Mr.Food ของเหล่าเด็ก ๆ

       สถานการณ์แบบนี้การที่จะออกนอกบ้านมันเป็นเรื่องที่เสี่ยงและยาก แน่นอนว่าเมื่อเราหิว เราก็จะโทรสั่งอาหารมาส่งที่บ้าน ซอลเชื่อว่าในโทรศัพท์ของใครหลาย ๆ คน คงมีแอพสั่งอาหารกันบ้างบางคนอาจจะมีมากกว่านั้นแต่เด็กเหล่านี้พี่ฟู๊ดของเค้าคือความรู้สึกการรอลุ้นในแต่ละวันว่าพี่ที่จะมาส่งอาหารเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ร้านที่เราเลือกจะอะไรหรือเปล่า และสุดท้ายคือการกระหนุง กระหนิงกันในการให้คะแนนร้านอาหาร และเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของพี่น้องสามคนที่มีมุมแปลกใหม่ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คน อดยิ้มไม่ได้

       อยากที่รู้กันว่าตอนนี้ฉันเป็นพี่เลี้ยง ที่ดูแลเด็ก ๆ สามคนที่เป็นพี่น้องกัน ไม่คิดว่าซอลจะดูลิงแสบพวกนี้ได้นานขนาดนี้ ในทุก ๆ วัน ที่ฉันดูแลเด็ก ๆ มันเหมือนกับว่าเจอฝูงลิงที่ซุกซนและหิวโหยอยู่ตลอดเวลา ถึงปากจะบอกว่า ทานข้าวมาแล้ว แต่กลับไปยืนหาของกินอยู่หน้าตู้เย็น

       เดิมที่ฉันจะสั่งอาหารMr.Foodมาทานที่บ้านเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เมื่อลิงแสบที่กำลังหิวโหยได้เห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีภาพอาหารหลากหลายชนิดเรียงรายอยู่มากมาย คำถามที่ตามมาคือ มันคืออะไร? ฉันทนสายตาที่จับจ้องมองมาไม่ไหว จึงอธิบายเกี่ยวกับ Application สั่งอาหารให้น้อง ๆ ฟัง ว่ามันคืออะไร ทำอย่างไรถึงจะมีคนมาสั่งอาหารถึงหน้าบ้าน แล้วความบางอ้อก็เปล่งประกายออกอย่างเห็นได้ชัด และดูเหมือนว่าลิงแสบสนอกสนใจมากเป็นพิเศษ ถึงกับขอยืมโทรศัพท์ขอฉันไปนั่งดูกันอยู่สามคน ฉันเองก็ทำได้แค่มองดูว่าลิงแสบพวกนี้จะทำอะไร หัวเราะกระหนุงกระหนิงกันแค่สามคนพี่น้อง ดูเหมือนว่าซอลเป็นส่วนเกินไปซะแล้ว

       วันนี้ก็ยังคงเป็นอีกวันที่ซอลสั่งอาหารมากทานที่บ้าน แต่ทุกครั้งที่ซอลจะสั่งซอลก็จะถามน้อง ๆ เสมอว่า ทานข้าวมาแล้วยัง? น้อง ๆ ก็จะตอบกลับมาพร้อมกันว่า ทานมาแล้ว แต่สายตากำลังมุ่งดูในจอโทรศัพท์มือถือว่าตอนนี้ซอลกำลังจะทำอะไร ซอลมองหน้าน้อง ๆ ก่อนจะส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู ก่อนจะบอกให้น้อง ๆ แยกย้ายไปทำการบ้านของตัวเอง แต่แล้วจู่ ๆ เสียงเล็กของเด็กน้อยของบ้านก็พูดออกมา ทำเอาซอลถึงกับหลุดหัวเราะออกมาทันที

       “พี่ซอล น้องหิวข้าวอีกแล้ว”
       “แล้วไหนบอกพี่ว่าทานข้าวมาแล้วไงคะ”
       “ก็...ก็น้องหิวอีกแล้ว”
       “ก่อนจะมาบ้านพี่ซอล แอลกินไปตั้งสองจาน”
       “ตัวเล็กแบบนี้กินคนเดียวตั้งสองจาน!”

       ซอลมองดูแอลที่กำลังทำหน้าเศร้า ก็เลยถามน้องไปว่าอยากจะกินอะไรมั้ย แทนที่จะเป็นแอลที่เข้ามานั่งเลือกอาหาร แต่กลายเป็นว่าทั้งเอ และ ไอ ก็กระโจนเข้ามานั่งใกล้เพื่อที่จะเลือกอาหารด้วย

        “พี่ได้ยินแค่แอล ที่บอกว่าหิวข้าวนะ”
       “แอลกินไม่หมดหรอกพี่ซอล”

       และหลังจากวันนั้นคำว่าทานข้าวมาแล้ว ไม่มีอีกต่อไป
       น้อง ๆ มาบ้านซอลด้วยความร่าเริงกว่าทุกวัน อีกทั้งบอกซอลว่าวันนี้เราสั่งอาหารมาทานที่บ้านอีกนะ พร้อมบอกกับซอลอีกด้วยว่า วันนี้น้องจะสั่งเอง ซอลมองหน้าน้อง ๆ ที่จริงจังกับการสั่งอาหารด้วยตัวเอง ก่อนจะส่งโทรศัพท์มือถือให้น้อง ๆ เมื่อสั่งอาหารเสร็จน้อง ๆ ก็รออาหารอยากใจจดใจจ่อ พลางดูโทรศัพท์ไปด้วยว่าพี่เค้าไปรับอาหารมาแล้วหรือยัง ดูว่าพี่เค้าจะมาส่งอาหารแล้วหรือยัง ไม่นานนักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น น้องอั้มรับสายก่อนจะบอกคนปลายทางไปว่าอยู่ตรงไหน เมื่อวางสาย ทั้งสามคนก็พร้อมใจกันใส่หน้ากากอนามัยและเดินออกไปนอกบ้านเพื่อจะรับอาหาร ฉันมองดูการกระของน้อง ๆ ด้วยความตกใจบวกกับความเอ็นดูที่น้อง ๆ ทำ ทำอะไรก็จะทำด้วยกัน ไปไหนก็จะไปด้วยกัน ตัดสินใจร่วมกัน เมื่อเดินเข้าบ้านพร้อมกับถุงใหญ่ในมือ พร้อมกับยิ้มร่าอย่างสนุกสนานพลางบอกว่า ‘พี่ฟู๊ดผู้หญิงเมื่อกี้น่ารัก พูดกับน้องด้วยว่า ระวังด้วยนะฝนตก เดี๋ยวเปียก’ แล้วก็ดี๊ด๊ากันยกใหญ่ ทานเสร็จก็ขอยืมโทรศัพท์ขอฉันอีกครั้ง ฉันถามว่าจะเอาไปทำอะไร สั้น ๆ ง่าย ๆ ‘ให้คะแนนร้าน’ ฉันหัวเราะออกมาทันทีพลางถามไปว่าทำไมถึงต้องให้คะแนนร้าน น้อง ๆ ก็ตอบมาว่า ‘ร้านไหนอร่อยก็จะให้ดาวเยอะ ๆ ร้านไหนไม่อร่อยก็ให้ดาวน้อย ๆ เผื่อว่าคนอื่นอยากจะทานร้านที่น้องเคยทานเค้าจะได้ดูคะแนนไง’ นั้นคือความคิดของเด็กที่อายุไม่ถึง 15 ปีเอ่ยกับฉัน ล้ำไปอีก

       ในทุก ๆ วัน ทั้งสามคนพี่น้องก็จะยึดโทรศัพท์ของฉันไปสั่งอาหารด้วยตนเอง และออกไปรับอาหารด้วยตนเอง เมื่อเข้าบ้านก็มักจะพูดพี่ฟู๊ดน่ารักอย่างนั้น พี่ฟู๊ดน่ารักอย่างนี้ พี่ฟู๊ดเค้าพูดเพราะมาก ๆ เลยฉันไม่รู้ว่าพี่ฟู๊ดที่น้อง ๆ พูดถึงเค้าจะพูดคุยอะไรกัน แต่ทุกครั้งที่เดินเข้าบ้านพร้อมกับถุงใบใหญ่ จะเห็นใบหน้าที่มีความสุขยิ้มแย้มและสนุกสนานกับการที่ได้เลือกร้านอาหาร ได้เจอกับพี่ฟู๊ดของน้อง ๆ กลายเป็นว่ามื้อเที่ยงของทุกวัน ๆ น้อง ๆ ก็จะนึกถึงพี่ฟู๊ด พี่ฟู๊ดของเหล่า ๆ เด็ก 







SHARE
Writer
Candle1998
Writer
Hello everyone!

Comments