จับเอามาเล่า : วิธีซึมซับสำนวนเพื่อใช้ในการแปลนิยาย
ปรกติเป็นคนอ่านนิยายหนักมาก อ่าน อ่าน และอ่าน ทำให้มีคลังคำศัพท์สะสมไว้ในตัวอยู่พอสมควร
จนกระทั่งอายุ 27-28 ที่เข้าสู่วัยทำงาน เพื่อนบอกว่า เลิกอ่านนิยาย หรืออ่านการ์ตูนได้แล้ว ให้หันมาอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง หนังสือ How-to แทน แล้วเพื่อนก็ซื้อหนังสือ The Secret ให้อ่าน ก็ไม่ได้หยิบอ่านหรอกนะ เพราะรู้สึกว่ามันน่าเบื่อมาก /// โยนทิ้ง

แต่พออายุสามสิบ เริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เข้าอีกนิด ก็ได้งานแปลหนังสือ How-to ทำให้เร่ิมมีความสนใจหนังสือ How-to มากขึ้น และเริ่มอ่านอย่างจริงจังจากการซื้อหนังสือจากร้านขายหนังสือมือสอง และพบว่าได้ความรู้จากการอ่านหนังสือ How-to และหนังสือพัฒนาตัวเองมากมาย ปัจจุบันกลายเป็นว่าไม่ค่อยติดการ์ตูนและนิยายเหมือนก่อนหน้านี้ รวมถึงเลิกดูละครญี่ปุ่นด้วย เพราะพอถึงวัยทำงานจริงๆ ก็รู้ว่าละครทำงานญี่ปุ่นกับความเป็นจริง "ไม่เหมือนกัน" ค่ะ

แต่เพราะอ่านนิยายอย่างหนักมาก่อน สำนวนการแปลจึงติดสำนวนการแปลนิยายหน่อยๆ และแสดงออกหนักมากถ้าได้แปลไลท์โนเวลหรือนิยาย แต่ก็ไม่รู้ตัวเลยว่าสำนวนการแปลนิยายของตัวเองที่คิดว่าไพเราะ จริงๆ จำมา "ผิดๆ" 

ยกตัวอย่างเช่น วันนี้มีคนเกลานิยายที่แปล แล้วบอกว่า คำว่า ผิวคร้าม ที่แปลว่า ผิวสีน้ำตาล "ไม่มีในพจนานุกรม" มีแต่คำว่า ผิวคล้ำ และเนื้อหนัน ที่แปลว่า เนื้อแน่น "ไม่มีในพจนานุกรม" มีแต่คำว่า เนื้อหนั่น 

แป่ว - -''

คำว่า ผิวคร้าม และคำว่า เนื้อหนัน เป็นคำที่จำมาจากนิยายที่เคยอ่าน แต่ปรากฏว่าเป็นคำที่จำมา "ผิดๆ" จริงๆ แล้วไม่มี "คำ" เหล่านี้ในสารบบ นี่เป็นคำที่จำมาจากนักเขียนรุ่นใหญ่เลยนะ

พอเจออย่างนี้ก็คิดว่า หรือบางทีอาจจะต้องอัปเดตนิยายที่อ่าน คืออ่านนิยายจากนักเขียนรุ่นกลางที่มีสำนวนไว้ใจได้ ไม่อ่านนิยายที่เขียนเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่หันมาอ่านนิยายที่เพิ่งเขียนไม่กี่ปีมานี้ เพื่อเก็บสำนวนปัจจุบัน และอัปเดตสำนวนนิยาย นอกจากนี้ ควรจะต้องเฟ้นหานักแปลที่มีสำนวนไว้ใจได้เพื่ออ่านเก็บแต้มประสบการณ์การแปลด้วย

ที่คิดได้วันนี้ก็ประมาณนี้แหละค่ะ 
SHARE
Writer
Chocofrozen
Japanese Translator
เป็นนักแปลภาษาญี่ปุ่นปีนี้ปีที่สิบสอง เจอประสบการณ์งานแปลมาหลากหลายรูปแบบ แต่คิดว่าถ้าแปลต่อไปก็ต้องเจอประสบการณ์แปลกใหม่กว่านี้อีก ยินดีน้อมรับคำแนะนำจากทุกท่านค่ะ

Comments