"กับจ่าชัย : สมชื่อหน่วย seal"
 ชีวิตเลือกเองคือชีวิตที่โคตรมันส์ ดีหรือเลว ไม่อาจรู้ รู้ว่ามันส์

Choose life อะไรแบบนั้น

ณ อาเขต รถตู้พาไปอำเภอปายค่อนข้างผูกขาด เพราะมีแค่บริษัทเปรมประชา ถึงพนักงานจะลอยหน้าชะม้อยตาแค่ไหน เราต้องจำยอมมอบเงินเพื่อวางจองเบาะที่นั่ง

"รถตู้ไปปายมีรอบเที่ยงครึ่งนะคะ" พนักงานพูด
นาฬิกาลากข้อมือมาระยะสายตา มันบอกเวลา 8.30 น.
"มีรถตู้ที่อื่นอีกมั้ยครับ?" ผมถาม
"ไม่มีแล้วค่ะ มีที่นี่ที่เดียวนะคะ" ประโยคถูกเว้นว่างเพื่อเน้นเสียงคำว่าที่นี่ กระจกเคาเตอร์ทำให้เธอเก๊กหน้าได้มากขึ้น

12.00 ยินดีกับเยื่อใยที่เพื่อนเชียงใหม่ยังมีอยู่ มันรับสายและพาผมนั่งเล่นผลาญเวลา พอตีนเหยียบพื้น สายตาก็มองหารถตู้ทันใด เมื่อพบรถตู้ สันดานขี้เม้าสอดส่องเพื่อนร่วมทาง

ด้านในสุดคือชายมุสลิมหุ้มขาว หน้าคลุมด้วยขนปุยสีดำน้ำตาลรอบคางเหมือนกระรอกป่ากำลังเกาะหน้า ถัดมาแถวหนึ่งคือชายกับชุดคลุมสีส้มซีดเหลือง ศีรษะโล้นขุมขน มือกุมขาเป็นท่าประจำอาชีพสงฆ์ ภาพ 2 คนนี้เกาะเบาะด้วยกันค่อนข้างน่ากดชัตเตอร์

และที่นั่งด้านข้างผมคือชายหัวเกรียน 3 ด้าน นัยน์ตานิ่งสงัด หน้ากากอนามัยนูนด้วยสันจมูก เสื้อแขนยาวสีเทาสลัก ARMY กางเกงยีนแฟชั่นหัวเข่ารับลม รองเท้าคอนเวิร์สเปื้อนโคลน กระเป๋าคุ้นหน้าเด็กรด.เป็นอย่างดี รูปร่างทรงเหลี่ยมทุเรศกระชากหัวไหล่ลงดิน วัสดุกระเป๋าสามารถขัดส้นตีนให้เงาได้ ช่องเล็ก 3 ช่องไม่พอใส่น้ำขวดยาว ราวกับทำมาเพื่อให้ทักทายความลำบาก

เขายิ้มทักทายตั้งแต่ประตู และวันนี้มีน้ำลายเขามาเสนอชิม

------------
"พี่คนที่นี่เหรอครับ"
"ประมาณนั้น พี่ไม่ได้กลับมา 13 ปีแล้ว ไปอยู่สามชายแดนใต้มา เป็นทหารเรือน่ะ" เสียงแกค่อนข้างห่าม
"ตอนนี้ได้พักเหรอครับ?" ผมถาม
"ใช่ แขนพี่โดนระเบิดมา ดีขึ้นเยอะแล้ว แต่ยังยกไม่ได้เต็มร้อย" แววตาแกมองไปกระจกหน้านิ่งเฉย ตรงข้ามกับผมมาก
.
.
พี่ทหารเรือปัจจุบันอายุ 45 ปี ครอบครัวอุดมด้วยเชื้อจีนรุนแรง ความไคร่จะให้ลูกๆดูแลธุรกิจต่อจึงอัดเต็มเปี่ยม แต่แกไม่ต้องการแบบนั้น ดีที่มีพี่สาวดูแลครอบครัวแทน แกจึงตัดสินใจมาเป็นทหารเรือ และบ้าดีเดือดถึงขั้นสมัครหน่วยซีลตั้งแต่อายุ 23 ชีวิตเลข 2 ของแกเลยเริ่มด้วยยาที่โคตรขมถึงตาย
.
บุคลิกแกมักอัดไปด้วยประสบการณ์ที่กลั่นแน่นอยู่ภายใน ปะทุออกมาเป็นผิวดำคล้ำ ความด้านบนรอยมือกับริ้วหน้า กลับไม่ดูแก่ ยิ่งความสงบบนใบหน้า ไม่ว่าผมจะรู้สึกว่ามีสิ่งน่าตื่นเต้นแค่ไหนที่เผชิญ มันเทียบไม่ได้กับการกลอกนัยน์ตาสีดำน้ำตาลของแกไม่ได้ซักนิด
.
"ซีลเริ่มสมัครได้ตั้งแต่ 21-29 ปี เป็นช่วงที่ร่างกายฟิตที่สุด ฝึก 7-8 เดือน ไม่ไหวก็สั่นกระดิ่งได้ตลอด"
"ภารกิจเยอะมั้ยครับ" "ห้ะ" ภารกิจเยอะมั้ยครับ" พี่ทหารเรือมักจะห้ะห้วนๆเสมอ อาจติดจากพันธุกรรมจีนหรือสายเลือดทหารเรือจนหูตึง
"พี่ได้ไปนุ่นนี่เยอะนะ เป็นกองหนุนโซมาเลียบ้าง อัฟกานิสถานบ้าง" ผมยังอึ้งแดกอยู่กับนานาประเทศที่พี่แกได้ไปรบ แต่แกดันข้ามเรื่องราวกับมันคือการเดินไปจับจ่ายปลาทูตลาดนัด

"แต่ก่อนแม่ฮ่องสอนไม่มีใครรู้จัก ปายมีไฟแดงอันเดียว ไอ้เชียงใหม่เนี่ย สี่แยกไม่มี ขับอ้อมเอา ไกลมากนะ"
.
แววตาบนหน้ากากอนามัยยังคงนิ่ง กะพริบมากขึ้นตอนหวนนึกถึงภูมิศาสตร์ในอดีต น้ำเสียงตื่นเต้นกับภาพในอดีต

เป็นน้ำเสียงเดียวกับชุมชนที่กรุงเทพ ที่บางแสน ที่พะงัน และทุกที่ อดีตรสชาติอร่อยกว่าปัจจุบันเสมอ เขามักคิดเช่นนั้น

---------
พี่ทหารเรือยังแนะนำแยกนุ้นนี้ในอดีตตลอดทาง ตรงนั้นพี่เคยขี่รถกับเพื่อน ตรงนี้แต่ก่อนเป็นป่า ผมที่มีรูหูค่อนข้างเชื่องก็มักอินตามความจุกจิกจากปากแกได้ เพราะนอกจากเราสองคน ทั้งคันรถมีแต่เสียงความเงียบแอร์กับเบาะรองก้นเท่านั้น
.
"หลังพัก 3 เดือนพี่คงไปเป็นครูสอนหน่วยซีลที่สัตหีบแล้ว"
"จะคิดถึงสามชายแดนใต้มั้ยครับ?"
"ห้ะ" "อยู่ 13 ปีแล้วอะ มันชินเฉยๆ คงไม่คิดถึงหรือผูกพันขนาดนั้น ถึงพี่อยู่มันคงไม่สงบลงหรอก แน่ๆ" แกถอนหายใจ
.
"นอกจากสื่อที่ไม่ได้ช่วยเรื่องภาพลักษณ์ จริงๆเราก็ปิดเหตุการณ์รุนแรงไว้มากนะ หลายที่เราไม่ให้สื่อเข้าไปถ่าย ระเบิดมันเยอะเกิน โดนกันบ่อย" น้ำเสียงกับแววตาพี่ทหารเรือไม่เคยแสดงอะไรออกมาเลย

ผมมองว่ามันคือความน่ากลัวอย่างหนึ่ง ความเคยชินกับสถานการณ์ บ้างมาเป็นการสมยอมต่อปัญหา บ้างก็ไม่รู้ตัวว่ามันคืบคลาน ความตลกร้ายในโลกที่ไม่ได้อยู่ในจอเงิน ปัญหาสังคมนี้ยังนอนล้มตัวขนาบอนาคต ผมในวัยผู้ใหญ่อาจจะยังเห็นมันนอนอยู่ก็ได้
.
"คนไหนมาว่าห้าวๆ พี่เห็นหนีกลับหมดเลย มันอันตรายจริงๆ"

----------
รถตู้เริ่มกลายร่างเป็นกระทิงพยศเมื่อขึ้นเขา โค้งเปรียบเป็นผ้าแดงปลิวว่อนชนใบหน้าคนขับ ประสบการณ์ทำให้ความเร็วเครื่องไม่ลดละ มันสะบัดอย่างเมามันส์สนองตัณหา ผมใกล้อ้วกเต็มที ฟันผมขบแน่น โพรงจมูกขยายบาน กักเก็บลมแอร์ แต่ไร้ประโยชน์ โชคยังเข้าข้างที่ถึงจุดพักรถ น้ำกระเพาะยังไม่เอ่อขึ้น ผมรีบลงไปเติมสติด้วยข้าวแกง
.
"เที่ยวคนเดียวเหรอ?" พี่ทหารเรือนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้หน้าห้องน้ำ "เจ๋งดี ทำไมไม่มากับเพื่อน" แกถามผม
"หาคนตัดสินใจเร็วยากครับ ชั่วข้ามคืนไม่ค่อยมี แล้วผมติดใจการเที่ยวแบบนี้แล้ว"

ส่วนตัวมองว่าการมีตัวเลือกประจำวันที่เยอะขึ้นเรื่อยๆจากเทคโนโลยีสร้างการตัดสินใจที่เชื่องช้ามาให้วัยรุ่นตอนปลาย ทั้งตั๋วรถไฟ ตั๋วบิน ที่่จองได้ทุกเมื่อ ที่พัก ยันทุกอย่าง ทำให้การตัดสินใจขาดความเด็ดขาดไปเยอะ

คือลีลาเลือกจนอดแดก เสียดาย ผมก็ยังเป็นแบบนั้น
.
.
"กินเร็วดีนะ" พี่ทหารเรือมองเหมือนเอ็นดูอาการเมารถ
"ขอบคุณครับ"
"แบบนี้อยู่ด้วยกันได้ ไว้พาไปเข้าป่า" แกก้มหน้าขำในลำคอ
ผมยิ้มนึกภูมิใจปนดีใจ จ้วงแดกให้เร็วขึ้นเป็นการอวดทักษะ

หลังจากเรานั่งกันมาหลักชั่วโมงบนหลังพยศรถตู้ บางช่วงที่ขึ้นเขา ผมผล็อยปล่อยแกพูดคนเดียวไปบ้าง แต่รู้สึกว่าน้ำเสียงเริ่มสนุกกับการเล่ามากขึ้น ผมดีใจที่ทำให้ปากแกไม่ว่าง

---------
"อีกไกลมั้ยครับพี่" ผมถามเขาด้วยอาการน้ำในหัวเขย่า

"พอสมควร ใกล้จะครึ่งทางและ" เสียงอาแบบมี รอเรือการันต์ ถูกลากยาวกระทบผนังคอ ความทรมานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อเผลอก้มหน้า น้ำจากในท้องจะดันขึ้นมา มันอุ่นมากและมีก้อนคล้ายหมูสับ สายตาต้องคิดตามทิศทางการหันพวงมาลัย ณ ตอนนี้ผมอยู่ในสนุทรีย์ของการหวนคืนวัฏจักรอาหาร
.
สติผมหลุดจากพี่ทหารเรือออกมา เขาอาจกำลังขำให้ผมกับขวดน้ำจำนวนมากบนตัก ใจอยากคุย ถ่ายรูป แต่ทำไม่ไหว ผมคุยแบบขาดการจับใจความ ถ้อยคำจำได้เพียงแค่แกสอบหน่วยรบพิเศษถึงสามเหล่า เหตุผลคือความดีดและความว่างเท่านั้น ผมร้อง "เชี่ย" ด้วยความตะลึง แต่ริมฝีปากยังห้อยลง หัวค้างที่เบาะ ลูกตาลอยไร้ทิศทาง มันดูเอ๋อสิ้นดี
.
ถึงจุดจอดรถข้างทางโดยไม่รู้ตัว ทุกอย่างเร็ว พี่ทหารเรือสะกิดบอกผม

"พี่ต้องลงแล้วล่ะ" ผมตื่นทันทีและรีบนำร่างไร้สติลงรถหลีกทางให้กระเป๋าแก ซากสติคิดว่าจะเอายังไงดี เขาจะไปแล้ว
"ยินดีที่ได้คุยกันนะเสือ เดินทางปลอดภัย ไว้พบกันใหม่"
"พี่ครับๆ" ผมรีบเรียก "ห้ะ" "ขอบคุณสำหรับตลอดทางครับ" ผมไหว้ด้วยปากห้อยต่องแต่งลงพื้นทราย

ภายในใจเรากลับยินดีแทบจะกอดลาแก
.
"ขอเฟสบุ๊คพี่ไว้ติดต่อได้มั้ยครับ" ผมรีบพล่ามออกไปทั้งๆที่มองพื้นทราย ก่อนรถตู้จะไม่รอดูช่วงโรแมนติก
"พิมพ์หาในเฟสบุ๊คเลยน้อง พิมพ์ว่า จ่าชัย" แกยืนยิ้ม
"แค่นี้เจอเลยเหรอครับ" "เจอเลย" "ได้ครับ ขอบคุณครับ"
.
.
เราหันหลังลากัน ผมโยนร่างเข้าไปในรถ อุ้มชูสติต่อไป
เคลิ้มด้วยรอยสุขบนปาก

---------
เรื่องนี้ ... ต้องถูกเขียน .. แม่งโคตรมัน ...เราจะได้เจอกันอีก

นี่คือประโยคในใจระหว่างมึนเมาทางโค้ง ที่จำไม่รู้ลืม
.
.
ในบ้านพัก วันรุ่งขึ้น ผมได้พบกับเฟสบุ๊คพี่ชัยแล้ว

แต่คงต้องใช้เวลาหาอีกนาน เพราะมีจ่าชัยอยู่หลายสิบนาย
.
ก็สมเป็นหน่วยลับแล้วหล่ะ
SHARE
Writer
Fhoiman
Junior Writer
เขียนเล่าเรื่องทุกอย่างที่พบเจอระหว่างท่องเที่ยว จากนิสัย มุมมองและแง่คิดเฉพาะตัว

Comments