เมื่อครั้นที่ฉันเข้ารับการรักษาด้วยไฟฟ้าเพื่อปรับระดับสารเคมีในสมอง
ฉันหวั่นใจมากในคราแรก เพราะการรักษานี้เป็นการรักษาแบบใหม่ที่ฉันไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน ฉันไปถึงโรงพยาบาลเช้าอีกตามเคย ราวหกโมงที่พวกเราพ่อแม่และลูกได้นั่งทานอาหารปิ่นโตด้วยกันเช่นเคย โดยตัวฉันไม่ได้ทานอะไรเพราะเป็นข้อห้ามของการรักษา

ฉันจำอาหารที่เข้าปากมื้อแรกไม่ได้ มารู้ตัวอีกทีแม่ก็บอกฉันว่าฉันได้รับการรักษามาสิบกว่าครั้งแล้ว

“สิบกว่าครั้ง?” ฉันทวนคำพูดแม่ในใจก่อนจะเปล่งเสียงออกมา

นี่หรือคือการรักษาด้วยไฟฟ้า... ฉันจำอะไรไม่ได้เลย

เมื่อฉันเข้าไปในห้อง... พยาบาลบอกให้ฉันนอนลง ก่อนที่สายระโยงระยางจะเข้ามาตามแขนและตัว ฉันได้คิวแรกเพราะไปเช้าที่สุด

เครื่องวัดความดันทำงาน 98/... ความดันฉันมักค่อนไปทางต่ำ ซึ่งก็ไม่ได้น่าตกใจอะไรเพราะยังถึงว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

จากนั้นที่วัดชีพจรที่นิ้วมือก็ถูกหนีบเข้ามาที่ปลายนิ้วชี้ ก่อนที่สติฉันจะดับวูปไปด้วยฤทธิ์จากยาสลบ

ฉันไม่ต้องการอะไรมาก... ขอแค่ได้ตื่นมาเห็นหน้าพ่อหน้าแม่อีกครั้งก็พอแล้ว

เมื่อทำการรักษาเสร็จฉันลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง ในระยะแรกถ้าฉันจำไม่ผิด แม่จะต้องเอารถเข็นมารับฉัน เราสามพ่อแม่ลูกก็เข็นรถไปขึ้นรถที่ลานจอดและฉันก็จะผลอยหลับไปอีกครั้งจนถึงบ้าน

“คนนี้ไงเทอร์รี่ ที่หนูสนิทด้วยเลย”

ประโยคคุ้นเคยที่แม่ใช้แนะนำคนแปลกหน้า(ในมุมของฉัน)ให้ฉันรู้จัก... ฉันจำใครไม่ได้เลย หรือแม้แต่ได้เห็นหน้าแล้วก็ตาม อีกทั้งความทรงจำในรอบสามปีกว่าๆนี้ก็ดูจะถูกดูดหายไปด้วยฤิทธิ์ของไฟฟ้า

ทำการรักษาด้วยไฟฟ้ามีข้อห้ามอยู่บ้าง นั่นก็คือการใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นเล็บหรือผมก็ห้ามทาหรือย้อมสีใดๆ

ส่วนขณะการทำการรักษาก็ต้องถอดเครื่องประดับออกจากตัว และงดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืนอีกด้วย

ในปัจจุบันหลังจากที่รักษาด้วยไฟฟ้าไปประมาณ20กว่าครั้ง ซึ่งใช้เวลาครึ่งปีกว่าได้ ตอนนี้ฉันอาการดีขึ้นมาก แต่ก็ยังพะวงว่าอาจจะต้องเข้ารับการรักษาต่ออีกหรือไม่

ชีวิตของเราเป็นสิ่งสำคัญ กายนี้สังขารนี้ก็เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าเงินทอง 

 เอาหละ...

ฉันมาแบ่งบันเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตฉัน ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

SHARE
Written in this book
เล่าเรื่อง
Writer
terrytaksintaweesap
Artist
วาดรูปและขีดเขียนและบางวันก็อาจจะร้องเพลง

Comments

LampLight
5 months ago
ขอบคุณสำหรับบทความเช่นกันครับ

Reply
😊🙂