การลืมมันยากไป หรือ เป็นเพราะฉันเองที่ยังไม่อยากลืม ( Erase ) .

ว่ากันว่าการลบอะไรสักอย่างมันยาก 
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะลบไม่ได้

แต่พอลบได้แล้ว 
เคยถามตัวเองต่อไหม 
ว่าลบมันหมดแล้วจริงๆหรอ.. 

แกอาจจะทำเป็นเชื่อว่า 
วันนี้แกลบเขาได้แล้ว 
แต่ความจริง 
แกอาจบังคับความคิด
ให้แกจำได้แค่ว่าแกลืมเขา
และไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาไปแล้วก็ได้นะ 

ความจริง 
มันเป็นเรื่องธรรมดาที่การที่เราไม่พบเจอใครสักคน 
มันจะทำให้เราหลงลืมเขาไปบ้าง

ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักธรรมดา 
หรือคนเคยรู้ใจ

..เรายังคงจำทุกเรื่องได้เสมอ 
เพียงแต่ว่าเราแค่ยังไม่พบต้นเหตุ
ที่ไปกระตุ้นความทรงจำให้กลับคืนมาแค่นั้นเอง 

แต่จะโชคดีหน่อย
ถ้าในตอนที่แกถูกกระตุ้น
ความรู้สึกของแกมันเปลี่ยนไปเป็นของคนอื่นแล้ว 

แต่จะโชคร้ายหน่อย
ถ้าในตอนนั้น.. 
แกยังไม่มีใครและแอบซ่อนเขาเอาไว้ในที่หนึ่ง
ที่ลึกสุดลูกหูลูกตา 

แต่แกเห็นคำว่าซ่อนใช่ไหม..
แกอาจจะซ่อนเขาเอาไว้แล้วก็ลืมไปว่าเขายังอยู่ตรงนั้นตลอดมา 

ฉันก็เหมือนกัน 
มันไม่มีใครลืมคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตได้หรอก 
ฉันบอกเพื่อน ฉันบอกพี่ 
ฉันบอกกับใครแบบนั้น 
ฉันบอกไปว่า 
วันนึง คนที่เคยลืม เดี๋ยวเขาก็กลับมา 
แต่กลับมาเพื่อทำให้เรารู้สึกได้อีกครั้งไหม 
นั่นฉันไม่รู้
ก็ขึ้นอยู่การมาของเขา
กับความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นของพวกคุณเอง

..


ลบเรื่องราวที่เคยผ่านมา
ลบอะไรก็ตาม 
แต่ถ้าสุดท้ายยังรักอยู่ 

การลบไม่ได้ช่วยให้ลืม..


ฉันทันดู MV เพลงใหม่ตอนหนึ่งทุ่ม
ของคุณอิ้งค์เขาด้วย 
ตื่นเต้นเชียวล่ะ
ตั้งแต่วันก่อนที่แกปล่อยทีเซอร์เพลงใหม่ 
ฉันนั่งดูครั้งแรกแล้วเดาได้เลยว่าเอ็มวีตัวนี้
ใครคือตัวเอก

และฉันก็เดาถูก.. 

คนที่ยืนอยู่คนสุดท้าย
ฉากถ่ายรูปรวมวันแต่งงานของพระเอก
ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเลยล่ะ

ฉันมักจะได้รับบทเป็นคนที่ไม่ถูกเลือกอยู่เสมอ 
แม้ว่าในตอนที่ฉันมีบทอยู่ใกล้พระเอก 
ฉันจะดูเหมือนเป็นนางเอกที่พระเอกเลือกเหลือเกิน 

และทุกครั้งที่ฉันไม่ถูกเลือก 
ฉันก็จะสั่งการให้สมองเริ่มลบความทรงจำ 
ลบความรู้สึก 
และพบว่าจริงๆฉันแค่ซ่อนมัน.. 

เหมือนกำลังเล่นเกมส์อยู่ 
แต่พบว่าด่านต่อไป
สกิลหรือเลเวลของฉันมันยังไม่ถึงขั้น
ที่จะผ่านไปที่ด่านต่อไปได้ 
ดังนั้นสิ่งที่ฉันพอทำได้ 
คือ ปล่อยวาง 
ยอมรับและเข้าใจ

มันยากอยู่บ้างในช่วงแรก 
ฉันเคว้งคว้างอยู่นานพอสมควร 
มีเวลาได้ทบทวนอยู่กับตัวเอง 
บอกตัวเองว่าพอแล้วนะ 
อย่าเข้าไปเล่นเกมส์ความรู้สึกแบบนั้นอีกเลย 

แต่ใครจะเข็ดละ ?  
ก็ไอ้ความรักมันเป็นเกมส์ที่สนุกมากเหลือเกิน 
การได้แต้มที่เรียกว่า ความสุข 
กับการเสียแต้มที่เรียกว่า ความเศร้า
แต่เกมส์ทุกเกมส์มีความเสี่ยง
และเกมส์ที่ฉันเลือกเล่นคือการเอาความรู้สึกมาเสี่ยง.. 

ฉันบอกตัวเองว่าความรักมันไม่ใช่เกมส์นะเว้ย 
แต่ทุกครั้งที่เริ่มมีความรัก
ทำไมถึงรู้สึกเหมือนมีกำแพงยากๆ
วางเรียงกันอยู่ข้างหน้าฉันตลอดเลยนะ 
และฉันก็เป็นประเภทไม่อยากยอมแพ้
ถ้ายังไม่เคยสู้ด้วยสิ
และคุณรู้ใช่ไหม 
การที่คุณเล่นเกมส์นานเกินไป 
มันทำให้ร่างกายและจิตใจของคุณอ่อนล้า.. 

ใช่ 
มันอ่อนล้า 

มีหลายเกมส์ที่ฉันค้นพบว่าฉันเลิกเล่นมันกลางทาง 
และกลบดินถมทับเกมส์ที่เรียกมันว่าความรู้สึกเอาไว้
สุดท้ายฉันก็ลืมว่าเคยเล่นเกมส์นี้ไป 
( แต่แค่ชั่วคราว ) 
และในที่สุดฉันก็พบว่า 
การพยายามลบใครสักคนออกไปจากชีวิต 
ไม่ได้ช่วยให้ฉันลืม
แต่เป็นการซ่อนเขาไว้ในบางมุมของหัวใจ 
เพื่อรอการถูกสะกิดให้ต่อมความรู้สึก 
และความทรงจำหวนกลับคืนมาเท่านั้นเอง 

เขียนมาตั้งนาน
แต่ฉันยังไม่รู้ว่าจะเขียนจบมันยังไง 
จบแบบใส่เนื้อเพลงไว้ท้ายบทความก็ทำบ่อยแล้ว 
จะเขียนสรุปว่าฉันลืมใครสักคนอยู่บ่อยๆ
แล้วก็กลับมารู้สึกอีกมันก็ดูจะซ้ำซากเกินไป

จบแบบไหนดีนะ
จบแบบถามตัวเองว่า
คนที่ฉันกลับมาเจออีกในครั้งนี้ 
ฉันจะลืมเขาได้อีกเมื่อไหร่ดีกว่าไหม.. 









SHARE
Written in this book
ALL ABOUT HIP .
เรื่องของฉัน
Writer
hip
Just me .
ทุกอย่างที่อยากเขียนและพบเจอ .

Comments