การคุกคามของคนใกล้ตัว
       ตอนนี้บ้านเมืองของเรามีแต่คดีข่มขืนเด็กที่อายุไม่มาก แล้วคนที่ข่มขืนก็ไม่ใช่ใครอื่นเลย ก็คนในครอบครัวนั่นแหล่ะ ทั้งพ่อ ปู่ ลุง น้า อา หรือแม้กระทั่งครูที่โรงเรียน เดี่ยวนี้คนเราไม่มีศีลธรรมกันแล้วเหรอ ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี เราไม่ใช่สัตว์ที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้ หรือแม้แต่เด็กวัยรุ่น ก็ทำตามพวกคลิปโป้ต่างๆ แล้วเอามาทำกับญาติ พี่น้อง สังคมเป็นอะไรไปแล้ว แต่คนที่ถูกกระทำคือผู้หญิง ที่ไม่มีทางสู้ แต่โทษทางกฎหมายก็อ่อนเหลือเกิน ไม่หนักแน่นเลย คนกระทำความผิดก็ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ต้องเป็นกฎหมายแบบต่างประเทศ เช่น อินเดียที่เขามีคดีข่มขืนผู้หญิงที่เป็นแพทย์ เขาจับคนที่ทำได้ เขาก็ลงโทษโดยการแขวนคอ มันต้องแบบนั้น คนถึงจะเกรงกลัวกฎหมาย แต่บ้านเราพอจะทำแบบนั้น เดียวก็มีนักสิทธินั้นสิทธินี้ มาเรียกร้องขอร้องขอชีวิตคนร้าย แต่ไม่ได้ขอร้องชีวิตให้กับคนที่เป็นผู้เสียหาย 
      ประเทศเราแปลกจริงๆ ตั้งแต่นักการเมืองมา ถ้านักการเมืองทำผิดก็แก้กฎหมายให้เป็นชอบไปหมด แต่ถ้าเป็นตาสีตาสาทำผิด แค่เก็บเห็ดนำไปขังคุกหลายสิบปี กฎหมายอะไรรังแกแต่คนจน กฎหมายไม่ยุติธรรม แบบนี้เรียกว่าเป็นประชาธิปไตย แบบนี้เรียกว่าเผด็จการมากกว่า แล้วเด็กหรือครอบครัวที่เป็นผู้หญิงที่เป็นผู้เสียหายบางคนก็ไม่กล้าไปแจ้งความ หรือบอกผู้ใหญ่ เพราะอับอายที่จะบอก
        ยิ่งต่างจังหวัดยิ่งแล้ว ญาติพี่น้องที่เป็นผู้ชายน่ากลัวมากๆ โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่น ที่มันไปชอบดูหนังโป้ ซึ่งหาดูง่ายมากในปัจจุบัน พอมีอารมณ์มันก็เอามาลงกับเด็กผู้หญิงที่เป็นญาติกัน แล้วเด็กผู้หญิงซึ่งไม่รู้เรื่องอะไร ก็ต้องตกเป็นเหยื่อของพวกนี้เหรอ การที่เด็กคนหนึ่งถูกกระทำชำเราแบบนี้ ไม่ว่าเวลามันจะผ่านมานานสักแค่ไหน แต่ความทรงจำอันแสนเลวร้าย มันก็ไม่เคยจางหายไปจากใจ ถึงแม้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นจะเติบโตมาแล้วก็ตาม จนบางคนกลายเป็นคนกลัวผู้ชาย ไปโดยปริยาย ซึ่งมันจะมีเด็กน้อยมากที่สามารถผ่านเรื่องเลวร้ายแบบนี้มาได้ โดยการคิดบวก สิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป แต่ถ้าคิดในด้านลบ ก็วนเวียนคิดถึงแต่เหตุการณ์แบบนี้จนบางทีกลายเป็นคนซึมเศร้าไปเลยก็มี 
      พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด สอนให้เขาได้เรียนรู้เรื่องแบบนี้ บอกเขาให้ระวังไม่ให้ใครมาจับหรือทำอะไรกับของลับแล้วถ้าเขามาทำก็ให้หนีออกมาจากสถานที่แบบนั้นทันทีและมาบอกพ่อกับแม่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับลูกของคุณ เพื่อเขาจะได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่รู้สึกดีกับตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ เขาควรจะเก็บเรื่องแบบนี้ไว้ให้กับคนที่เขารักในวันแต่งงาน มันน่าจะเป็นความสุขที่แท้จริงของเด็กผู้หญิงสักคนหนึ่ง  มากกว่าต้องมาเสียใจแบบนี้ในภายหลังซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่น่าจดจำและฝังใจไปตลอดชีวิต  
SHARE
Writer
BAIpai1988
write
มิตรภาพและรอยยิ้ม

Comments