ซุ้มไม้ในสวนหลังบ้าน
ฉันเป็นคนเดียวที่สังเกตเห็นมัน

ซุ้มไม้ในสวนหลังบ้านของฉัน ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นสีขาวนวลประดุจงาช้าง โครงสร้างของมันดูแข็งแรงและมั่นคง มากพอที่ครั้งหนึ่งฉันเคยเดินเตะแล้วรู้สึกเจ็บ เลือดที่ซึมตามรอยแตกของเล็บนิ้วหัวแม่โป้งทำเอาน้ำตาไหลอาบหน้า กระนั้นฉันก็ยังไม่รังเกียจการมีอยู่ของมัน สำหรับฉันแล้วมันสวยดี แค่อยากรู้ว่ามันมีไว้เพื่ออะไรกัน

ฉันเพียงสงสัย เพราะจำได้ว่าบ้านหลังเก่าไม่มีซุ้ม

ครอบครัวของฉันย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่ฉันอยู่ประถมหนึ่ง ก่อนหน้านั้นเราอาศัยอยู่แถบชานเมืองที่ความเจริญยังเข้าไม่ถึง อันที่จริงก็ไม่แน่ใจว่าความเจริญเข้าถึงบ้านหลังใหม่ของฉันไหม แต่การศึกษาเข้าถึงแน่ๆเพราะโรงเรียนของฉันอยู่ใกล้แค่เอื้อม นับเป็นเรื่องดีที่บ้านหลังนี้อยู่ใกล้โรงเรียนเพราะฉันสามารถนอนดึกและตื่นสายขึ้นได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไปเข้าแถวไม่ทัน ถึงอย่างนั้นก็อดเสียดายไม่ได้ที่ต้องอดวิ่งเล่นกับเพื่อนๆในซอย พวกเขาไม่ได้ย้ายมาด้วย มีแค่พ่อกับแม่ที่ย้ายตามฉันมา แม่เล่าว่าฉันร้องไห้ฟูมฟายยกใหญ่ตอนขับรถออกมาจากบ้านหลังเก่าเป็นครั้งสุดท้าย

“ตอนนายหน้าพามาดูครั้งแรกพอเห็นว่ามีซุ้มไม้ประดับอยู่ในสวนก็หันมองหน้ากันกับพ่อสองคน แม่ว่า นี่แหละ บ้านหลังใหม่ของเรา”

แม่ให้เหตุผล และนั่นเป็นบทสนทนาครั้งเดียวระหว่างฉันกับแม่ที่กล่าวถึงซุ้มไม้ ฉันไม่เคยได้ถามถึงมันอีกเลยหลังจากนั้น

จากคำตอบของแม่ ฉันคาดว่ามันคงมีไว้เพื่อเสริมโหงวเฮ้ง ไม่ก็เสริมให้บ้านดูสวยขึ้น...

แม้มันจะตั้งอยู่ข้างหลังบ้านก็ตาม

แปลกดีที่แม่เลือกซื้อบ้านหลังนี้เพราะสวนสวยแต่กลับไม่เคยออกไปเดินเชยชมมันเลยสักครั้ง ตั้งแต่รู้จักกันมาสิบหกปีฉันเห็นแม่เดินออกจากบ้านทีไรก็ตรงขึ้นรถเก๋งแล้วรีบแล่นออกไปพร้อมกับแอร์เย็นฉ่ำตลอด ไม่ยักจะแลเหลียวทัศนียภาพรอบๆบ้าน

เพราะหากได้แลเหลียวบ้างแม่ก็คงจะเห็น
ว่าตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ซุ้มไม้ที่ว่านั่น นานเข้ามันก็เริ่มผุ เริ่มทรุดโทรมเหมือนเศษไม้ที่ใช้ค้ำต้นปีบหน้าบ้านเข้าไปทุกที ไม่แน่ใจอีกเช่นกันว่าเป็นเพราะเหตุใด

อาจเป็นเพราะลม แม่เคยบอกฉันว่าผลไม้หลายชนิดปลอกแล้วต้องรีบทานก่อนจะสัมผัสอากาศ มิฉะนั้นแล้วผิวของมันจะเปลี่ยนสีคล้ำลงประหนึ่งดอกไม้แห้งในแจกัน เป็นไปได้ว่าซุ้มไม้ก็อาจเปลี่ยนสีเนื่องจากโดนอากาศเช่นเดียวกับผลไม้ที่ฉันชอบทาน

หรือบางทีอาจเป็นเพราะแดด โฆษณาครีมหลายยี่ห้อเคลมว่าสามารถกันรังสียูวีได้หลายเปอร์เซ็น คนก็แห่ไปซื้อมาใช้ตามกัน ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น อ้าว แปลกตรงไหน ใครๆก็รู้ว่าแดดเมืองไทยน่ะร้อนจะตาย นอกจากอันตรายต่อผิวแล้วยังอันตรายต่อตาอีก แค่ทาครีมไม่ได้ต้องใส่แว่นกันแดดด้วย แม่ให้ฉันใส่แว่นทุกครั้งที่นั่งรถออกจากบ้านเพราะกลัวแก่มาจะเป็นต้อเหมือนคุณลุงข้างบ้าน ถ้าซุ้มหลังบ้านฉันมีชีวิตมันคงจะทั้งผิวไหม้และเป็นต้อเลยล่ะ

หากยังไม่ใช่ฝีมือของแดดและลมก็คงหนีไม่พ้นฝีมือของศัตรูตัวร้ายอย่างฝน เนื่องจากครอบครัวของฉันอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตร้อนชื้นทางตอนใต้ของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่บ้านจึงต้องเผชิญกับพายุที่พัดกระหน่ำเข้ามาอยู่บ่อยครั้ง เสียงฟ้าร้องโครมๆทำเอาฉันขวัญผวาไปหลายที บางหนก็หนักจนทำให้ไฟฟ้าที่บ้านดับ ทวีคูณความน่าสะพรึงกลัวขึ้นอย่างยิ่งยวด ฉันเกลียดพายุฝนเป็นที่สุด และถึงแม้จะไม่เคยถาม แต่ฉันเชื่อเหลือเกินว่าซุ้มหลังบ้านก็คงเกลียดมันไม่แพ้กัน

อันที่จริงฉันไม่เคยเห็น (หรือเรียกให้ถูกต้องคือไม่ทันได้สังเกต) ว่าซุ้มไม้หลังบ้านมันผุพังลงไปตอนไหน แต่เห็นอีกทีมันก็เปลี่ยนไปเสียจนไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว

เช่นเดียวกันกับพ่อ

พักหลังพ่อไม่ค่อยกลับบ้าน ครั้นจะกลับทีนึงก็ดึกราวตีสองตีสาม แม่บอกเช่นนั้น และย้ำเสมอว่าให้ฉันหลับไปก่อนไม่ต้องรอ ฉันทำตามคำแนะนำของแม่ทุกครั้งจึงไม่เคยเห็นกับตาว่าพ่อได้กลับมาจริงหรือเปล่า

“เหมือนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมีไว้วนรถไง”

นั่นเป็นคำตอบของพ่อเมื่อหลายปีก่อนจากคำถามเดียวกันที่ฉันเคยใช้ถามแม่ ฉันพูดคุยกับพ่อไม่บ่อยเท่าคุยกับแม่ แต่คำตอบนั้นของพ่อยังคงเป็นคำถามในใจฉันจนถึงทุกวันนี้ ฉันจำมันได้แม่นยิ่งกว่าสูตรตรีโกณที่ฉันเรียน ยิ่งกว่าหน้าตารางธาตุที่ครูให้ฉันท่อง

ฉันจำมันได้เพราะฉันไม่เคยเข้าใจ

ทำไมพ่อถึงตอบแบบนั้น ทำไมซุ้มหลังบ้านถึงไปเหมือนกับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้?

ฉันจำได้ว่ารถของพ่อเคยพาฉันขับผ่านอนุสาวรีย์ที่ว่าอยู่หลายครั้งตอนฉันยังเด็กๆ หน้าตาของมันไม่เห็นจะเหมือนกับซุ้มหลังบ้านตรงไหน แล้วทำไมต้องมีไว้วนรถด้วย อีกอย่างซุ้มหลังบ้านฉันก็ไม่เห็นจะวนรถได้ ฉันเห็นแม่วนหน้าบ้านตลอด ฉันไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริงๆ

จะว่าไปแล้วครูสอนคณิตจะต้องช่วยฉันได้แน่ ขนาดสูตรตรีโกณที่ฉันเคยไม่เข้าใจครูยังอธิบายให้ฉันเข้าใจได้ ครูจะต้องรู้เหตุผลของพ่อแน่ๆ ครูจะต้องมีคำอธิบายให้ฉันแน่ๆ

ถ้าฉันได้เหตุผลจากครูเมื่อไหร่ล่ะก็ ฉันจะยอมตื่นนอนตอนตีสองเพื่อมาคุยเรื่องนี้กับพ่อเลยล่ะ

ถึงตอนนั้นฉันคงได้หายคาใจเสียที

SHARE
Writer
snam
film student
an amateur one,

Comments