื่อนัควัต ง๊ะสมัน(ฮิบรู:นัควัต ฮาทิควา ฮากีมอฟ) เป็นนักเขียนและนักการศึกษาอิสระ

Comments