GKS Interview (University Track)
มาต่อกันเรื่องสัมภาษณ์กันบ้าง ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าขั้น Interview นี่จะแตกต่างกันไปตามมหาลัย ตามคณะที่สมัครเลยนะคะ บางมหาลัยดูเอกสารอย่างเดียวไม่มีสัมภาษณ์ บางมหาลัยมีสัมภาษณ์เฉพาะบางคณะ เลยอยากแนะนำให้เพื่อนๆ join กรุ๊ปเฟสบุ้คอินเตอร์ที่มีคนจากชาติอื่นๆที่สมัครมหาลัยเดียวกันมาอัพเดทนู่นนี่นะคะ เพราะบางทีมหาลัยชอบมองข้ามอีเมลเราไปเพราะมีคนอื่นถามแล้ว

ตอนยื่นทุน ขั้นตอนทุกอย่างดีเลย์มากๆเพราะช่วงนั้นเกาหลี covid-19 กำลังระบาดหนักค่ะ เวลาทำการของมหาลัยก็สั้นลง อาจารย์ไม่ค่อยเข้ามหาลัยเพราะสอนออนไลน์กัน ทำให้ทุกอย่างช้าไปหมด แต่เราก็ต้องอดทนรอคอยอย่างไม่มีจุดหมาย เพราะมหาลัยที่เรายื่นไม่อัพเดทอะไรเลย ไม่มีคอนเฟิร์มว่าได้เอกสารแล้วนะ หรือไม่มีส่งมาบอกเรื่องวันที่จะสัมภาษณ์อะไรแบบนี้เลย สุดท้ายก็ได้รู้จากเพื่อนต่างชาติคนนึงที่โชคดีได้อีเมลตอบกลับว่ามหาลัยเราจะมีสัมภาษณ์สำหรับผู้ที่ผ่านรอบสกรีนเอกสารแล้วเท่านั้น ถ้าไม่ได้อีเมลภายในวันที่เท่าไหร่ แปลว่าตกรอบเอกสารค่ะ

ส่วนตัวเราได้รับอีเมลเป็นคนแรกๆเลย น่าจะเป็นเพราะคณะเราไม่ค่อยมีคนยื่นเท่าไหร่ เป็นอีเมลจาก professor คณะที่ยื่นเองเลยค่ะ ส่งมาถาม นัดเวลาสัมภาษณ์ พร้อมส่งลิ้งค์ google meet มาให้ อาจารย์นัดล่วงหน้าประมาณ 3-4 วันค่ะ พอมีเวลาเตรียมตัวอยู่

เราสัมภาษณ์กับอาจารย์เป็นภาษาเกาหลีล้วนเพราะเรายื่น TOPIK กึบ 6 ไปค่ะ จริงๆอาจารย์ก็ถามก่อนว่าจะสัมภาษณ์ภาษาอะไรดี เราถนัดภาษาเกาหลีมากกว่าเลยสัมฯ เป็นเกาหลีล้วนค่ะ ตรงนี้เคยได้ยินมาว่าถ้ามียื่นคะแนน TOPIK ไปตอนสมัครอาจจะมีให้แนะนำตัวเป็นภาษาเกาหลีด้วย ยังไงเตรียมเผื่อไว้ไม่เสียหายนะคะ

เราสัมภาษณ์ประมาณ 17 นาทีค่ะ น่าจะเพราะติดลม เหมือนคุยกับอาจารย์มากกว่าสัมภาษณ์ค่ะ คำถามส่วนใหญ่เกี่ยวกับสิ่งที่เราเขียนไปใน essay เลย ขอสรุปคำถามคร่าวๆ นะคะ

• แนะนำตัว
• รู้จักทุนนี้ได้ยังไง ทำไมถึงสมัครและรู้มั้ยว่าครอบคลุมอะไรบ้าง
• ทำไมถึงยื่นทุน ทำไมไม่มาด้วยเงินตัวเอง มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษมั้ย
• ถามเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงาน
•.คำถามที่ดูสกิลในการแก้ปัญหา เช่น ถ้าการบ้านเยอะมากเกินความสามารถจะทำยังไง เป็นต้น

จากประสบการณ์ทำงานกับคนเกาหลีมา สิ่งที่สำคัญในการสัมภาษณ์มีอยู่ 2 อย่างค่ะ คือการทำตัวให้พร้อม เสื้อผ้า หน้า ผม ดูดีหน่อย ให้เกียรติผู้สัมภาษณ์ (แต่ถ้าสัมภาษณ์แบบ phone call ก็ไม่จำเป็น) อย่างที่สองคือความสุภาพค่ะ ค่อยๆพูด คิดคำ ตอบให้ตรงคำถาม ถ้าไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ พูดตามจริง นั่นแหละค่ะคือทริคของเรา

หลังจากนั้นอาจารย์ก็จะเปิดโอกาสให้ถามคำถามค่ะ เราก็ถามเรื่องบรรยากาศในคณะ อาจารย์ก็เล่าให้ฟังไปเรื่อยๆ สุดท้ายอาจารย์ก็อวยพรขอให้โชคดี หวังว่าจะได้เจอกันเร็วๆนี้ค่ะ

หลังจากสัมภาษณ์ไปประมาณ 2 อาทิตย์ ทางมหาลัยก็ส่งอีเมลมาแจ้งว่าเราผ่านรอบสัมภาษณ์ใน 1st round และจะ Recommend to NIIED ใน 2nd round ต่อไปค่ะ หลังจากนั้นการรอคอยที่บีบคั้นหัวใจก็เริ่มขึ้น แต่ละวันผ่านไปช้ามากกกกกก 

จนถึงวันประกาศผล ประกาศว่าเราผ่านรอบ 2nd round ค่ะ ซึ่งสำหรับผู้ที่ยื่น University Track แล้วผ่านรอบนี้ก็คือเหมือนได้ทุนไปแล้ว 99% เหลือแค่ไปตรวจสุขภาพตามใบที่เค้าแนบไว้ในประกาศ ถ้าหากส่งตามเดดไลน์ ข้อมูลครบถ้วนและสุขภาพไม่มีปัญหาร้ายแรงอะไร ก็คือได้ทุนแน่นอนค่ะ

จบแค่นี้สำหรับประสบการณ์สัมภาษณ์ค่ะ ไว้วันหลังจะมารีวิวการตรวจสุขภาพเพื่อยื่นทุนต่อนะคะ ❤️


SHARE
Writer
cmy
Writer
-

Comments