"ขอบตา : รักสุดจ๊าบของเด็กวัยโจ๋"
เมื่อหำโตขึ้นทะลวงห้วงเวลา เสียงคู่รูหูชาวธนบุเรี่ยนอย่างท่อมอไซก็เริ่มจางและหมดความน่าสนใจ

ผมมีส่วนร่วมเห็นการวิวัฒนาการของเด็กรักสนุกย่านสำเหร่ตั้งแต่การหอบพวก 3 คนยกล้อจักรยานขนาบข้างผมและท้าทายระยะเวลายกล้อกลางอากาศ ใครแพ้จะถูกยึดจักรยาน

ผมใช้เท้าตอบรับคำท้าให้หน้าพวกนั้นจูบคอนกรีตและปั่นหนี

ถึงยุคหลีสาว ที่กรรมสิทธิ์เมียปากแดงถูกจดทะเบียนห้ามมอง หากผิดกฏ พวกนั้นจะเดินล้อมคุณ ไม่ว่าปากแดงๆของเขาจะถูกมองหรือไม่ก็ตาม ภาพสุดท้ายก่อนเราบรรเลงเพลงหมัดเป็นใบหน้าภาคภูมิใจในอิทธิพลผัวของเธอตอนคุกคามผู้อื่น

หลังจากนั้นวัฒนธรรมเหล่านี้เริ่มเบาลง บ้างกลับตัวรับจ้างขับมอไซ หรือบ้างวกกลับไม่ทัน กรงคุกตารางก็กลายเป็นคันบิดให้มือถูเล่นแทน ทุกอย่างลอยไปตามลมเวลา

-----------
ท่ามกลางตรอกสีเทาใต้ชายคากระเบื้อง เดินยาวพ้นขอบสนิมไปจนถึงหลังคาโปร่งสีฟ้าปนขจี สนามบอลภายในโรงพยาบาลนี้คือศูนย์รวมมวลมหาหลายกลุ่มของชาวตากสิน

อันดับหนึ่งคือชาวชราในเสื้อมาราธอนที่เสพติดการวิ่งจนหัวเข่าพังมากกว่าลงแดงโรคชรา ผนวกด้วยลูกหลานลัทธิพวกเขา คติคือ phase ที่พัฒนาย่อมคุ้มให้ชนซอกรักแร้คนอื่นโดยไม่ต้องหยุดขอโทษ

รองมาเป็นสาวพยาบาลและกะเทยร่างเฟิร์มที่ไม่เคยยืดเส้นเพราะรำคาญน้ำลาย หัวงูและกลิ่นสบู่โบราณชายชรา

สองกลุ่มสุดท้ายคือพวกกล้าม lover ที่บูชาเส้นเลือดบนแขนมากกว่ามื้ออาหารขยะกับครอบครัว กับการนั่งสุมของเด็กมัธยมพร้อมฟุตบอลและตะกร้อ

------------
ทุกวันจะเป็นไปในแบบของมัน ผมทักทายคนรู้จัก ออกกำลังตามจังหวะเสียงในหูฟัง ยืดเส้น และเดินกลับบ้าน

แต่วันนี้พิเศษ สาวๆมัธยมเดาะตะกร้อให้ชมระหว่างโหนบาร์

กับความชูชันของอะดรีนาลีนกลุ่มวัยรุ่นชายกำลังคืบคลานเข้าหาด้วยเสียงเหมือนเชียร์มวย เสียงในหัวผมเช่นกัน

หนึ่งในพวกนั้นกำลังจะหลีสาวนักตะกร้อคนใดคนหนึ่ง

ด้วยความลั่นของเสียงชายฉกรรจ์ริมสนาม พวกเธออาจจะรู้ว่ามีสองคนในแก๊งนั้นกำลังคืบคลานมา แต่ไขสือไม่รู้และลอยหน้าตาสวยไปก่อน ชายที่เหลือแอบหัวเราะหลังต้นไม้
.
.
สองหนุ่มเด็กเข้าไปทีละสองก้าว หันกลับมองเจ้าของมือถือตลอดเวลา เป็นความเนียนที่ห่วยแตก ผู้ใหญ่รอบข้างยิ้มลุ้น หัวเราะกับสถานการณ์ตื่นเต้น สายตามองดูผลของศึกครั้งนี้

ที่สุดแล้ว ลูกตะกร้อถูกปล่อยกระแทกพื้น ผู้หญิงคนหนึ่งถูกผู้ชายสองคนเข้าจู่โจม เธอรับมือถือแปลกหน้าไว้ ชายสองคนตะโกนและชี้ไปที่หลังต้นไม้

"คนนั้นชอบๆๆๆ" "ออกมาเด้" "เว้ยๆๆ" เป็นตะโกนที่กล่องเสียงไม่แตกหนุ่ม และล่อตีนอย่างเหลือเชื่อ การบิดตัวขำกันสองคนระหว่างรอการละเลงนิ้วฝ่ายหญิง เพื่อนสาวยืนนิ่งเก็บชัยชนะในริมฝีปาก ทีท่าเดินวนหาได้รอเพื่อนให้ไลน์ มันรวมถึงความไคร่ผู้ลึกๆ รอจะถึงตาพวกเขาบ้าง ไม่เช่นนั้นสถานที่เตะตะกร้อคงเป็นหญ้าข้างสนาม ไม่ใช่กลางดงเหงื่อชายหนุ่ม

ต่างคนต่างต้องการ ตอบสนองแตกต่างกัน

-------------
"คิดถึงสมัยนุ้นเลย" ลุงเสื้อกล้ามด้านข้างพูดขึ้น

ผมไม่เคยคิดว่าการหลีแบบนี้จะหมดกระแสวัยส่วนตัวไปแล้ว หน้าตาเหยเก มือเกาหัวบ้างจับหำที ขยับเท้าคันความเขินอาย ภาพลักษณ์เหมือนหนุ่มขาดโปรตีนลืมสคริปพูดหน้าห้อง นึกแล้วก็ชวนคิดถึงใบหน้าตัวเองตรงนั้นหลายปีก่อน

ยิ่งเทคโนโลยีเติบโต มาดเต๊ะในจอออนไลน์เริ่มต้องมีมากกว่าชีวิตจริง เพื่อการเกี้ยวสายตาคนในสังคมนั้น เพราะความสัมพันธ์หลายอย่างมักเริ่มจากตัวอักษรและภาพในจอ

แต่เห็นแบบนี้ก็รู้สึกยินดี ที่ความสดความแก่นของวัยรุ่นยังเหลืออยู่ ความเจื่อนแดก อาการลนลาน ความรู้สึกอันซับซ้อนผ่านผิวจริงบนใบหน้าที่เปลี่ยนวิต่อวินาทีเป็นความมีเสน่ห์กว่าการอ่านประโยคหรือฟังน้ำเสียงเป็นขุม

ค่อยดูเป็นกิจกรรมมนุษย์ขึ้นบ้าง
.
.
วันนี้เป็นวันแรกที่ผมถอดหูฟังมาฟังเสียงเร้าตีนของพวกมัน
SHARE
Writer
Fhoiman
Junior Writer
เขียนเล่าเรื่องทุกอย่างที่พบเจอระหว่างท่องเที่ยว จากนิสัย มุมมองและแง่คิดเฉพาะตัว

Comments