สารจากเด็กตัวเล็กถึงการศึกษาไทย ,
     ประเทศไทย ประเทศที่เด็กหญิงวัยสิบหกปีคนนี้ใช้ชีวิตมาตั้งเเต่เกิด เกิดที่จังหวัดเหนือสุดของประเทศ เรียนอยู่โรงเรียนจีนแห่งหนึ่งในตัวเมือง พออายุได้สามขวบก็ย้ายตามพ่อแม่ลงมาอยู่ที่สัตหีบ เมืองเล็กๆที่มีคุณป้าข้างบ้านใจดี มีแมวขี้อ้อน และก็ เกียง หมาจรที่จับพลัดจับพลูมาเป็นหมาบ้านเรา 

     คุณพ่อเราเปิดร้านขายรถมือสองทำเลทองยกสูงติดถนน เศรษฐกิจตอนนั้นกำลังเติบโต เหมาะแก่การสร้างตัว คุณแม่ทำงานที่โรงพยาบาลทหารแถวสนามบิน 
   
     เราถูกเลี้ยงเเละโตมากับพี่ชายสองคน เราเข้าเรียนโรงเรียนเอกชนเเห่งหนึ่งตามพี่ชายคนรอง เรียนห้องสองภาษาตลอดช่วงประถมศึกษา จริงๆตอนนั้นเราก็ถือว่าเป็นคนหนึ่งที่ต้นทุนชีวิตดีเลยก็ว่าได้ มีพ่อแม่ที่พร้อมสนับสนุนทุกๆอย่างที่เราอยากรู้อยากลอง อยากเรียนเปียโนอยากเรียนวาดรูปหรือภาษาก็ได้เรียน อยากลองเล่นสเก็ตก็ได้เล่น พ่อแม่ไม่ได้ปิดกั้นเราเลย แล้วก็สังคมที่อยู่ก็มีเเต่เด็กตั้งใจเรียน สังคมที่เป็นอุดมคติ


      เอาจริงไหมคุณเราเเทบไม่เห็นอะไรที่ไม่ดีหรือนอกกรอบจากสังคมอันดีที่ผู้ใหญ่วาดไว้เลยคุณ ทุกสัปดาห์เราต้องเข้าวัดอย่างน้อยหนึ่งครั้ง บริจาคสิ่งของให้เด็กด้อยโอกาส ทำโรงทาน เราเชื่อฟังทุกคำสอน ทุกกฎระเบียบเหมือนเป็นหุ่นเชิดที่ถูกควบคุม โดยที่เราไม่ได้มีคำถามอะไรเลย           


     จนถึงตอนเราอยู่ประถมศึกษาปีที่หก ช่วงที่การเมืองไม่สงบ ช่วงที่ประชาธิปไตยกำลังจะเบ่งบานเเต่กลับถูกเผด็จการครอบงำ เศรษฐกิจแย่ขนาดดิ่งลงเหว ปัญหาทางการเงินเข้ามาไม่ขาดสาย ตอนนั้นมันเเย่มากไม่ใช่เเค่ครอบครัวเราหรอก ไม่ว่าใครก็กำลังได้รับบาดเจ็บ 

     เรายื้อกับที่บ้านมาจนถึงมัธยมศึกษาปีที่สอง พอขึ้นปีที่สามเราย้ายมาอยู่โรงเรียนรัฐบาลประจำจังหวัดภาคอีสานเเห่งหนึ่ง เราเจอสังคมที่ใหญ่ขึ้น เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามากขึ้น เด็กชนบทไม่ได้รับการศึกษาเท่าเด็กในเมือง เด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันตั้งครรภ์จนต้องออกจากโรงเรียน การจับนักเรียนตัดผมที่ดูจะเป็นเรื่องปกติ เจอคณะครูที่หลากหลายทั้งดีและไม่ดี 

     เราเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง กรอบที่ถูกขีดไว้อยู่รอบตัวเริ่มเเคบลงจนเริ่มอึดอัด เราเริ่มสงสัยถึงการเรียนการสอนของวิชาพุทธศาสนา ว่าจริงๆต้องการจะสื่อถึงอะไร ให้กลัวการทำผิด ให้เป็นคนดี หรือจริงๆเป็นการปลูกฝังความเชื่อให้ง่ายต่อการควบคุมด้วยความกลัวของเรา หากผิดศีล ไม่เคารพผู้ที่สูงกว่าจะเป็นบาป โทษถึงตกนรก ได้รับเจ็บปวดเเสนสาหัส โดยกล่าวว่าเป็นผลจากการกระทำย่อมสมควรได้รับถึง พวกที่ทำผิดศีลธรรมอันดี




 ' เเล้วจะไม่เป็นการปลูกฝังเรื่องความรุนแรงหรือ '

    

     เราบรรจุวิชาเหล่านี้ลงหนังสือให้เด็กอ่าน ให้เด็กได้ดูภาพการได้รับโทษของนรกทีละชั้นๆ ของการผิดศีลเเต่ละข้อ

     ให้เรียนวรรณคดีที่จริงๆมีเนื้อหาเเสนจะรุนเเรงไม่ว่าจะเป็นบทบรรยายนางผีเสื้อสมุทรที่จับพ่อเเม่นางเงือกฉีกเป็นชิ้นๆ หรือขุนแผนที่นำลูกตัวเองมาทำเป็นกุมารทอง หากเด็กมีวิจารณญาณไม่มากพอต่อการเเยกแยะแล้วสุดท้ายกลายเป็นคนใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาล่ะ


 โปรดอย่าบอกว่ามันไม่เกิดขึ้นเลย

 เรารู้กันอยู่แก่ใจ


      เราเกิดสงสัยในตัวครูที่เหยียดนักเรียนที่ไม่ถนัดด้านวิชาการว่าเป็นคนโง่เขลา เหยียดความฝันของเด็กจนไม่แม้เเต่กล้าที่ฝัน 
      
      ครูที่ใช้ความรุนเเรง ปฏิบัติกับนักเรียนเหมือนทาส เหมือนนักเรียนเป็นเพียงคนต่ำต้อย หรือกระทั้งครูที่ใช้ภาษาไทยคำง่ายๆก็ยังไม่ถูก 

      หากเรามีครู ครูเหล่านี้ที่เปรียบเสมือนแม่พิมพ์ที่เบี้ยวบิด เด็กนักเรียนที่เป็นดั่งผลผลิต จะเติบโตกลายเป็นอะไร 

      การศึกษาประเทศไทยเราเรียนหนักเป็นอันดับต้นๆเเต่กลับกันผลลัพธ์ทางการศึกษาอยู่อันดับเกือบรั้งท้าย เรากำลังโฟกัสกับอะไรกันอยู่ เป้าหมายของเราคืออะไร 

อยู่อันดับต้นๆของโลกก็ดี 

ลดความเหลื่อมล้ำก็ดี 

ยกเลิกกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นก็ดี 

หรือสิ่งใด

      ว่ากันตามตรงสภาพการศึกษาประเทศเราตอนนี้ คงเหมือนกับเครื่อนบินที่พยายามจะข้ามน่านฟ้าแต่จุดหมายแลความต้องการของปลายทางนักบินกับผู้โดยสารไม่ตรงกัน 
       
     

 กับเครื่องบินที่ล่อเเล่ใกล้จะตกเต็มที

    


     ผู้โดยสารลุกหือโต้เเย้งเหล่าพนักงานบนเครื่องบินที่มัวเเต่โฟกัสที่เครื่องเเบบ สิ่งสวมใส่ กับภาพฝันให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบศีลธรรมอันดีที่ตนวาดไว้ การประชาสัมพันธ์ผู้โดยสารเช้าค่ำถึงสิ่งดีงาม กฎระเบียบแบบแผนการปฏิบัติ 

     จนฟางเส้นสุดท้ายของเหล่าผู้โดยสารขาดสะบั้น เหตุใดจึงเอาเวลาที่ควรไปหาทางซ่อมเครื่องบิน เสาะหาเส้นทางเพื่อที่จะไปถึงปลายทางโดยสวัสดิภาพโดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มามัวเเต่พร้ำสอนถึงการแต่งกาย ต่อว่าผู้ที่ไม่เป็นดังใจตน
 
     
     สรุปเเล้วเราจะถึงปลายโดยการปฏิบัติตามระเบียบ เรียนรู้เนื้อหาวิชาการมากมายเกินกว่าจะได้ใช้ในชีวิตประจำวัน จนเกิดข้อสงสัยว่าเพื่อการสอบเราต้องทำทั้งหมดนี่เลยหรือ 

     

      สงสัยกับระบบการศึกษาที่แถบจะไม่ได้ช่วยให้เราได้หาตัวตนของตัวเองเลย เรากำลังเสียเวลาอ้อมโลกเรารู้ดี เราโต้เเย้ง เปล่งเสียงเล็กๆของเราออกมาอย่างสุดเสียง แต่มันช่างยากเหลือเกินกว่าเเต่ละอย่างจะถูกแก้ไข ถูกทำให้ตระหนักถึงปัญหา 

     
      เเต่เราก็จะเปล่งเสียงต่อไปจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง จนกว่าจะกลับสู่เส้นทางหลักดังที่ควรจะเป็น เพื่อให้การศึกษาประเทศเราพัฒนาเสียที




SHARE
Writer
3840p
i sun u
anonymous 3840p

Comments

twenty-fifth
8 months ago
respect ✊🏼💛
Reply
3840p
8 months ago
🙏🙏🙏