และตอนนี้เหมือนฉันกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง

Recommended song
Chelsea Cutler - sometimes



March 2019


ฤดูร้อนเป็นฤดูที่เราเกลียดที่สุด โดยเฉพาะในปีนี้ เราเกลียดมันเป็นพิเศษเลยล่ะ

เราบอกเลิกคนรู้ใจที่คบกันมากว่าครึ่งปี เราตัดสินใจทำอะไรๆให้มันชัดเจนโดยการบอกต่อหน้าซึ่งเขาก็ดูจะเข้าใจเหตุผลดี
เราเลิกกันเนอะเป็นคำพูดสุดท้ายที่ออกจากปากเราในฐานะแฟน เหตุการณ์วันนั้นไร้ซึ่งการยืดยื้อ ไร้หยดน้ำตา ไร้เสียงตะโกน ไร้การอาวรณ์ มีเพียงน้ำเสียงราบเรียบเหมือนที่ใช้กันทุกที

แม้จะเลิกกันเพราะมีปัญหา แต่ทุกอย่างดูจะผ่านไปได้ด้วยดี เราคิดแบบนั้น แต่ความคิดนั้นก็ถูกทำลายเสียจนย่อยยับ

เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนก่อนหน้านี้ เรายังคุยกันเหมือนเดิม ยิ้มให้กันเหมือนเดิม เขามารอรับเราตอนเช้าเหมือนเดิม ไปส่งเรากลับบบ้านเหมือนเดิม ทุกๆอย่างเหมือนเดิม 


เหมือนตอนที่เรายังเป็นคนรู้ใจของกันและกัน


ผ่านไปหลายวันการกระทำเหล่านี้ยังไม่จางหาย เราคิดว่ามันควรจะเปลี่ยนได้แล้ว เราไม่ควรเหมือนเดิมกันขนาดนี้ ไม่อย่างงั้นสิ่งต่อไปที่จะเหมือนเดิมอาจเป็นความรู้สึกของเราเอง

เราบอกความต้องการให้เขารับรู้ในเวลาต่อมา เหมือนยกภูเขาลูกใหญ่ออกจากอก แต่วันต่อมาภูเขาลูกนั้นก็กลับเข้ามาอัดแน่นเต็มอกเราอีกครั้ง

เขายังคงมารอรับเราตอนเช้า มารอเราหน้าห้องเรียน มาส่งเรากลับบ้าน หาโอกาสคุยกับเราบ่อยขึ้นมาก เข้าหามากกว่าเดิมจนเรารู้สึกไม่สบายใจ จนกระทั่งบอกให้เรากลับมาโหลดGPSอีกครั้ง
เราเป็นห่วงที่เธอกลับบ้านเอง อยากมั่นใจว่าเธอจะถึงบ้านอย่างปลอดภัย
ความรู้สึกแปลกเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ตามด้วยความหวาดระแวง และความรู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นลำดับต่อมา 


ทุกอย่างมันเริ่มมากเกินไป มากกว่าที่เราเคยคบกันซะด้วยซ้ำ เราเจอเขาที่เดิมทุกเช้าแม้จะมาเร็วกว่าเดิม เขาหาเราเจอแม้เราจะรีบออกจากห้องเรียนก่อนเขา เขารบเร้าให้เราเปิดGPSตลอดเวลาเพื่อจะได้รู้ว่าเราอยู่ที่ไหนเมื่อไหร่ เขาพยายามทำให้เราคุยกันตลอดทั้งวัน 



เป็นสิ่งที่เราต้องพบเจอต่อเนื่องกว่าสองเดือน


ว่ากันว่าความกลัวมักทำให้ขาดสติ สำหรับเราในตอนนั้นคงยากจะปฏิเสธ เราพยายามทำทุกทางเพื่อให้หลุดพ้นจากเขา ทำแม้กระทั่งปรึกษาพี่รหัสปริศนาที่คุยกันแค่ไม่กี่ครั้ง สุดท้ายเราก็ตัดสินใจรวบรวมความกล้าแล้วปฏิเสธเขาด้วยคำพูดที่ไม่ลื่นหูนัก

เหมือนกับหมาจนตรอกยังไงอย่างงั้น

เราปฏิเสธเขาไปกว่าสามครั้งก่อนเขาจะยอมรามมือ และในที่สุดเราก็หลุดพ้น เขาไม่ยุ่งกับเรา เราไม่ยุ่งกับเขา ต่างคนต่างอยู่เหมือนอีกฝ่ายไร้ตัวตน ภูเขาลูกเก่าก็ถูกยกออกจากอกเป็นครั้งที่สอง 
.
.
.
แต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
.
.
.

November 2019


ในที่สุดงานกลุ่มที่ทำมาอย่างยาวนานก็สำเร็จลุล่วงหลังถูกตีกลับมาแก้อยู่หลายครั้ง เรายัดร่างปวดระบมของตัวเองเข้าไปในรถ Honda Civic ตามคำชักชวนของเจ้าของรถที่เดินตามมาติดๆ 

รถเคลื่อนตัวออกจากห้างสรรพสินค้ามุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมายระหว่างเรากับแม่ โดยมี เขา ขึ้นมาบนรถระหว่างทาง คนร่างใหญ่บนที่นั่งข้างๆเอื้อมมาแตะมือเราเบาๆคล้ายจะถามความสะดวกใจ เราพยักหน้าน้อยๆ ริมฝีบากคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะขยับมือให้หลุดจากการกอบกุม

บรรยากาศภายเต็มไปด้วยความเงียบและความกดดันบางๆ ทั้งเขา ทั้งเรา ไม่มีใครพูดอะไรกันซักคำ จะมีก็แต่เสียงเพลงคลอเบาๆกับเสียงเจื้อยแจ้วที่เจ้าของรถ

ใช้เวลาไม่นานรถก็เคลื่อนตัวมาถึงที่หมาย เราก้าวขาลงจากรถโดยไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณคนตัวใหญ่ข้างๆด้วยรอยยิ้ม



INSTAGRAM: You have a new message.

 
เราล้วงมือหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋า จอสี่เหลี่ยมแสดงชื่อแอคเคาท์คนที่พึ่งจากกันไม่นาน

07:07 PM; INSTAGRAM
: ขอโทษนะ ไม่คิดว่ามันจะขึ้นมาด้วย
: ไม่เป็นไร รถมึง สิทธิ์ของมึง
: กูขอโทษจริงๆมึง กูไม่ได้ตั้งใจ
: ไม่ต้องๆ มันไม่ได้ยุ่งไรกับกูนี่ อย่าคิดมาก
: มึงโอเคแน่นะ?
: กูโอเค มึงขับรถเหอะ
: กลัวมึงรู้สึกไม่ดีอะ
กูโอเค มันสุดวิสัยนี่ ใช่ป้ะ?

บทสนทนาดำเนินต่อไปซักพัก เราเองก็ไม่แน่ใจว่าบทสนทนาโยงมาถึงเรื่องนี้ได้ยังไง รู้แต่ว่าคำพูดของเพื่อนร่างใหญ่ติดอยู่ในความทรงจำของเรามาตลอดตั้งแต่วันนั้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่เดือน กี่ปี มันก็ไม่จางหายไปเลย

มึงรู้มั้ยว่ามันเคยขับรถไปที่บ้านมึง
: บ้า จะมาได้ไง
: มึงไม่สงสัยหรอว่าทำไมกูถึงไปส่งมึงถูกทั้งๆที่มึงไม่ได้บอกทาง
: มันก็แค่ทางตรง
เพราะวันนั้นมันให้กูนั่งไปด้วยกันใจเรากระตุกวูบ ดวงตาจับจ้องข้อความเพียงไม่กี่ประโยค ความรู้สึกเดียวกับเมื่อครึ่งปีก่อนเข้าสัมผัสเราอีกครั้ง 

เราไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอ่านข้อความพวกนั้นวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่กี่ครั้ง ไม่รู้ว่านั่งตกใจอยู่นานเท่าไหร่ แต่มันคงนานพอที่จะทำให้เราคิดได้


การกระทำของคุณตลอดเวลาที่ผ่านมา มันไม่ใช่เรื่องปกติ ตั้งแต่แรกเลย



July 2020


ทุกอย่างเกี่ยวกับเขาคอยตามหลอกหลอนเราตลอดมา สิ่งที่เขาเป็น สิ่งที่เขาทำ ความทรงจำเกี่ยวกับเขา ทุกๆอย่าง

แม้ความสัมพันธ์จะไม่เลยเถิด แต่เรากลับรู้สึกว่ารอยแผลนั้นมันช่างหนักหนาเหลือเกิน

เราเว้นระยะห่างจากคนอื่นมากกว่าเดิม เราไม่สามารถบอกที่อยู่แบบเจาะจงกับใครได้ แม้กระทั่งเพื่อนสนิทเราก็ไม่เคยพามาที่บ้าน ความรู้สึกมันต่างจากไปรษณีย์ที่เรารู้ช่วงเวลาและจุดประสงค์ล่วงหน้า

กำแพงสูงตระหง่านถูกสร้างให้สูงและหนาขึ้นอีกเท่าตัวนับแต่วันนั้น 

ช่วงนั้นเราเหมือนเป็นก้อนอะไรซักอย่างที่อมทุกข์อยู่ตลอด เหมือนความสดใสถูกเขากลืนหายไปจนหมด แม้จะเริ่มดีขึ้นนิดหน่อยหลังหลุดพ้นจากการโดนดักรอ แต่ก็กลับมาเป็นแบบเดิมอีกครั้งเมื่อรู้ว่าเขาทำอะไรลับหลัง

เราเคยคิดว่าเวลาจะช่วยให้เราดีขึ้นจนเป็นปกติ แต่ความคิดนั้นก็หายไปทันทีที่เราเจอคนที่คล้ายกับเขา ตอนนั้นเราถึงได้รู้ว่าเราจะไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

เรารู้สึกแย่ทุกครั้งที่นึกถึงเขา คนๆนั้นที่เหมือนฝันร้ายของเราหลายครั้งที่นึกสงสัย นี่คือส่ิงที่เราสมควรได้รับหรอ? เขาคิดอะไรอยู่ถึงทำแบบนี้? เขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?

เหมือนเขาไม่เคยคิดเลยว่าคนถูกกระทำจะเป็นยังไง ไม่เคยคิดว่าสิ่งที่เขาทำจะสร้างบาดแผลลึกให้คนอื่นขนาดไหน ราวกับว่าเขาคิดถึงแต่ตัวเอง

ทุกอย่างมันช่างไม่แฟร์เอาซะเลย เขามีชีวิตที่ดี มีความสุขกับคนใหม่ๆ ชีวิตใหม่ๆ ในขณะที่คนถูกกระทำแบบเราต้องกลายเป็นคนหวาดระแวง กลายเป็นคนมีกำแพง กลายเป็นคนมีแผลในใจ รวมทั้งปัญหาด้านการนอนที่ถาโถม ตามด้วยปัญหาอื่นๆพ่วงตามมานับไม่ถ้วน ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าตัวเองจะเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่


เราอึดอัดจนต้องร้องไห้ทุกครั้งที่พบเจอคนแบบเขา เพราะมันจะทำให้เรานึกถึงสิ่งที่เคยถูกกระทำ


คำถามคือมันเป็นความผิดของเราที่กลัวการกระทำของเขาหรอ? หรือเป็นความผิดของเขาที่คุกคามเราแบบนั้น?
เราเชื่อว่าไม่มีใครสมควรเจอเรื่องแบบนี้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนๆนึงควรได้รับ ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน


ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เราจะไม่เลือกเดินทางนี้เลย เราจะบอกตัวเองให้ออกห่างจากคุณ บอกตัวเองเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องเจอระหว่างทางที่กำลังจะเลือกเดิน ทุกๆอย่าง

จริงอยู่ที่มันอาจทำให้เราขาดประสบการณ์ไปบ้าง แต่เราเชื่อว่าเราสามารถหาประสบการณ์เหล่านั้นได้แม้ไม่มีเขา และเราก็อาจไม่เป็นแบบที่เป็นอยู่ เราคงไม่ต้องทนกับอาการนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน ชีวิตเราคงดีกว่านี้ ใจเราคงไร้รอยแผลเป็นที่เคยเป็นแผลฉกรรจ์ รอยแผลที่เจ็บปวดทุกครั้งที่มอง


เราโกรธเขามาก มากพอๆกับที่เกลียด เราไม่เคยมองเขาเป็นคนดีเลยหลังจากนั้น

แต่ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็คือเป็นไปไม่ได้ เราทำได้เพียงยอมรับกับบทเรียนที่ตัวเองได้รับ ยอมรับอดีตที่หล่อหลอมตัวเราให้เป็นแบบทุกวันนี้ พยายามปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยเราก็ได้รับบทเรียนเลอค่าแม้ต้องแลกด้วยสิ่งสำคัญ 

คุณฝันร้าย ขอบคุณมากที่ให้บทเรียนกับเรา ขอบคุณที่ไม่ทำให้ทุกอย่างแย่ไปกว่านี้ แต่เราอย่ากลับเข้ามาในวงโคจรของกันและกันอีกเลยนะ เป็นส่ิงสุดท้ายที่เราอยากจะขอ


, Bm.


SHARE

Comments

เขียนดีทุกอันเลยค่ะคุณ TT ชอบมาก มาอัพให้อ่านบ่อยๆนะคะ เป็นกลจ.ให้ ❤️
Reply