ตอนจบของเราก็ยังสวยงาม แม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน
ฉันดีใจที่เธอติดต่อมาหลังจากที่ห่างหายกันไปเกือบสิบปี และได้เจอกันอีกครั้ง
“เป็นยังไงบ้าง” เธอถาม 
“ก็เรื่อย ๆ เหมือนเดิมนั่นแหละ” 
ชีวิตฉันไม่ได้ต่างจากเดิมเลย แค่ช่วงแรก ๆ มันยากที่ไม่มีเธออยู่ข้าง ๆ และพบว่าทุกที่ที่ไป ทุกอย่างที่ทำ ทำให้ฉันคิดถึงเธอมากเหลือเกิน แต่ตอนนี้ฉันชินแล้วกับการอยู่คนเดียว
“ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปทำงานต่างประเทศ”
“ใช่ ย้ายไปประจำสาขาที่สิงค์โปร์ได้สามปีแล้ว ปีหน้าถึงจะกลับมาไทย เธอล่ะ”
“เราก็สบายดี ช่วงนี้ก็วุ่น ๆ หน่อย” เธอบอก พร้อมกับยื่นซองกระดาษสีชมพูอ่อนให้ฉัน “เรากำลังจะแต่งงาน”

ในอกฉันแน่นขึ้นมาทันที หน้าร้อนวูบวาบไปหมด ไม่คิดว่าฉันจะมีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้มากเท่านี้ คิดว่ามันผ่านมาหลายปีแล้ว ฉันน่าจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว แต่มันแปลกดีที่ฉันก็รู้สึกดีใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“ยินดีด้วย” ฉันบอกเธอ มันก็รู้สึกเสียใจนะ แต่ฉันรู้สึกยินดีกับเธอด้วยเหมือนกัน
“ไม่รู้ว่านี่จะใจร้ายไปไหม แต่อยากให้เธอมานะ” เธอก้มหน้าลง ไม่สบตาฉัน แล้วยิ้ม เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับวันที่เราตัดสินใจแยกทางกัน “ลึก ๆ แล้ว เราอยากให้เป็นเธอมากกว่า แต่โอกาสนั้นมันผ่านไปนานแล้ว”

เราเงียบกันไปพักนึง

“เราต้องแต่งกับลูกสาวเพื่อนพ่อ เพราะเรื่องธุรกิจด้วย แต่เขาก็เป็นคนดี และเป็นลูกสะใภ้แบบที่แม่อยากได้ เรารู้สึกเหมือนได้เพื่อนที่เข้าใจเราเพิ่มมาอีกคน” เธอพยายามอธิบาย “เราคิดว่าวันหนึ่งเราจะรักเขาได้”
“...” ฉันยังไม่รู้จะพูดอะไร ในหัวฉันยังหมุนติ้ว ๆ อยู่
เธอเงยหน้ามองฉัน สายตาที่เธอมองตรงมาเปิดเผยเสมอ เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ตรงไปตรงมา
“เราอยากให้เธอมีความสุข” ฉันบอกในที่สุด และยิ้มบาง ๆ ภาพตอนเธอขอแต่งงานปรากฎขึ้นในหัว “ตอนนั้นเราไม่ให้ความร่วมมือเอง ไม่เป็นไรหรอก” 

ตอนนั้นเธอขอฉันแต่งงาน และฉันปฏิเสธ พ่อแม่เธออยากได้ลูกสะใภ้ที่จะอยู่บ้าน ดูแลงานบ้าน แต่ฉันคิดอีกแบบ ฉันไม่มีทางเป็นลูกสะใภ้แบบนั้นได้ ที่เราแยกทางกันเพราะจุดหมายเราไม่เหมือนกัน เราเลิกกันเพราะเรารักกันมากกว่าจะให้อีกฝ่ายเสียสละ แต่เธอรู้ไหม ฉันไม่เคยเสียใจที่เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ ฉันว่ามันดีที่สุดเท่าที่เราจะทำให้กันได้แล้ว

เธอยังคงมองสบตาฉัน สายตาแบบเดียวกับวันที่เราเลิกกัน เหมือนว่าภาพเหตุการณ์วันนั้นรีรันขึ้นมาใหม่ วันนั้นเราต่างเจ็บปวด และเราไม่ได้พูดกันมาก แต่รู้กันเองว่าเราต้องพอแล้ว เราไปต่อไม่ไหว แรงต้านรอบตัวมันมากเกินไป ฉันเจ็บปวดจนพูดอะไรไม่ออก เธอเองก็คงไม่ต่างกัน ...แต่วันนี้ฉันขอทำให้มันต่างจากเดิม ฉันจะพูดความในใจทั้งหมดของฉัน ฉันหวังว่าเธอจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน

“เรารักเธอ และแม้ว่าตอนจบของเราจะไม่ใช่การแต่งงาน เราก็ยังรู้สึกว่าตอนจบแบบนี้สวยงามอยู่ดี”
“ยังไง” เธอถาม “เรายังเสียใจอยู่เลย ตอนนั้นเราน่าจะจับมือเธอให้แน่น ๆ”
ฉันส่ายหน้า “เราว่าเธอทำถูกแล้ว เรื่องของเรามันสวยงามตรงที่เรารักกันมาก ๆ และมีความรักดี ๆ แต่ใครเป็นคนกำหนดว่าสูตรสำเร็จความรักที่สวยงามคือการแต่งงานล่ะ จริง ๆ มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปหรอก”
เธอดูประหลาดใจ 
“เธออาจจะมองว่านี่เป็นเรื่องเศร้า เราก็ไม่ปฏิเสธหรอก ตอนแรกมันก็เศร้า แต่ตอนนี้เรามองว่ามันอุ่นใจดีนะที่มีคนให้คิดถึง คนที่ยังรักเรา เป็นห่วงเรา ต่อให้เราต่างคนต่างมีครอบครัว เราก็ยังรักยังห่วงกันได้เหมือนเดิม เรายังติดต่อกันได้ เรายังช่วยเหลือกันได้ นั่นแหละที่เรามองว่ามันสวยงาม”
“เธอยังประหลาดเหมือนเดิม แต่เราก็ชอบนะ ความคิดแบบนี้”
“เราอยากให้ทุกครั้งที่นึกถึงกัน จะมีแต่รอยยิ้มแบบที่เธอยิ้มอยู่ตอนนี้ เราอยากให้เธอมีความสุข”
“เราก็อยากให้เธอมีความสุข”

เธอยิ้ม ยิ้มแบบเดียวกับตอนที่ทำให้ฉันตกหลุมรักเธอ เธอสดใสมากตอนที่เธอมีความสุข นั่นแหละ...ฉันอยากให้เธอแบบนั้น 

“เราจะไปงานแต่งของเธอแน่นอน เธอไม่ต้องห่วง เราไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้ว แต่เราเป็นอย่างอื่นให้เธอได้”
“เหมือนกัน” เธอดูตาแดง ๆ 
ฉันเองก็จะร้องไห้เช่นกัน แต่พยายามกลั้นไว้ 
เธอสูดน้ำมูก “ดีใจจังที่ได้เจอกันวันนี้”
“เหมือนกัน” :)

SHARE
Written in this book
...เช่น ความรัก เป็นต้น
ความรักเป็นคำที่มีความงดงามในตนเอง ความรักเล่าเรื่องผ่านเหตุการณ์ที่หลากหลาย นี่อาจเป็นเพียงบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง หรือเรื่องราวที่ผุดขึ้นในใจ หรืออาจมาจากห้วงแห่งความฝัน หวังว่าการส่งต่อนี้จะสร้างรอยยิ้มให้ใครบางคนได้ หรืออย่างน้อยก็เห็นด้วยกับคำที่ว่า ‘ความรักสวยงามเสมอ’

Comments