ทบทวนชีวิตผ่านการเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่เหมือนกัน เพื่อเข้าใจและพัฒนาตัวเองต่อ
บางเรื่อง ทำไมตัวเราถึงไม่เป็นเหมือนเพื่อนในวัยเดียวกัน
หรือคนที่เด็กกว่าเราและคนอื่นๆ?

เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่า การที่เราโตมาในครอบครัวที่มีสมาชิกเป็น ‘ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย’ กับครอบครัวที่มีสมาชิกเป็น ‘ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง’ และครอบครอบครัวที่มีสมาชิกทุกเพศเฉลี่ยเท่าๆ กัน ส่งผลให้เรามีนิสัยบางอย่างที่ดี ขาด หรือบกพร่องต่างกันไป
ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต การเลือกทางเดิน นิสัย แม้กระทั่งความสัมพันธ์กับคนรอบข้างว่ากันง่ายๆ ก็คือ “โตมากับพ่อ หรือ โตมากับแม่” เริ่มคิดและสังเกตตัวเองมากขึ้น ในช่วงที่กำลังทำความเข้าใจชีวิตมากขึ้น (ซึ่งหมายเหตุไว้ก่อนว่า คำว่าพ่อหรือแม่ที่บอกไป ก็ไม่สามารถจำกัดความตายตัวได้หมด เพราะพ่อก็มีหลายแบบ แม่ก็มีหลายแบบ ดั่งเช่นคำว่า 'ร้อยพ่อพันแม่')

ส่วนการใช้คำว่า ผู้ชาย, ผู้หญิง, พ่อ, แม่ ไม่ได้ต้องการจำกัดความแบบเหมารวมตายตัวแบบ stereotype แต่อย่างใด แค่เป็นสิ่งโดดเด่นที่คนจำเป็นภาพคุ้นชิน เป็นตัวแทนของ ‘นิสัยนั้นๆ’ ซึ่งรวมถึงเพศใดก็ตามที่มีนิสัยที่โดดเด่นของอีกเพศรวมอยู่

เราโตมากับแม่และสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิงซะส่วนใหญ่ เราเลยจะมีความละเอียดละออในเรื่องงานบ้านงานครัว เรื่องหยุมหยิมต่างๆ กระทั่งอารมณ์ศิลป์บ้างไหมอันนี้ไม่รู้ มีมุมที่อ่อนโยนอาจถึงขั้นอ่อนไหวและเปราะบางไปในตัวเอง ในขณะเดียวกันเราอาจขาดอะไรที่น่าจะได้รับจากฝั่งผู้ชายไป เช่น การแต่งตัว, การเรียนขับรถ-การซื้อรถ, ความเด็ดขาดในบางระดับ, กิจกรรมโลดโผน ตลอดไปจนถึงองค์ประกอบยิบย่อยการเป็นผู้นำครอบครัวแบบผู้ชาย (ซึ่งจริงๆ แบบผู้หญิงก็สำคัญและต้องมีไม่ต่างกัน และเราอาจมีแฝงอยู่ในนั้น แค่ยังขาดสิ่งที่มาผสม คล้ายกับการเป็นคนใจเย็นที่ขาดการตื่นตัว-เด็ดขาดฉับไว) ในขณะเดียวกัน คนที่โตมาตรงข้ามกับเรา ก็อาจมีนิสัยข้างต้นที่อยู่คนละฝั่งกับเราก็ได้ สลับกันมี ผสมกันบ้าง

ทุกอย่างไม่มีผิดถูก มีแต่ความแตกต่างหลากหลาย และมีทั้งดีและเสีย ทีนี้ปัญหาคือบางช่วงชีวิตเราก็ต้องการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหรือนิสัยที่ขาด อาจเติมขึ้นใหม่เลย หรือเติมขึ้นเพื่อบาลานซ์ เพราะองค์ประกอบที่กล่าวมาด้านบนต่างก็มีดีทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับระดับของมัน บางอย่างเราก็เพิ่งได้รับมา ซึ่งการได้รับก็เป็นการเติมเต็มจากคนที่มาจากครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

เหมือนการส่งต่อนิสัยในแบบที่ต่างกัน เราว่ามันจะคล่องขึ้นเมื่ออยู่ภายใต้ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่จริงๆ แล้ว ความสมบูรณ์แบบไม่ใช่สิ่งตายตัว ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีใครควบคุมได้ เราอาจเติบโตมาแบบมีบางอย่าง ขาดบางอย่าง แต่สังเกต รู้ข้อบกพร่อง และหาทางเติมเต็มในอันที่เป็นประโยชน์กับชีวิตและอนาคตก็พอ นี่น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้อะไรสมบูรณ์ขึ้นได้ ทั้งตัวเราเอง และการสร้างครอบครัวหรือการทำให้ครอบครัวที่มีอยู่ดีขึ้นอีกในอนาคต

แต่ก็ยังเชื่อว่าการที่เราจะโตมาภายใต้ครอบครัวแบบไหนก็ตาม มันมักจะมีบางสิ่งที่เราได้มา-มีขึ้นอย่างโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ มีคุณค่าในตัวเองอยู่เสมอ จริงๆ โพสต์นี้ไม่ใช่การมองว่าไม่มีคุณค่าในตัวเองแต่อย่างใด แค่มองว่าถ้าเราจะหาทางเติมเต็มต่อไป เราจะย้อนกลับไปมองถึงสาเหตุตรงไหนดี จะได้เริ่มถูก


SHARE

Comments