“ดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน”
        เด็กคนหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกนั้น มีสิ่งหนึ่งอยู่เต็มเปี่ยม คือ “ความสงสัย” เด็กนั้นมักจะสงสัยไปเสียทุกอย่าง ก่อนจะพูดได้ก็เป็นคนช่างสงสัย ดูจากสายตาเด็กที่มองสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ผู้ใหญ่นำไปหลอกล่อ เด็กไม่เคยเห็นสิ่งนั้นก็ยังสงสัย เมื่อเริ่มพูดได้บ้างก็มีคำพูดหลุดลอยออกมาในลักษณะสงสัย หรือบอกว่านั่นเป็นนี่ นี่เป็นนั่น เมื่อพูดได้ดีแล้วก็มักจะถามว่า นี่อะไร นุ่นอะไร แล้วทำไม จะเห็นว่าเด็กช่วงนี้ ผู้ใหญ่มักจะว่า ช่วง อะไร ทำไม
         น่าเสียดายที่ความช่างสงสัยนี้ มันจะค่อยๆ หายไปกับการเติบโต เมื่อเด็กเริ่มเติบโตขึ้นความสงสัยก็จะน้อยลงๆ ไปเรื่อยๆ ตามลำดับ จนเป็นผู้ใหญ่ ความสงสัยจะหายไปแทบจะไม่มี เรียกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเกือบจะไม่สงสัย เพราะมันแปลงเปลี่ยนเป็นความเคยชินเสียแล้ว
หากว่าผีมีจริงล่องลอย หายตัวได้ (ขอให้ไม่น่ากลัวก็พอ) เมื่อเด็กๆ เพิ่งเกิดมาไม่นานนักเห็น เด็กคงไม่รู้สึกอะไร ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร แต่กลับจะสนุกสนานอีกด้วยเพราะหายไปหายมาได้ (เหมือนเราเล่นกับเด็ก) แต่เมื่อผู้ใหญ่ได้เห็นขึ้นละก็ รับรองว่าตกใจเป็นแน่ อยู่ๆ ปรากฏกายขึ้นและหายวับไปกับตา เพราะผู้ใหญ่นั้นคุ้นชินเสียแล้วว่า สิ่งที่ทำอย่างนั้นได้ไม่ใช่สิ่งปกติที่เคยพบเจออยู่ เป็นสิ่งอื่นจากปกติ จึงทำให้ตกใจ ที่ตกใจไม่ใช่ไปเจอสิ่งไม่ดีอะไรหลอกเพียงแต่ไม่คิดไม่ฝันว่ามีสิ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร รวมทั้งอาจจะมีชุดความคิดด้วยว่า สิ่งที่หายตัวได้นั้น ไม่ใช่สิ่งปกติที่มีอยู่บนโลก
          เห็นไหมครับว่า การเลิกสงสัยนั้น รังแต่จะนำมาซึ่งความเคยชิน ความเคยชินนั้นเป็นตัวร้ายกาจนักสำหรับผู้อยากเรียนรู้ บางครั้งนำมาซึ่งความโง่เขลาด้วยซ้ำไป การทำอะไรอย่างซ้ำซากจำเจจนเคยชินนั้น น่าจะเป็นงานของเครื่องจักร มากกว่ามนุษย์ผู้มีปัญญาและจินตนาการ … ดั่งดอกไม้เริ่มผลิบาน งดงามชูช่อเบ่งบานเค้าโครงจากโลกของโซฟี่

SHARE

Comments