ทั้งสวยงาม หวานหอมแต่มันก็ขมขื่นเช่นกัน
ความรักสำหรับฉันก็คงเหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานรับแสงแดดยามเช้าครั้งแรก เติบโต สวยงาม 
และแห้งเหี่ยว เป็นการเริ่มต้นครั้งแรก
มันสวยงามแต่เจ็บปวด สัมผัสครั้งแรกกับความรู้สึกแปลกใหม่ 


ชั่งหอมหวานเหมือนนมสดอุ่นๆและขื่นขมเหมือนกาแฟดำ ชั่งเป็นรสชาติของคาราเมลที่ลืมไม่ลง 


เขาทำให้ฉันมีความสุข เขาเป็นครึ่งนึ่งของรอยยิ้มฉันในช่วงเวลานั้น เขาทำให้ฉันยิ้มได้มากกว่าใคร
และเป็นความขมขื่น ความเสียใจ ความเน่าเฟะของชีวิตฉันมากกว่าใครเช่นกัน


ถึงได้บอกว่าการเริ่มต้นใหม่ของฉัน
บางครั้งฉันก็อยากจดจำแต่ก็อยากฝังมันให้ลึกที่สุดของจิตใจ ฉันอยากยิ้มให้ช่วงเวลานั้นนะ 
แต่มันก็ยิ้มไม่ออก บางทีฉันก็คิดว่าตอนนั้นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของชีวิตครั้งใหญ่ 
ที่ให้ใครคนนึ่งเข้ามามีผลกัับความรู้สึกมากเกินไปจนทำร้ายตัวเองไปด้วย และไม่ได้ได้คิดว่าคนคนนั้นจะตอบแทนความรักของตัวเองได้หรือไม่ 

เขารับรักฉันและฉันหวังให้เขารักตอบเช่นกัน

แต่บางครั้งการจะอยากให้ใครคนนึ่งมาตอบแทนความรักมันก็เป็นเรื่องยาก และฉันก็เป็นคนโชคร้ายนึ่งในนั้นที่เขาไม่สามารถจะให้ฉันได้ 


“รักเหมือนกัน” คุณว่าความรัก... การตีความหมายของคนคนนึ่งจะมีความเน่าเฟะสักเท่าไรความรักคงไม่ใช่การทำร้ายชีวิตใครคนนึ่งหรือไม่ ความรักที่เห็นแก่ตัวมันจะเรียกว่ารักได้อยู่ไหม
รักที่ว่าคือฉันจริงๆหรือป่าว


แต่ถ้าความรักสำหรับเขาแล้ว รักของเขาที่มอบให้คือการทำลายชีวิตของคนคนนึ่ง ความหวังดีของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมาฉันไม่เคยได้สัมผัสถึงมันสักครั้ง

เธอตอบแทนความรักได้ห่วยที่สุดในโลก

ฉันเข้าใจนะว่าความรัก บางทีก็ไม่ได้หวังให้มาตอบแทน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันก็เลือกที่จะไม่เข้าไปรู้จักเขา รู้จักกันในระยะไกลๆคงมีความสุขมากกว่าได้ยืนอยู่ข้างๆ ความรักที่เข้าไปเป็นตัวแทนคนอื่นมันก็เจ็บดีเหมือนกันนะ 
และฉันก็ไม่เคยรู้ว่าการอยู่ตรงนั้นคือการสวมเงาให้ใครอีกคน รู้อีกทีความรักมันก็เบ่งบานเกินกว่าจะหยุดได้แล้ว 


ดันทุรังเพื่อจะได้เป็นคนนั้นจริงๆแต่ฉันก็คิดผิด
ความรักที่มอบให้กลับมาทำร้ายตัวเองอยู่ซ้ำๆเพราะความเห็นแก่ตัวของเขา รักที่คิดว่าจะทำไรก็ได้ รักที่คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง 
ตอนนั้นฉันว่าคิดว่าฉันเป็นคนที่โชคร้ายที่สุดในโลกที่ได้มาเจอกับเขา แต่พอมองกลับไปมันก็มีข้อดีของมันเหมือนกัน มันทำให้ฉันโตขึ้น 
ทุกความรู้สึกทำให้ฉันระวังมากขึ้นก่อนที่มันจะถล้ำลึกลงไป จนยากจะขึ้นมาอีกครั้ง


เพราะถึงตอนนั้นแล้ว ฉันก็ถล้ำลึกเกินกว่าจะขึ้นมา รู้ตัวอีกทีก็ยากที่จะปีนขึ้นมาจากเหว 
มีหลายมือที่ยื่นลงมาให้ปากเหว แต่มันก็มีเชือกถ่วงไว้กับหินก้อนโตให้ดำดึงลงไปเรื่อยๆ 

ฉันควรคว้ามือจากข้างบนไว้หรือปล่อยตัวเองลงตามหินก้อนนั้นไปในเหวที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนั้นก็มีความสุขแต่ก็ยอมรับว่าชีวิตส่วนนึ่งก็ยากจะกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
—sunnybera—

 








SHARE
Written in this book
ความรักในวัยละอ่อนของฉัน
คุณใช่เวลาแค่ไหนเพื่อเลิกจดจำใครบ้างคน
Writer
sunnybear
writer
บทกวีที่สวยงาม มักมีคุณอยู่ในนั้น

Comments