เธอยังเชื่อเหมือนเดิมไหม ยังเลือกเหมือนเดิมไหม ถึงแม้หนทางนี้ช่างเจ็บปวด
เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเราต้องเผชิญกับปัญหาหนักหนาที่ยากเกินรับไหวที่ถาโถมเข้ามาหาเราไม่หยุดหย่อน ความเชื่อมั่นในหัวใจของเรา จะยังคงเหมือนเดิมไหมนะ
จากเรียงความที่เราตั้งใจเขียนเมื่อ2ปีก่อน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในเอกสารเพื่อการพิจารณาเข้าร่วมโครงการการศึกษาดูงาน ณ ประเทศเยอรมนี และแน่นอนว่าเราเขียนด้วยความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง
,

     หากพูดถึงนโยบายหลักของรัฐบาลที่ใช้ในการพัฒนาประเทศในยุคนี้แล้ว ก็คงหนีไม่พ้นนโยบาย “Thailand 4.0” ที่มีเป้าหมายหลักคือการทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง โดยยึดหลัก “ทำน้อยได้มาก” และต้องการเปลี่ยนจากภาคอุตสาหกรรม ไปเป็นการใช้เทคโนโลยี แล้วอะไรคือตัวแปรสำคัญที่จะทำให้นโยบายนี้สัมฤทธิ์ผล คำตอบคือ “นวัตกรรม” นั้นเอง จึงส่งผลให้ในปัจจุบัน รัฐบาลทำการผลักดันงานวิจัยในลักษณะ “หิ้งสู่ห้าง” ให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยที่พัฒนาขึ้นไปใช้ประโยชน์ต่อในเชิงพาณิชย์ได้อย่างสูงที่สุด

     สำหรับข้าพเจ้า ในฐานะนักศึกษาทุน สวทช. ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก และอนาคตมีเป้าหมายที่จะเป็นนักวิจัยซึ่งทำงานในองค์กรหรือบริษัทภายในประเทศ เห็นด้วยกับการผลักดันงานวิจัยในลักษณะจากหิ้งสู่ห้างนี้เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าก็ยังมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมดังนี้ อย่างแรก คือ ข้าพเจ้าคิดว่าทุกๆงานวิจัยนั้นมีประโยชน์ หลายๆท่านอาจคิดว่างานวิจัยส่วนใหญ่นั้น เมื่อทำสำเร็จก็ยังไม่สามารถจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ ต้องยกขึ้นหิ้งเสมอ แต่ข้าพเจ้ากลับมองต่าง ข้าพเจ้าคิดว่า งานวิจัยที่อยู่บนหิ้งนั้น เราสามารถนำลงมา แล้วทำการศึกษา พัฒนาต่อยอดได้ อาจต้องใช้เวลา แต่ถ้าหากมีความตั้งใจจริง และมีความร่วมมือกัน ก็จะสามารถนำงานวิจัยบนหิ้งมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแน่นอน อย่างที่สองที่ข้าพเจ้าอยากเสนอคือ หากเราต้องการที่จะขายเทคโนโลยีจริงๆ เราควรเปลี่ยนจากผู้ตามมาเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี เป็นผู้คิด ผลิต และขายอย่างแท้จริง อย่างที่สามคือ ข้าพเจ้ามีความคิดว่า ควรมีตัวกลางระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการที่จะทำหน้าที่เหมือนสะพานเชื่อมระหว่างกัน เพื่อที่ หนึ่ง นักวิจัยจะสามารถนำเสนองานหรือองค์ความรู้ที่ตนมีออกมาเป็นวงกว้าง และเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น และสอง หากผู้ประกอบการขาดองค์ความรู้ในส่วนไหน มีปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต หรือต้องการพัฒนาสินค้าของตน ก็สามารถที่จะติดต่อขอนำองค์ความรู้จากนักวิจัย เพื่อช่วยเติมเต็มให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบ และข้อสุดท้ายคือ การให้ความรู้แก่ประชาชน ให้ประชาชนรู้และเข้าใจ ให้รู้เท่าทันเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังต้องพัฒนาในด้านจริยธรรมควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้การพัฒนาประเทศตามนโยบายนี้เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน

     “นวัตกรรม” คือตัวแปรที่จะทำให้นโยบาย “Thailand 4.0” ของรัฐบาลนี้สัมฤทธิ์ผล เพื่อก่อให้เกิดนวัตกรรมนั้น ต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม หากขาดความร่วมมือกันระหว่างผู้คิดค้นนวัตกรรมกับภาคเอกชนการขับเคลื่อนประเทศให้ตรงตามเป้าหมายก็ไม่อาจสำเร็จได้ นอกจากนี้แล้วถึงแม้ว่ารัฐบาลมีความต้องการที่จะขายสินค้าเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ก็อย่าลืมที่จะพัฒนานวัตกรรมเพื่อภาคการเกษตรด้วย เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อาชีพเกษตรกรก็ยังเป็นอาชีพหลักของคนไทย เพื่อทำให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำ สุดท้ายนี้ การให้ความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสมกับประชาชนนั้นมีความสำคัญมาก เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และรู้เท่าทันเทคโนโลยี และสิ่งที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดคือการพัฒนาทางด้านจริยธรรมของประชาชน ดังนี้แล้ว ประเทศของเราก็จะสามารถก้าวไปได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้อย่างแท้จริง


เรากลับมาอ่านบทความนี้ ในสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคงเหมือนแต่ก่อน ปัญหาระหว่างการทำงานวิจัยตลอดสองสามปีนั้น ทำให้กำลังใจที่เคยดีของเรานั้นมันมอดดับไปซะหมด ความเชื่อมั่นศรัทธา ความตั้งใจจริงของเราที่มีทั้งต่อการทำงานงานวิจัย และรวมถึงความเคารพภูมิใจในตัวเองของเรานั้นลดลงจนเหลือน้อยเหลือเกิน

,


แต่ถึงอย่างงั้น หลังจากเราได้อ่านเรียงความที่ตนเองเป็นคนเขียนเมื่อสองปีก่อน

เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน ว่าเราในอดีต คนที่มีความศรัทธาที่ดีนั้น กลับเป็นคนที่เข้ามาปลอบใจเรา 

อย่าเพิ่งยอมแพ้สิ อย่าหยุดเชื่อมั่นเลยนะ เอาล่ะ ตั้งใจและแน่วแน่ต่อไปเถอะ
 

SHARE
Writer
mmaypphasita
Reader
When Reader Be Writer

Comments