รักเบอร์สอง
ฤดูฝนที่แสงแดดไม่เคยเป็นใจ ถ้าไม่ร้อนจนชวนให้ตับวายก็ดูเหมือนฝนจะตกกระหน่ำทำเอาชวนสงสัยว่า เทวดาไม่มีอะไรทำนอกจากสาดน้ำลงมาตรงเวลาให้คนเศร้าต้องเสียน้ำตาอยู่ร่ำไปหรือไรกัน –

“พี่, ไปวิ่งกันมั้ย วันนี้เราแย่จังแหละ” เธอโทรศัพท์ไปชวนคนที่เธอไว้ใจมากที่สุดในการให้คำปรึกษาทุกเรื่องราวในชีวิต

“ฝนจะตกนะ”

“อือ, ช่างฝนปะไร ให้มันตกๆ ไปเถอะ มันเป็นหน้าที่ของท้องฟ้าอยู่แล้วแหละ”

“ตามนั้น” ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงสวนสาธารณะใหญ่ใกล้บ้านที่เธอมักจะมา “หลบพัก” เสมอในทุกครั้งที่หัวใจอยู่ไม่เป็นสุข สถานที่แห่งเดียวที่เธอสามารถร้องไห้ได้ในระหว่างวิ่งแล้วไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังมีน้ำตา เพราะทุกคนวิ่งไปทางเดียวกันหมด ยกเว้นว่าบางคนจะหันมองกลับมา ในระหว่างที่เธอเช็ดน้ำตาก็เท่านั้น และ “พี่” ก็คือคนคนนั้น

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับน้อง, มีอะไรเข้าตาหรือเปล่า พี่มีน้ำสะอาดล้างหน้าก่อนมั้ย” เธอปล่อยโฮเสียงดังจนทำให้เขาตกใจ ขวดน้ำหล่นพื้น ไม่เหลือให้ล้างหน้า เขาพาไปนั่งพักและฟังเรื่องราวที่ทำให้เธอมีน้ำตา หลังจากนั้นเราก็รู้จักกัน และวิ่งด้วยกัน เขาชื่อเล่นว่า ปัน ชื่อจริง คือ ปัญญ์ปริญญ์ เธอชื่อเล่นว่า แพน ชื่อจริง ว่า พรรณไพลิน ชื่อของเราเขียนด้วยภาษาอังกฤษว่า “PAN” เหมือนกัน ชื่อจริงก็คล้ายๆ กัน ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาเกิดขึ้นง่ายๆ เพราะมีอะไรหลายอย่างที่คล้ายๆ กัน เธอตกหลุมรักเขาตอนไหนก็ไม่รู้ แต่กว่าจะรู้หัวใจเธอก็เป็นของเขาไปแล้ว – แต่ก็จบลงแล้วเช่นกัน สิ่งที่เหลืออยู่ระหว่างกันคือมิตรภาพอันดีที่ไม่ได้พังพินาศไปกับรักที่จบลง

“เป็นรักเบอร์สองอีกแล้วว่ะพี่”

“ก็คิดอยู่ว่าคงไม่แค่อยากมาวิ่ง”

“หลังจากที่เลิกกับพี่เราก็ไปรู้จักกับคนคนนึงแหละ”

“ขุดหลุมแล้วถีบตัวเองลงไปอีกแล้วงั้นหรือ”

“อือ, รู้จักกันมาหกเดือนแล้วอ่า”

“ผ่านโปรแล้วนิ่”

“ก็ไม่สิพี่ ไม่งั้นจะเรียกว่าเป็นรักเบอร์สองเหรอ”

“เขาแต่งงานแล้ว?”

“เปล่า แต่เขาไม่ได้มีเราคนเดียว เขามีคนอื่นอีก... ซึ่งเราก็รู้ก่อนที่จะคบกับเขาด้วย”

“ก็ยังคบต่อ”

“อืมม์ เหมือนเราวิ่งเป็นเพื่อนเค้า เราออกจากจุดสตาร์ทพร้อมกัน แต่ในตอนที่เค้าล้า เค้าไม่ไหว เราก็คอยผลักหลังส่งแรงให้เขาไปต่อ แต่เราไม่ใช่จุดหมายที่เขาเลือก เราก็แค่เพื่อนร่วมทางไม่ใช่ปลายทาง”

“แล้วทำไมถึงคบมาได้ถึงหกเดือน”

“คือเค้าก็น่ารักดีไงพี่ วีดีโอคอลมาทุกวัน คุยกันทุกวัน เจอกันบ่อยจนไม่แน่ใจว่าเค้าเอาเวลาไหนไปคุยกับคนที่เป็นปลายทางของเค้าในเมื่อยี่สิบสี่ชั่วโมงเราก็มีการติดต่อกันแทบตลอดเวลา อย่างน้อยก็มองเห็นความเป็นไปในชีวิตกันและกันแหละ”

“คนเจ้าชู้เค้าบริหารเวลาเก่ง สิ่งเดียวที่เราจะรับรู้คือสิ่งที่เขาบอกให้เรารู้ เขาอาจจะสร้างสถานการณ์ สร้างเรื่องราว เหตุการณ์อะไรขึ้นมาสักอย่างให้เราเชื่อ ถ้าใจเราเลือกที่จะเชื่ออยู่แล้ว ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่าเขาโกหกเราก็เชื่อ”

“อาจจะเพราะสงสารเค้าด้วยมั้ง, คนที่เค้ารักคือคนรักเก่าของเค้าที่ไปแต่งงานกับคนอื่น ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังดำเนินไปอยู่อย่างลับๆ เพราะความรักที่เค้าสองคนมีให้กันมาก่อน แต่ด้วยเหตุผลโน่น นี่ นั่นทำให้เค้าสองคนแต่งงานกันไม่ได้ เค้าก็เลยยังรอคนรักเก่าที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะลงเอยกันได้ และมีเราเป็นรักเบอร์สองที่ไม่สามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตจริงเค้าได้เลยไม่ว่าจะวันนี้ หรือวันหน้าด้วยเหตุผล โน่น นี่ นั่น อันเป็นเงื่อนไขทางสังคมที่เราไม่สามารถกำหนดให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ เราเป็นแค่ส่วนประกอบหนึ่งของชีวิตที่เค้าอยากเก็บไว้ แต่ไม่สามารถไปแทนที่คนคนนั้นได้”

“พอจะเข้าใจแหละ แต่พี่ก็คงไม่ไปตัดสินความถูก ผิด ชีวิตและการกระทำของใครได้, สิ่งเดียวที่พี่อยากบอกแพน คือให้แพนรู้จัก Self-Compassion คือขอให้เห็นอกเห็นใจตัวเอง เคารพในตัวเอง ไม่ต้องใจร้ายใจดำกับตัวเองมากนักก็ได้ การตกหลุมรักเป็นเรื่องปกติสามัญของมนุษย์ตราบที่ยังมีกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง เรายังไม่ได้นิพพาน เรารักได้ และอกหักได้ด้วย แต่การเห็นอกเห็นใจตัวเอง เคารพตัวเอง และเกรงใจความรู้สึกตัวเอง มันคือกระบวนการในการรักษาจิตใจตัวเองจากการถูกบั่นทอนโดยสิ่งรอบข้างให้มีเสถียรภาพและแข็งแกร่งนะ”

“พี่ว่าเราใจร้ายกับตัวเองมากเกินไปใช่มั้ย”

“เวลาแพนรักใคร, แพนจะเทหมดหน้าตัก รักไม่เผื่อเจ็บ แต่ก็นั่นแหละ เวลาคนเราตกหลุมรักมันก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหละ บางครั้งเราก็ไว้ใจความรักมากกว่าความคิดของตัวเองเสียอีก”

“เราไม่รู้ว่าควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีว่ะพี่”

“ก็นั่นแหละ, พี่ไม่สามารถตัดสินใจให้แพนได้ว่าควรทำยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ถ้าอยู่ต่อแล้วพร้อมที่จะยอมรับความเจ็บปวดเมื่อส่งเขาถึงปลายทางแล้วต้องปล่อยมือเขา กลับมาเย็บซ่อมหัวใจตัวเองไหว, ก็ไปต่อ อันที่จริงการไปต่อมันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่แพนกังวลใจก็ได้ อย่างน้อยระหว่างทางที่วิ่งไปพร้อมกับเขา มันก็คือความสุขในปัจจุบันขณะไม่ใช่หรือ? เราไม่รู้นี่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง สิ่งที่แพนคิดก็อาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้นี่นา ทำไมต้องไปคิดล่วงหน้าในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงด้วยล่ะ”

กลุ่มเมฆ cumulonimbus ที่ตั้งเค้าครึ้มมาแต่ไกล มั่นใจว่าฝนตกแน่นอนแล้วเนื่องจากเป็นลมพายุ ลมพัดแรงขึ้น ใบไม้ที่ร่วงพื้นปลิวตามลม หมุนวนเป็นวงกลมก่อนตกลงใกล้ๆ

“หลบฝนก่อนมั้ย ไม่อย่างนั้นนอกจากจะลมพิษขึ้นแล้วอาจจะไม่สบายเพราะฝนที่ปนเปื้อนก็ได้นะ”

“พี่จำได้ด้วยเหรอว่าเราแพ้ฝน”

“อย่างน้อยเราสองคนก็เคยคบกันนะ” เขาตอกหมุดลงในใจซ้ำที่เดิม

“ตลกดีนะพี่, เราเคยเป็นรักเบอร์สองของพี่ แต่ตอนนี้เรากลับต้องมาปรึกษาพี่เรื่องรักเบอร์สองอีกครั้ง”

“นี่ก็เรื่องของอดีต อย่าให้น้ำหนักและความสำคัญจนมากเกินไป จะทำให้ทุกข์ใจไปเสียเปล่า”

“ขอโทษพี่, บางทีการนึกถึงเรื่องราวดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเราก็สุขใจดีนะ ถึงแม้มันจะจบลงแต่เรื่องของเรามันก็จบแบบเข้าใจกันไงพี่ ไม่งั้นพี่ไม่ได้มานั่งเป็นที่ปรึกษาเรื่องหัวใจให้เราหรอก”

“พี่ก็ไม่ได้คลายรักแพนลงไปนะ แต่สถานะความสัมพันธ์เปลี่ยนไปเราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เป็น ถูกมั้ย”

“งั้นเข้าเรื่อง, ตกลงพี่คิดว่าเราควรไปต่องั้น ทั้งที่ก็รู้ว่าเราต้องกลับมาเย็บซ่อมหัวใจเนี่ยนะ”

“พี่ว่าที่จริงแล้วแพนมีคำตอบให้กับตัวเองแล้วนะ”

“ไม่มีหรอก ถ้ามีจะมาปรึกษาทำไม โอเคแหละ เราชอบเค้า แต่พี่ก็รู้ว่าในชีวิตเรา เราบาดเจ็บมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว มันก็เหนื่อยนะที่จะต้องกลับมาเจอเรื่องซ้ำเดิมอยู่ร่ำไป”

“ฝนตก เดี๋ยวก็หยุด แล้วก็ตกใหม่ หยุดแล้วก็ตกใหม่ เป็นแบบนี้ซ้ำเดิมอยู่ร่ำไป เช่นกัน”

“ถ้าเราพอแค่นี้มันก็เป็นผลดีต่อใจ แต่ถามว่าต้องซ่อมใจมั้ย ก็ต้องซ่อมเหมือนเดิมแหละพี่ แค่ร่นเวลาจากเดิมอาจจะไปซ่อมเอาเดือนตุลา ก็มาซ่อมเอาเดือนกรกฎา”

“แต่อย่างน้อยก็มีเวลาตั้งสามเดือนในการตั้งหลักและเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นอย่างไร อย่างน้อยใจก็แกร่งขึ้น”

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ในการนั่งคุยกัน แต่ระหว่างนั้นกลุ่มเมฆ cumulonimbus ได้เคลื่อนผ่านไป เหลือเพียงเมฆ nimbostratus ที่ทำให้เกิดเพียงฝนตกปรอยๆ เท่านั้น แต่ก็นั่นแหละยังไงเธอก็ยังแพ้ฝนอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นฝนที่เกิดจากกลุ่มเมฆ cumulonimbus หรือ แค่เพียงฝนจากเมฆ nimbostratus ก็ตาม

“อันที่จริง ที่เป็นอยู่นี้ก็ดีอยู่แล้ว แค่ใช้เหตุใช้ผลมากกว่าใช้หัวใจ เห็นอกเห็นใจและให้เกียรติตัวเอง เคารพตัวเองมากขึ้นจะทำให้รักมีค่ามากขึ้น”

“ขอบคุณมากนะพี่, อย่างน้อยที่สุดเราก็สบายใจขึ้นมาก ถึงจะตัดสินใจอะไรไม่ได้ในตอนนี้ แต่ก็ทำให้เรารู้ว่าเราควรเกรงใจความรู้สึกตัวเองมากกว่านี้ อ่ะนี่, เราให้ดูรูปเค้า คนที่ทำให้เราจะต้องซ่อมใจในระยะเวลาอันใกล้นี้”

เธอส่งมือถือให้เขาดูภาพถ่ายในแกลเลอรี่ ภาพของชายหนุ่มที่เธอเป็นเพียง “รักเบอร์สอง” ของเขา และเรื่องราวที่เหนือความคาดเดาในทุกสิ่ง

-- สาเหตุที่ปันกับแพนต้องเลิกกันไม่ใช่เพราะไม่รักกันแต่ด้วยเหตุผล โน่น นี่ นั่น และเงื่อนไขบางอย่างทำให้เขาเลือกเธอไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ปัญญ์ปริญญ์ต้องตกใจมากกว่าคือภาพของชายหนุ่มคนนั้น เพราะเป็นคนคนเดียวกับที่ภรรยาเขาเคยพามาแนะนำให้รู้จักในฐานะ “เพื่อนเก่า”

เมฆ nimbostratus เคลื่อนผ่านไปแล้ว, ท้องฟ้าโคตรแจ่มใสราวกับไม่เคยมีฝนตกใกล้ๆ นี้ – แต่หัวใจของปัญญ์ปริญญ์ต่างหากที่ช็อคมากถึงขั้นจุก

“พี่, ทำไมเงียบไป รู้จักเหรอ เขาชื่อกิรปัน ชื่อเล่นว่า ป่าน ตลกมั้ย เขียนภาษาอังกฤษเหมือนชื่อพวกเราเลย PAN”

“ไม่หรอก ไม่.... จะรู้จักได้ไง พี่เป็นสถาปนิก เขาเป็น engineer คนละสายงานกันน่ะ”

“ว่าแต่... เราไม่เคยบอกพี่นะว่าเขาเป็น engineer พี่อย่าทำให้เราสงสัยสิ”

.........................................

ชีวิตก็แบบนี้แหละ ถ้าอะไรที่เรากำหนดเองไม่ได้ สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำ ก็แค่ Self-Compassion เห็นอกเห็นใจตัวเอง เคารพในตัวเอง ไม่ต้องใจร้ายใจดำกับตัวเองมากนักก็ได้.... / 


#ปลาวาฬ
SHARE
Written in this book
รักในฤดูฝน
Writer
blue0416
etc.
"หมาขี้เหงา วิ่งไล่งับเงาในแดดบ่าย"

Comments

nananatte
4 months ago
คนเจ้าชู้เค้าบริหารเวลาเก่ง :-)
Reply
blue0416
4 months ago
เนอะ...