ร้านกาแฟร้านเล็ก ๆ ใต้ต้นจามจุรีต้นใหญ่
“ฉันใช้เวลาช่วงเย็นไปกับการสนทนา วันนี้ช่างเป็นวันที่เหนื่อยล้า โชคดีที่อย่างน้อยฉันก็มีที่ให้ไปนั่งคุยกับคนที่ฉันสามารถเป็นตัวเองได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องภาพพจน์ คำถามและคำตอบที่เราพูดกันกระตุ้นความคิด และทำให้เราต่างได้ทบทวน — ฉันชอบที่ได้ทบทวนตนเองผ่านการพูดคุยกับคนอื่น มีอยู่หลายประโยคเหมือนกันที่ฟังแล้วรู้สึกว่า “อืม...เราต่างคนก็ต่างก็โตขึ้น” 

บางทีก็แปลกใจที่เรามารวมตัวกันอยู่ได้ยังไงในร้านกาแฟเล็ก ๆ ใต้ต้นจามจุรีต้นใหญ่ ในเวลาแบบนี้ที่ฝนกำลังจะตกและฟ้าเริ่มมืด 

ไฟสีส้มส่องผ่อนโคมกระดาษสีขาวออกมา  แสงที่ไม่สว่าง แต่ก็ไม่ถึงกับสลัว มันไม่ได้พอดี ออกจะมืดไปหน่อยสำหรับคนชอบแสงแบบฉัน แต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย นี่อาจเป็นที่เดียวเลยก็ได้ที่ฉันรู้สึกสบายใจ 

ฉันก็ประหลาดใจเหมือนกันที่พบว่าที่นี่เป็นที่แรกที่ผุดขึ้นในความคิด เมื่อมีคนถามถึงเหตุการณ์ที่ทำให้มีความสุข — มันคงเป็นที่ของฉันที่ฉันไม่ได้เป็นเจ้าของ

บทสนทนาของเราธรรมดา เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดและมุมมอง ฉันได้ตระหนักถึงบางเรื่องที่ลืมไปนานแล้ว

นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าอะไรทำให้คนตัวเล็ก ๆ ที่เรียนจบช้า เรียนนานกว่าจะเริ่มงาน ตัดสินใจมาทำงานในที่ที่ไกลบ้านไกลครอบครัวขนาดนี้ ปีที่เพื่อน ๆ ออกไปทำงาน ฉันยังนั่งเรียนหนังสือต่อไป ในขณะที่เพื่อน ๆ วัยเดียวกัน หาเงินเองได้แล้ว ฉันยังต้องขอเงินแม่ — มาอยู่นี่ ฉันอยู่คนเดียวนานจนชิน ฉันไปไหนมาไหนไม่ต้องรายงานใครมานานแล้ว อิสระที่ได้รับเต็มที่บางทีก็กลายเป็นคำถาม
ฉันกำลังพิสูจน์อะไร ที่ฉันใช้ชีวิตแบบนี้ เพื่อจะฝึกอะไรกันแน่ฉันออกเดินทางเหมือนอัศวิน จากบ้านมาต่อสู้บนสนามรบที่เรียกว่าชีวิต จับดาบแกว่งไกวไปเรื่อย ๆ รอบตัวมีแต่อันตราย หลายครั้งที่ฉันพลาดพลั้งล้มลง และโดนนักรบคนอื่นที่จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ดีเหยียบเอา บางทีก็โดนคมดาบกรีดเนื้อจนเลือดท่วม
ฉันเจ็บขนาดนี้ แต่ก็ยังไม่ตายนี่หว่า
”มันจะต้องเจ็บแน่ เราต้องบาดเจ็บเพื่อจะได้เรียนรู้จากแผล” ฉันบอก
น้องอึ้งไปนิดนึง ก่อนจะพยักหน้าแล้วหัวเราะแหะๆ “เต็มไปด้วยแผลเป็น”
“ใช่...ตราบใดที่ยังเรียนรู้ และให้มันเป็นแรงขับเชิงบวกที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น มันก็จะโอเค”

เราคุยกันเรื่องงานที่เราไม่อยากทำ แต่ต้องทำ
“ไม่อยากทำ ไม่ชอบ”
“ทำไมถึงไม่ชอบ”
“อื่อ...ไม่เคยคิดว่าทำไม แค่ไม่ชอบ”
“มันต้องมีเหตุผล อย่างคิดว่าทำได้ไม่ดี แล้วเราก็รักหน้าตัวเองเกินกว่าจะเปิดเผยว่าเราทำเรื่องนี้ได้ไม่ดี”
“อื่อ...คงเพราะไม่เคยทำสำเร็จเลยมั้ง เลยไม่อยากทำ”
“คนเรามีเรื่องที่ไม่ถนัดไม่เหมือนกัน”
“อื้อ...เราก็แต่ชอบในสิ่งที่เราทำได้ดี มั่นใจ ส่วนอันที่ไม่มั่นใจ ก็จะไม่อยากทำ ไม่ชอบมัน”

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่งานยาก หรือเราทำไม่ได้ แต่เพราะใจเราไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ต่างหากที่ทำให้เราเป็นทุกข์
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเพื่อเตือนว่าหมดเวลาแล้ว มีบางคนรอกินข้าวเย็น เราต่างก็ขยับตัวเก็บของ ลุกขึ้นไปปิดไฟ และหน้าต่าง
“เราลองมาดูนะ อีก 5 ปีถ้ามีโอกาสได้เจอกัน เราลองดูว่าเราเปลี่ยนไปขนาดไหน”
ฉันตอนนี้ ไม่เหลือคราบเดิมของฉันเมื่อสามปีก่อนอีกแล้ว
ลึก ๆ ตัวตนฉันคงไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก แต่ความรู้สึกนึกคิดต่อสิ่งต่าง ๆ รวมไปถึงวิธีตอบสนองของฉันเปลี่ยนไปโดนสิ้นเชิง ฉันนับว่ามันเป็นผลผลิตจากการฝึกฝน เพราะฉันไม่อยากอยู่ในโลกแบบไร้ความหมาย ฉันจึงสร้างความหมายให้กับชีวิต และเพื่อจะเข้าใจอะไร ๆ ได้ดีขึ้นฉันจึงต้องฝึกไม่หยุดจนกว่าจะเข้าใจ”

#แด่เพื่อนในชมรม และอาจารย์ที่ปรึกษา 
#แด่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ใต้ต้นจามจุรีต้นใหญ่
SHARE
Written in this book
ช้อนตะกอน

Comments