museum of you
“ของบางอย่าง คนบางคน หรือแม้แต่ความทรงจำบางความทรงจำ ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
มันยิ่งมีความหมาย”

“อะไรที่เราไม่เคยเข้าใจความหมายเลยสักนิด เราจะเข้าใจมันได้ในสักวันหนึ่ง”

“ความรักใดก็ตามแม้ในวันที่จางหรือไร้ซึ่งความหมายอีกต่อไปแล้ว มันฝากความทรงจำไว้เสมอ”

“บางความรัก เรายอมแตกสลายเพียงเพื่อรักษากันไว้”


ชิ้นส่วนคำพูดเหล่านี้ล่องลอยเป็นมวลอมเทาในจักรวาลความคิดที่กว้างใหญ่ ถึงผ่านมานานหลายปี แต่เวลาไม่ได้ทำให้สูญหาย พวกมันถูกผนึกอย่างดีลงบนสิ่งที่เรียกว่าความทรงจำ

ความทรงจำประกอบขึ้นจากหลายสิ่งที่เราพบเจอหรือรู้สึก มากขึ้นเรื่อย ๆ จนยากจะลบเลือน มันไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บปวด แต่ทุกครั้งที่นึกถึงเราได้เรียนรู้อะไรเสมอ
เหมือนกันกับพิพิธภัณฑ์ สิ่งมีคุณค่าถูกจัดวางไว้มากมายและทุกครั้งที่เราก้าวเท้าเข้าไปเยี่ยมชม เราได้เห็น ได้สัมผัส ได้เรียนรู้เสมอ



สัมผัสของผิวหนังชื้นเหงื่อขยับเสียดสีกันเล็กน้อยให้ได้ตำแหน่งที่พอดี ฝ่ามือประกบฝ่ามือ นิ้วมือสอดประสานกันอย่างดีราวกับกลัวว่าจะไม่มีพรุ่งนี้

มันเป็นการจับมือครั้งที่นับไม่ถ้วน
แต่เรากลับจับมือกันแน่นกว่าทุกที
จับมือกันแน่นเหมือนต้องการซึมซับสัมผัสนี้
เหมือนรู้ว่าจะต้องปล่อยมือ

ชายเสื้อเชิ้ตสีขาวปลิวไปตามลมที่พัดไหว ฉันและเธอไม่มีใครพูดอะไรออกมา ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมันเหมือนอย่างเคย แต่เรารู้ว่ามันต่างออกไป เรารู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแม้ไม่พูด 

ฉันเงยหน้ามองฟ้า คิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา คิดถึงความสัมพันธ์ของเรา หันมองคนข้างกายที่มองบางสิ่งบนนิ้วมือเราทั้งคู่ วัตถุกลมเกลี้ยงสีเงิน มีลวดลายวงกลมล้อมรอบผิววัตถุไว้ตามแบบฉบับ นิ้วโป้งค่อย ๆ ไล้แผ่วเบา หมุนมันจนครบหนึ่งรอบของนิ้วมือ 

“ทำไมเลือกแบบนี้” ฉันเอ่ยถาม

“ไม่รู้ดิ เดาใจว่าเธอน่าจะชอบแบบเรียบ ๆ มั้ง”

“เดาใจเก่ง” ฉันยิ้มและหัวเราะให้กับประโยคที่ธรรมดาแต่น่ารักนั่น

เรามองตากัน ในดวงตากลมดำขลับนั้นวูบไหวชั่ววินาทีหนึ่ง แล้วกลับมานิ่งเหมือนเดิม ดวงตาที่เคยประดับด้วยแว่นสายตา ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยคอนแทคเลนส์แล้วเมื่อไม่นานมานี้

“ใส่คอนแทคคล่องยัง ยังเคืองตาอยู่ไหม” ฉันเอ่ยถาม

“ไม่ค่อยแล้วนะ แต่บางครั้งก็ใส่ผิดด้านบ้าง ไม่ก็ทำมันหล่นพื้น” เขายิ้มบางเบา

“ดีแล้ว ใส่บ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินเนอะ”

“เธอก็อย่าย้อมผมบ่อยนะ เดี๋ยวผมเสีย แต่ถ้าอยากย้อมจริง ๆ ก็เลือกร้านที่ทำดีหน่อย แล้วก็อย่าทำงานหักโหมมาก นั่งหน้าคอมนานก็ขยับตัวบ้างนะ ไปร้านนวดก็ได้ถ้าไม่ไหว แล้วก็....”

“โห ฝากเยอะจัง” ฉันเอ่ยแทรกขึ้นก่อนที่เขาจะพูดจบพลางหัวเราะ

“เดี๋ยวดิ ฟังให้จบก่อน”

“อะ ไหนว่ามา” 

“แล้วก็กินข้าวให้ตรงเวลานะเดี๋ยวบ่นปวดท้องอีก เสื้อผ้าสีขาวก็มีติดตู้ไว้บ้าง มันใส่ง่าย ไม่ต้องกลัวเลอะ มันซักได้”

“โอเคได้ จะจำไว้” ฉันยังหยอกล้อเขาไม่หยุดจนคนข้างกายทำหน้าบูดบึ้ง

“จำแล้วทำให้ได้ด้วยนะ” 

เรานั่งจับมือกันแบบนั้น ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้ฉันได้เรียนรู้และเก็บความทรงจำของเขาทั้งหมดบรรจุไว้ในห้วงความคิดขนาดใหญ่คล้ายพิพิธภัณฑ์ ฉันไม่ตั้งคำถามว่าทำไมและเพราะอะไรอีกแล้ว เพียงแต่ยอมรับและเข้าใจในจังหวะเวลา ในเหตุผลของกันและกัน ฉันเลือกที่จะเก็บสิ่งที่มีค่าเอาไว้ เขาจะยังเป็นเขา ยังยืนอยู่ตรงนั้นในพิพิธภัณฑ์ความทรงจำ

ลมพัดปลิวไหว ตึกละลานตาข้างหน้าเราเริ่มเปิดไฟให้แสงสว่าง พระอาทิตย์เตรียมลาลับขอบฟ้า เรายังนั่งบนม้านั่งยาวบนดาดฟ้าชั้นบนสุด จนถึงตอนนี้ไม่มีสักวินาทีที่อยากปล่อยมือ ไม่มีแม้สักวินาทีที่ไม่รัก

“เรามาไกลเหมือนกันเนอะ” ฉันเอ่ยทำลายความเงียบอีกครัั้ง เขาไม่ได้พูดอะไรแต่เอี้ยวตัวหันมาเผชิญหน้ากับฉัน จับเสื้อเชิ้ตสีขาวบนตัวฉันที่มีบางส่วนยับให้ตึงและเข้ารูปมากขึ้น

ฉันเงยหน้ามองฟ้าอีกครั้งฝืนหยาดน้ำที่กำลังร่วงหล่น เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่บางคนก้มหน้าลงให้หยาดน้ำร่วงหล่นลงบนเสื้อสีขาวของฉัน 

เรามองตากัน
มีความแตกสลายซ่อนอยู่ในแววตานั้น


“เธอ”

“ว่าไง” ฉันยิ้มให้เขา

“เราจะลืมได้ยังไง เราจะลืมคนที่สอนเราใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรก คนที่เราตั้งใจซื้อแหวนให้ คนที่เราพาไปร้านทำผมดี ๆ คนที่เรานวดให้เวลาปวดไหล่ คนที่เราต้องคอยบ่นตลอดให้พักงานแล้วมากินข้าว คนที่เราพาไปซื้อเสื้อสีขาวแล้วคอยซักให้เวลามันเปื้อน เราจะลืมได้ยังไง เธอช่วยบอกหน่อย” เขาพรั่งพรูความในใจออกมา

เรากลับมาเงียบอีกครั้ง
ร่วงหล่นผ่านความแตกสลายอย่างช้า ๆ

“ถ้าเป็นเรา เราจะไม่ลืมนะ จำไว้เนี่ยแหละ เราว่าเราคงโคตรคิดถึงเธอเลย อย่างน้อยให้เราจำเธอได้หน่อยเถอะ เธอเชื่อเราดิ เราทั้งสองคนจะไปต่อได้ เก็บทุกอย่างไว้เป็นความทรงจำนะ มันอาจจะยากมากในตอนนี้และเราอาจไม่เข้าใจ แต่เราจะทำได้และเข้าใจทุกอย่างในสักวันหนึ่ง” ฉันพูดสิ่งที่คิดในใจออกมา

เราไม่ต้องคิดถึงกันในฐานะคนรักอีกแล้ว
แต่ขอให้เรายังคิดถึงกันในฐานะคนที่หวังดีและเคยผ่านมาสร้างความทรงจำร่วมกันในช่วงหนึ่งของเวลา


ฉันคลายนิ้วออกแผ่วเบา พาฝ่ามือออกจากคนข้างกายอย่างเนิบนาบ คิดไว้แล้วว่ามันคงยากมาก แล้วพอมาถึงตอนนี้มันก็ยากจริง ๆ การปล่อยมือทั้งที่ยังรัก ยากมากจริง ๆ

“กอดหน่อยมา” ฉันอ้าแขนออก ส่งยิ้มให้เขาอย่างเคย เขายิ้มกลับมา เป็นรอยยิ้มที่งดงาม 

เรายังโอบกอดกันและกันไว้แม้ในวันที่ร่วงหล่น
ยังกอดกันไว้ในวันที่แตกสลายและความรักไร้ซึ่งเราสองคน
กอดกันเพื่อร่ำลาและผนึกทุกอย่างเป็นความทรงจำที่ดีที่เราคงกลับมานึกถึงมันในสักวันหนึ่ง

even if i knew this would end
i'd do it again 















SHARE

Comments

Unluckyme13
5 months ago
เจ็บมากๆ แล้วก็อบอุ่นมากๆในเวลาเดียวกันเลยครับ
Reply
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ;-)
hitheworld
5 months ago
หัวใจคุณอบอุ่นมากๆเลยนะคะ
Reply
ขอบคุณนะคะ ;-)
flowerxvenus
5 months ago
กำลังเผชิญสิ่งนี้เหมือนในบทควาทเลยค่ะTT
Reply
flowerxvenus
5 months ago
***ความ
เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้คุณผ่านไปได้อย่างดีและเข้มแข็งขึ้นค่ะ ;-)
Peachapeach
5 months ago
เจ็บปวดไม่น้อยเลย ยังหาทางออกที่ว่า จำทุกสิ่งดีๆไม่ไหวเลย ยิ่งจำก็ยิ่งเศร้าที่มันไม่มีแล้ว เราควรรู้ตัวเองที่สุด แต่กลับก้าวข้ามความรู้สึกนี้ไม่ได้ มีเพียงเวลาจริงๆหรอที่สามารถเยียวยาได้
Reply
คุณจะผ่านมันไปได้นะคะเราเชื่อ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ;-)
Peachapeach
5 months ago
ขอบคุณนะคะ
ยินดีเสมอค่ะ ;-)