‘ไม่รู้-ไม่กล้า-เข้าไม่ถึง’ สิทธิแรงงานข้ามชาติที่จมหาย
13 มกราคม 2563 มีรายงานยืนยันพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายแรกในประเทศไทย และหลังจากนั้น สถานการณ์ก็ดูจะย่ำแย่ลงเรื่อยๆ กระทั่งล่าสุด สถานการณ์ระบาดเริ่มคลี่คลายลง โดยตัวเลขเสียชีวิตหยุดอยู่ที่ 58 ราย และมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เป็นแรงงานข้ามชาติเพียง 82 รายเท่านั้น

กระทั่งวันที่ 19 มิถุนายน 2563 รายงานข่าวจากทางการเมียนมาร์ตรวจพบผู้ติดเชื้อ 23 ราย ซึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติที่ถูกส่งกลับจากประเทศไทย

ซัลวานี ด่อล๊ะ เจ้าหน้าที่โครงการมูลนิธิรักษ์ไทย เผยข้อมูลด้านสิทธิและความเป็นอยู่ของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยว่าสถานการณ์ยังไม่ดีเท่าที่ควร โดยหลักฐานเชิงประจักษ์มีอยู่หลายประเด็นด้วยกัน หนึ่ง-การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มาตรการป้องกันโรค และสอง-การเข้าถึงบริการสาธารณสุข

“เรื่องการเข้าถึงข้อมูลนั้นมีการสำรวจพบว่า แรงงานข้ามชาติร้อยละ 71.73 รับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านทางออนไลน์ และหลายหน่วยงานได้ผลิตสื่อออกมาให้ความรู้มากมายหลายภาษา แต่เมื่อสอบถามกับตัวแรงงานจริงๆ ในหลายพื้นที่พบว่า เขาไม่มีความรู้เรื่องโรคระบาดเลย รู้แค่ว่าต้องใส่หน้ากาก ต้องล้างมือ สิ่งนี้น่ากลัวมาก เพราะอาจจะทำให้เขาดูแลตัวเองไม่ถูกวิธี และอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดในระยะสองได้

“อีกกลุ่มที่มีปัญหาเช่นกันคือ กลุ่มแม่บ้านของแรงงานประมง กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ไม่มีเอกสารและเครื่องมือสื่อสารในการเข้าถึงข้อมูล อาจเพราะไม่มีเงิน และไม่สามารถลงทะเบียนซิมโทรศัพท์ได้ เพราะไม่มีเอกสาร การรับรู้ข้อมูลส่วนใหญ่จึงเป็นแบบปากต่อปาก”

ซัลวานีเล่าว่า เหล่าแรงงานข้ามชาติมีความยากลำบากในการเข้าถึงบริการสุขภาพเป็นทุนเดิม ด้วยข้อจำกัดทางภาษาและความซับซ้อนของกระบวนการบริการสุขภาพ ยิ่งในสถานการณ์ COVID-19 ที่มีการเพิ่มมาตรการคัดกรองและเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ความยากในการเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานก็ยิ่งยากขึ้นเป็นทวีคูณ
“แรงงานจำนวนมากเลือกที่จะไม่ไปโรงพยาบาล เพราะกลัวติด COVID-19 โดยเฉพาะหญิงท้องหรือผู้ป่วยเรื้อรังที่ต้องไปรับยา ยิ่งแรงงานที่ไม่มีเอกสาร แน่นอนว่าแม้เจ็บป่วยด้วยอาการใดๆ ก็ตาม เขาจะไม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว เพราะกลัวถูกส่งกลับ สุดท้ายแล้วแรงงานเหล่านี้ต้องเลือกใช้บริการคลินิกเอกชนที่ราคาสูง นำไปสู่การกู้หนี้ยืมสิน”
นอกจากนี้ แรงงานหลายคนต้องตกงาน ขาดรายได้ เป็นหนี้ และเสี่ยงต่อการติดโรคโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่ได้รับการคัดกรองหรือรักษาอย่างทันท่วงที แม้ภาครัฐจะมีมาตรการรักษาและตรวจผู้ที่เข้าข่ายติดเชื้อ COVID-19 ฟรี โดยไม่จำกัดสัญชาติ แต่ข้อมูลส่วนนี้แรงงานแทบไม่ได้รับรู้

ความยุติธรรมรอได้ แต่ปากท้องรอไม่ได้

อีกประเด็นที่ซัลวานีชี้ให้เห็นถึงความยากลำบากของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย คือการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบศาลและการเรียกร้องสิทธิจากหน่วยงานรัฐในช่วงสถานการณ์ COVID-19 โดยศาลได้มีประกาศเลื่อนพิจารณาคดีต่างๆ ออกไปทำให้เกิดความล่าช้ากว่า 2-3 เดือน

จริงอยู่ว่า การเลื่อนพิจารณาคดีของศาลนั้นไม่ได้เลือกปฏิบัติ เพราะทุกคนต่างได้รับผลกระทบโดยถ้วนหน้า ทว่าแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีนั้นเรียกได้ว่าผีซ้ำด้ำพลอย เพราะนอกจากเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารและบริการสุขภาพแล้ว ยังขาดรายได้ ขาดอาชีพ และไร้สถานะทางกฎหมายในการอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย สถานที่แห่งการเดินทางมาเสี่ยงโชคชะตา เสาะแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในประเทศเพื่อนบ้าน

“การร้องเรียนกรณีแรงงานถูกเลิกจ้างก็เป็นไปได้ยาก เนื่องจากหลายหน่วยงานปิดให้บริการตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุนเฉินฯ และแม้ภายหลังจะมีการเปิดให้บริการกรอกใบคำร้องผ่านระบบออนไลน์ แต่แรงงานข้ามชาติก็มีอุปสรรคด้านภาษาและการเข้าถึงเทคโนโลยี ทำให้ไม่สามารถใช้บริการของหน่วยงานต่างๆ ได้ เพราะระบบดูเหมือนจะเอื้อให้แก่คนไทยเท่านั้น”

ชีวิตที่ไม่มีหลักประกัน
“เดิมทีเหล่านายจ้างบางกิจการเคยกล่าวอ้างว่า ไม่จำเป็นในการทำประกันสังคมให้ลูกจ้าง รวมถึงลูกจ้างก็ไม่รู้ถึงความสำคัญของประกันสังคม เวลานี้เราอาจต้องมาทบทวนและคิดกันใหม่ว่า แรงงานข้ามชาติจำเป็นต้องมีประกันสังคมหรือไม่”
คำกล่าวข้างต้นของซัลวานี ครอบคลุมทั้งก่อนและหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งนั่นหมายความว่า แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ไม่มีประกันสังคม และมากกว่า ‘ไม่มี’ คือ ‘ไม่รู้’ ถึงสิทธิที่ตนพึงได้รับ

นี่คือปัญหาที่ซ่อนอยู่ในท้องเรือมาเป็นเวลานาน และปฏิเสธไม่ได้ว่า การมาของ COVID-19 นั้นได้เผยให้เห็นปัญหานี้กระจ่างชัดยิ่งขึ้น

“ในช่วง COVID-19 นั้น การเข้าถึงเงินชดเชยหรือประกันสังคมก็มีปัญหา แรงงานส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกเลิกจ้าง แต่ถูกขอให้หยุดงาน อีกส่วนถูกบังคับให้เซ็นใบลาออก บางส่วนถูกให้ออกจากงานโดยไม่มีเงินชดเชย อีกทั้งการร้องเรียนก็ทำได้ยาก แรงงานที่ถูกให้ออกจากงานหานายจ้างใหม่ไม่ทันตามกำหนดของกรมการจัดหางาน จากคนที่เคยถูกกฎหมายก็กลายเป็นคนผิดฎหมาย และถูกยกเลิกใบอนุญาตการทำงาน ซึ่งปัญหานี้ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการจัดการของรัฐบาล” 
SHARE
Writer
TodayIDie
A storyteller
“ ลูกสาวชาวประมงลุ่มทะเลอ่าวไทย ”

Comments

Sabina-Wacoal
3 months ago
ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างค่ะ
Reply
Sabina-Wacoal
3 months ago
อ่านแล้ว น่าเห็นใจทุกฝ่าย แต่แรงงานข้ามชาติ ก็น่าจะได้รับสิทธิประกันสังคมเช่นเดียวกัน
Reply