อยากทำงานบรรณาธิการ มีคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหมคะ?
1
มีน้องคนหนึ่งทักมาในกล่องข้อความ เธอชอบอ่านหนังสือมาก บอกว่าเธออยากทำงานเป็นบรรณาธิการ จึงลาออกจากการเรียนทำอาหาร ย้ายมาเรียนศิลปศาสตร์(คณะเกี่ยวกับภาษา) เพื่อที่จบมาแล้วจะได้สมัครงานบรรณาธิการ น้องถามว่ามีคำแนะนำอะไรให้เธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม? (ขอบคุณมากค่ะ)

นานๆ ที่จะมีข้อความอะไรแบบนี้มาใน inbox ผมว่าก็สนุกดี และแปลกใจเหมือนกันว่า มีเด็กรุ่นใหม่อยากทำงานเป็นบรรณาธิการด้วยแหะ เพราะงานบรรณาธิการเป็นงานซัพพอร์ท เป็นงานเบื้องหลังที่ไม่โดดเด่นอะไร คนอ่านแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบรรณาธิการมีไว้ทำไม ยิ่งในยุคนี้ถ้าเทียบกับยุคก่อนการดิสรับชั่นเทคโนโลยี อำนาจของบรรณาธิการก็เปลี่ยนไปจากเดิมมาก

ต่างจากผมที่ตอนหนุ่มสาวอยากเป็นนักเขียนมากกว่า แต่เสนอต้นฉบับยังไงก็ไม่ผ่าน ก็เลยมาเป็นบรรณาธิการเสียเลย จะได้รู้ว่าทำไมเสนอต้นฉบับไม่ผ่าน(ฮา) ผมบอกน้องไปว่า เลือกเรียนสายได้ถูกแล้ว เพราะบรรณาธิการส่วนใหญ่ที่ผมรู้จักหลายคนนอกจากจบคณะอักษรศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ก็คือคณะศิลปศาสตร์นี่แหละ (ส่วนผมจบสถาปัตย์ (ฮา))

2
ผมบอกน้องว่า ถ้าทำได้ปี 3 ปี 4 ก็ลองมาฝึกงานที่สำนักพิมพ์ที่ชอบได้เลย(ลิสต์ไว้สัก 5-6 ที่) โดยสมัครและส่งพอร์ทเข้ามา พอร์ทนี้อาจเป็นงานที่เราแปลเล่นๆ ไว้ก็ได้ เพื่อให้คนพิจารณารู้ว่า เราแปลงานได้แค่ไหน สำนวนเป็นยังไงบ้าง หรือส่งงานที่เราเขียนไว้ อาจไม่ต้องเป็นงานจริงที่ได้รับการตีพิมพ์ หรือขึ้นเว็บไซต์ทางการอะไร จะเป็นผลงานใน storylog นี่ก็ยังได้ เพราะบรรณาธิการที่ดี ก็น่าจะต้องเขียนหนังสือได้ เนื่องจากต้องไปแก้งานนักเขียน นักแปล แต่ไม่ต้องเก่งมากก็ได้

ลองรวบรวมเป็นพอร์ทใส่ไฟล์เวิร์ดส่งไป (อย่าส่งลิงค์ไปเน้อ ไม่มีใครเปิดหรอก มักง่ายไปนะ) เพราะผมเห็นน้องนักศึกษาหลายคนที่มาฝึกงาน พอเรียนจบ ก็มักจะได้งานทำเลย เพราะบรรณาธิการที่อยู่ลาออกพอดี(ฮา) แต่ถ้าสมัครช่วงที่ฝึกงานกันปกติไม่ได้ ก็ลองสมัครช่วงปิดเทอมที่คนไม่มาฝึกแทน อาจจะได้รับโอกาสง่ายขึ้น

แต่ผมก็บอกน้องตรงๆ ว่า 12 ปีที่พี่ทำงานมา บรรณาธิการกว่า 50 คนที่รู้จักลาออกจากอาชีพนี้ไปแล้ว บางคนย้ายไปทำสำนักพิมพ์อื่น บางคนไปเป็นฟรีแลนซ์ บางคนมีทุนก็ไปทำสำนักพิมพ์ตัวเอง แต่ส่วนใหญ่เปลี่ยนสายอาชีพไปเลย ไม่เป็นอาจารย์ ก็ทำธุรกิจของตัวเอง ผมเลยเตือนน้องว่า อาจเป็นเราก็ได้ ดังนั้นระวังให้ดี 55

3
น้องก็เลยถามว่าทำไม ผมบอกว่า บรรณาธิการส่วนใหญ่นั้นชอบอ่านหนังสือเป็นหลัก ชอบศิลปะและงานวรรณกรรม คือ ชอบสิ่งที่เป็นสุนทรีย์ นามธรรมหน่อยๆ ซึ่งเวลาเราชอบอะไรมากๆ เราจะลงลึกกับเรื่องนั้น ทำให้เราไม่สนใจทักษะอื่นไป เช่น การตลาด หรือการขาย (ที่ช่วยทำให้หนังสือขายได้)

บรรณาธิการจำนวนไม่น้อยเวลาทำงานจึงมักจะทำหนังสือที่ตัวเองชอบออกไป ตามรสนิยมของตัวเอง แต่ว่าสุดท้ายขายไม่ได้ พอขายไม่ได้ก็เกิดความรู้สึกผิดหวัง กดดัน ทำงานไม่สนุก เพราะหนังสือที่ทำติดลบและขาดทุน จึงไม่มีความสุข สุดท้ายก็เลือกที่จะลาออกไป ซึ่งหลายคนก็ยังยึดมั่นในรสนิยมตัวเอง ก็อาจไปเป็นฟรีแลนซ์ เพราะไม่ต้องแคร์ยอดขาย หรือเปิดสำนักพิมพ์ตัวเอง

ผมเลยบอกน้องว่า การชอบอ่านหนังสือ และรักหนังสือเป็นเรื่องดี การอยากทำมันจริงจังก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าจะลงลึกในสิ่งนี้ ก็อย่าลืมว่า การทำหนังสือนั้นทำเพื่อคนอ่านจำนวนมากๆ ไม่ได้ทำให้เราอ่านคนเดียว ก็อาจต้องลดอีโก้ หรือรสนิยมของตัวเองลงหน่อย เพราะสำนักพิมพ์ที่มีเจ้าของเป็นนายทุน แม้จะเอาเงินมาทำหนังสือเพราะชอบ แต่สิ่งที่เรียกว่าธุรกิจ ทำแล้วต้องต้องไม่ขาดทุน หรือมีกำไรบ้าง

4
ที่สำคัญอย่าลืมสนใจเรียนรู้เรื่องการตลาด การขาย บ้าง หากไม่ชอบหนังสือ How to เลย(เกลียด) นี่ยิ่งต้องหยิบมาอ่านใหญ่ เพราะวันนึง สิ่งที่ไม่ชอบเหล่านี้มันอาจจะมาช่วยเหลือเราก็ได้

น้องถามว่า แล้วผมมีปัญหาอะไรแบบนี้ไหม ผมบอกน้องว่า ส่วนตัวเป็นคนสนใจหลายเรื่อง(โลภมาก) ชอบอ่านหนังสือหลายแนว เลยไม่มีปัญหา บางทีก็อ่านมูราคามิ บางทีก็อ่านแสตมป์เบอร์รี่ บางทีก็อ่านพี่หนุ่มเมืองจันท์ บางทีก็อ่านท่านพุทธทาส บางทีก็อ่าน How to บางที่ก็อ่านประวัติบุคคล บางทีก็อ่านสตาร์ซอคเกอร์

ผมก็เลยได้ความคิดว่า
จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นบรรณาธิการหรือทำอาชีพอะไรก็ตาม การเรียนรู้หรืออ่านหนังสือให้หลายหลายเข้าไว้น่าจะเป็นเรื่องดีที่สุด โดยเฉพาะหนังสือที่เราไม่ชอบ นี่ยิ่งต้องหยิบขึ้นมาอ่านใหญ่ครับ

สุดท้ายนี้ ขอให้น้องๆที่อยากทำอาชีพอะไร
ได้ทำอาชีพตามที่หวังครับผม

เครดิตภาพ www.pexels.com/@pixabay
ปล.1 อีกหนึ่งช่องทางการติดตามเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์
ปล.2 อ่านบทความใหม่ได้ทุกบ่ายวันอาทิตย์ครับ
SHARE
Writer
Porglon
Editor & Writer
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments

C_Rysha
2 months ago
ขอบคุณนะคะที่ยังจำเรื่องราวของหนูได้ ความฝันของหนูก็ยังเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไปเลย และคำแนะนำของพี่ หนูก็ยังจำได้จนถึงวันนี้ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆอีกครั้งนะคะ :)
Reply
Porglon
2 months ago
 ขอให้น้อง C_Rysha ได้เป็นบรรณาธิการตามที่ใฝ่ฝันครับ ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ครับผม
cobaltblue
1 month ago
ขอบคุณที่มาแบ่งปันประสบการณ์นะคะ หนูก็สนใจงานบ.ก.เช่นกันค่ะ ช่วงนี้ก็ฝึกบ.ก.ในชมรมไปพลาง ๆ อยู่ เดี๋ยวปีหน้าจะลองยื่นพอร์ตฝึกงานกับสำนักพิมพ์ดูค่ะ
Reply