090863 : ประตูท่าแพและการชุมนุม

“เรามีอะไรจะเล่าให้ฟัง”

วันที่ไปถ่ายรูปที่ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่
ตอนนั้นตั้งใจไปเที่ยวนะ
แต่บังเอิญไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขานัดชุมนุมวันนั้นพอดี

ประมาณ 5 โมงเย็นกว่าๆ ผู้คนเริ่มชุมนุมเป็นกลุ่ม
เราก็คิดว่ามีการแสดงการละเล่นกัน
แต่เห็นคนค่อนข้างเยอะเลยถ่ายรูปเล่นอยู่รอบนอก

วันนั้นตำรวจและทหารเยอะมาก
เอะใจนิดหน่อยแต่ไม่ได้คิดอะไร

ยังพูดกับแฟนเล่นๆว่า
“ไม่ใช่ว่าเขาจัดชุมนุมกันวันนี้หรอกนะ?”

สักพัก เริ่มมีเสียงปราศัย ประกาศตามสาย
ผู้คนเริ่มมีการส่งเสียงเชียร์ส่งเสียงโห่ร้อง
จึงได้รู้ว่า โอเค ตอนนี้เราอยู่ในม็อบกันแล้วนะ

“ตกลงเรามาเดทครั้งแรกกันในม็อบแล้วล่ะ”

ผ่านไปไม่นาน มีเหตุการณ์ชุลมุนเล็กน้อย
เรียกความสนใจจากผู้คนได้อย่างดี
นั่นคือรถตำรวจติดตั้งลำโพงพร้อมโฆษกใส่ชุดสีกากี
ประกาศตามสายขอให้สลายการชุมนุมในเวลาที่กำหนด

“เคยเห็นคลิปแบบนี้ผ่านอินเทอร์เนตล่ะ”

การชุมนุมดำเนินต่อไป ไม่มีสถานการณ์ร้ายแรง
เราและแฟนขอแยกตัวกลับกันก่อน
พวกเราไม่ได้เตรียมพร้อมมาชุมนุมกันก่อนเลย

นับถือใจคนที่ไปม็อบเลยนะ 
สปิริตเขาต้องแรงกล้ามากๆ
ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
ท่ามกลางความอันตรายเพราะปราศรัยความจริง

ตอนแรกไม่คิดหรอกว่าบรรยากาศการไปชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยจะขลังขนาดนี้
ดูจากหน้าจอที่บ้านก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
แต่พอมาอยู่หน้างานจริงๆ มันเต็มไปด้วยความต้องการประชาธิปไตยที่แรงกล้ามากๆ


“ซูฮก แด่ผู้ชุมนุม”

ผู้ชุมนุมเสียสละ และกล้าหาญมากนะ
ถ้าเป็นเรา เราคงมีข้ออ้างมากมายเพื่อที่จะไม่ไป
ไหนจะบ้าน การเรียน อนาคต และอันตราย

“กลัวตายเถอะว่างั้น”

แต่ผู้ชุมนุมเหล่านี้
50% คงเตรียมใจกันมาไม่มากก็น้อย


“ถ้าไม่เปลี่ยนวันนี้ ก็คงอดตายในวันหน้า”

หากสถานการณ์เหล่านี้ในปัจจุบันกาลนี้
มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเด็กๆรุ่นต่อไป
คงพูดได้เต็มปากเลยว่า “พวกเขานี่แหละฮีโร่”

สุดท้ายนี้
ขอทิ้งประโยคหนึ่งที่แกนนำปราศรัยกล่าวไว้
ซึ่งสร้างอิมแพคต่อใจของเรา
ถึงเจ้าหน้าที่รักษาความสงบทุกท่าน
ข้อความที่ว่า


“ถ้าอะไรจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า
ขอจงหันกระบอกปืนขึ้นฟ้า อย่าหันใส่ประชาชน”


จบการเล่าเรื่องประตูท่าแพ

#ศักดินาจงพินาศประชาราษฎร์จงเจริญ

SHARE
Written in this book
บันทึกของสายตา
ลืมตาดูโลก สำนวนไทยที่นิยมกล่าวสำหรับการหวนนึกถึงวันแรกที่มีชีวิตบนโลกใบนี้ มีเรื่องราวมากมายที่ผ่านมาเข้ามาในชีวิตของเราในแต่ละวัน เรื่องราวเหล่านั้นถูกบันทึกเป็นความทรงจำผ่านสายตา และนี่คือบันทึกของสายตาในชีวิตฉัน จริงๆเพียงพูดให้ดูดี แท้จริงก็บันทึกประจำวันหรือไดอารี่เท่านั้นเอง :) ขอบคุณสตอรี่ล็อค ที่ให้ยืมพื้นที่ตรงนี้ได้เล่าเรื่องราวต่างๆนะ
Writer
TroughtheEyes
Recording
แก่นแท้ของดวงตาคือกล้องฟิล์มแห่งความทรงจำ

Comments