Roommate
ตั้งแต่ออกจากบ้านมา มีใครเคยเข้ามาในห้องของคุณไหมคะ? สำหรับเราแล้วตั้งแต่เริ่มออกมาอยู่หอ เราไม่เคยมีรูมเมทเลย หมายถึง รูมเมทที่นอนเตียงเดียวกัน อยู่ในพื้นที่ห้องนอนเดียวกัน จริงๆ10 กว่าปีมาแล้วเนอะ ที่เราเริ่มต้นใช้ชีวิตคนเดียวจริงๆจังๆ แน่นอนแหละว่าสมัยเรียนเราก็ยังมีพ่อ แม่ ลุง น้า คอยแวะเวียนดูแลอยู่บ้าง และจุดเริ่มต้นของการทำอะไรเอง ตัดสินใจเองคนเดียวก็เริ่มนับ 1  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...  

ย้อนกลับไปสมัยที่เราอยู่หอแรกๆ ในห้องเรามีเพียงแค่วิทยุเครื่องเล็กๆหนึ่งเครื่องกับโทรศัพท์มือถือจอสีที่ทำได้แค่โทรเข้าโทรออกและฟังวิทยุในคลื่นท้องถิ่นเท่านั้น เราจำได้ว่าเราเลิกเรียนเมื่อไรเป็นต้องไปเช่าคอมที่ร้านเน็ต ชั่วโมงละ 10  บาท 1-2 ชั่วโมง เพื่อออน msn คุยกับเพื่อนๆที่เพิ่งแยกจากกันที่โรงเรียน(ไม่รู้เหมือนกัน ว่าตอนนั้นคุยอะไรกันนักหนา ฮาา) สมันนั้นคงเป็นยุคท้ายๆของ msn และเป็นยุคเริ่มต้นของ Facebook แล้วแหละมั้ง เราเล่นเน็ตเสร็จก็รีบกลับบ้านไปพบกับความเงียบงัน... ฟังเสียงวิทยุที่มีข่าวทุกต้นชม. โทรหาคนที่บ้านบ้าง นานๆทีจะโทรหาเพื่อนเก่าสักครั้ง ซึ่งตอนนี้หลงเหลือกันไม่เกินนิ้วมือข้างเดียวนับ อิอิ ไม่ว่าเราจะทำการบ้านจบไปแล้วกี่รอบ ทำความสะอาดห้องจนกริบแล้ว เราก็ยังไม่ง่วงสักที.... มีบ้างตามประสาที่จะร้องไห้คิดถึงบ้าน แต่พอปรับตัวได้แล้ว เราเอาเวลาที่เหลือไปเช่านิยายมาอ่าน เขียนไดอารี่ และแล้วเวลา 1 คืนหมดไปอย่างวนไปวนมาแบบนี้ อ้อ! ช่วงนั้นยังไม่มีโปรเน็ตในมือถือ มีโปรโทรฟรี โทรในเครือข่ายและโปร SMS เนี่ยแหละ ก็มีส่ง SMS แอ๊วกันบ้างอะไรบ้างอ่ะสมัยนั้น แต่งบจำกัดก็แอ๊วพอประมาณ ^^! พอเราอยู่หอไปสักพักก็ได้รับมรดกเป็นคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊คของน้าๆตามมา ต่อเน็ตได้บ้างไม่ได้บ้าง ต่อมาเริ่มทำความรู้จักกับ Youtube แล้วหลายๆอย่างก็ตามมา ความเงียบถูกทดแทนด้วยเสียงเตือนของเว็บไซต์ต่างๆ แต่ถึงอย่างนั้น เราก็มีเวลาเงยหน้ามองทองฟ้าอยูุ่ทุกวัน การได้อยู่กับตัวเองเงียบๆมองทองฟ้านิ่งๆกลับทำให้เรารู้สึกดีอย่างประหลาด แต่ถ้ามองท้องฟ้าดึกเกินไป อาการกลัวผีจะกลับมา.. แล้วเราจะอยากนอนทันที ! 

พอเริ่มทำงานแล้วเรามีรูมเมทที่นอนแยกห้องกันแต่ใช้พื้นที่ส่วนรวมร่วมกัน ถือว่าต้องปรับตัวมากๆๆๆๆๆๆๆเลยทีเดียว จะทำตามใจอะไรตัวเองก็ไม่ได้มากนัก มันทำให้เราใช้เวลาพักใหญ่ในการปรับตัว แต่พอปรับไปสักพักก็มีเหตุให้ต้องได้อยู่คนเดียวอีกครั้ง ฮ่าๆๆๆ สิ่งนี้ที่รอคอยจริงๆ ส่วนตัวเป็นเพราะเราเองไม่อยากกวนคนอื่นด้วย เราเป็นคนนอนดึก นอนไม่เป็นเวลา กินอาหาร ทำกับข้าวก็ไม่เป็นเวลา เผลอๆเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้ วันไหนคึกคักมาก็แอโรบิกรอบดึก เพราะการทำอะไรไม่เป็นเวลาของเรา ทำให้เราตื่นไม่เป็นเวลาทุกที ซ้ำร้ายยังตื่นง่ายอีกต่างหากเวลาได้ยินเสียงใครเดินข้างนอก (*อยู่คนเดียวจนชิน เวลาได้ยินเสียงอะไรไม่ปกติก็จะตื่นทันที เหมือนร่างกายจำเป็นสัญชาติญาณไปแล้วมั้ง) ....จนแล้วจนรอด แม้ว่าจะมีรูมเมทย้ายเข้าหรือเราย้ายออกไปอยู่กับคนอื่น ก็มีเหตุให้อยู่กันได้ไม่นานจริงๆ อืม... มันเหตุสุดวิสัย เราไม่ได้เกเรขนาดนั้น ฮ่าๆๆๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ที่ไม่ตรงกัน เช่น เราไม่ชอบวางของที่อ่างล้างหน้า เราไม่ชอบให้ห้องส้วม(ไม่ใช่ห้องอาบน้ำ)เปียก เราแพ้ฝุ่นต้องดูดฝุ่นบ่อยๆ เราชอบห้องกว้างๆจึงชอบทิ้งของที่ไม่ใช้แล้ว เราไม่ชอบคนปิดประตูห้องน้ำเสียงดัง ไม่ชอบคนเดินกระทืบเท้า เป็นต้น ซึ่งเมทเองก็คงไม่ชอบที่เราดองจานไว้ในอ่าง ดูฝุ่นตอนกลางคืน หรืออีกบลาๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ อันนี้เราว่ามันไม่มีใครผิดถูกเลย เพียงแค่การใช้ชีวิตมันไม่เหมือนกัน เราเลยอาจจะลดการเป็นตัวของตัวเองมาหน่อยเมื่อต้องอยู่ร่วมกันคนอื่น ^^

สรุปเลยละกันว่าตลอดเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา 90% เราใช้ชีวิตอยู่ในห้องคนเดียว เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปในห้องนี้ ต่างเกิดจากความเป็นตัวตนของเราทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางของ การจัดห้อง วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ ที่วางถังขยะ หรือแม้แต่ตำแหน่งวางกุญแจบ้าน และมันก็มีความเป็นตัวเองที่ต้องแก้ไขอยู่บ้าง อืม.. เช่น ไม่ได้ล้างจานทุกวัน หรือการเหลือเสื้อผ้ากองโตที่ต้องซักในช่วงวันหยุด ด้วยเหตุผลเหล่านี้การจะชวนใครซักคนมาที่ห้องมันช่าง... เฮ่อ.. ยากเหลือเกิน คงต้องมีศีลเสมอกันประมาณนึง อย่างน้อยๆก็ไม่บ่นเยอะน่า.... ช่วยเก็บห้องด้วยก็จะดีมาก ฮ่าๆๆๆ ซึ่งมีเพื่อนไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่จะเคยมาที่ห้องในสภาพที่มาเมื่อไรก็ได้ ส่วนเรื่องท็อปซีเคร็ตสุดๆคือ... เพื่อนที่มาห้องมักจะเป็นเพื่อนที่เราเผลอตดแล้วไม่เขินอาย ฮ่าๆ
 เววคัมทูมายรูมจ๊ะเคยคุยกับคนๆหนึ่งแล้วเขาเหมือนจะไม่เข้าใจว่าทำไมเราหวงเตียงหรอ หวงของหรอ ถึงไม่ให้เพื่อนมานอนที่ห้องบ้าง ซึ่งจริงๆเราไม่ได้ห่วงของอะไรหรอกนะ  แต่ห้องของเรามันคือบ้านแหละ คือ พื้นที่ส่วนตัว ที่ที่เราสบายใจและเป็นตัวของตัวเองที่สุด 
เพราะฉะนั้นถ้าคนที่เข้ามาห้องแล้วจะทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง เราก็คงไม่ให้มาอ่ะอยู่คนเดียวมานานมันก็แบบนี้แหละมั้ง... ตลกเอง หัวเราะได้ด้วยตัวเอง ร้องไห้เองซับน้ำตาเอง กลัวผีเองแต่ก็หายได้เอง อะไรพังก็ซ่อมเองก่อน ซึ่งปัญหาหลายอย่างก็มีที่แก้ด้วยตัวเองไม่ได้ ซึ่งก็นั่นแหละ 'เพื่อน' จะรับภาระนี้ไป (ขอโทษษษ แหะๆ)

เราคงเป็นแค่มนุษย์หนึ่งคนในหลายล้านคนที่ใช้ชีวิตแบบนี้ หรืออาจจะมีหลายๆคนที่คิดคล้ายๆเรา สิ่งหนึ่งคงไม่ต่างกันเราว่า'ห้องของเราคงเป็นที่ที่เราอยู่แล้วสบายใจที่สุด' ถ้าเจอใครที่เขาอยู่กับเราได้ตั้งแต่เช้า สาย บ่าย เย็น นี่รักษากันไว้ให้ดีๆเลยแหละ เข้าใจว่าแรกๆมันก็มีปรับตัวกันบ้างธรรดา แต่ถ้าปรับแล้วเรายังเป็นตัวของตัวเองได้และเขาก็ยังเป็นตัวของตัวเองได้ มันคงดีมากๆเลยนะ

ถ้าวันนี้คุณยังอยู่คนเดียวได้โดยที่ไม่รู้สึกขาดหาย เราว่ามันเป็นสัญญาณที่ดีแล้วที่คุณจะอยู่คนเดียวตลอดไป.... อ่ะหยอกๆ เราว่าเป็นสัญญาณที่ดี สัญญาณที่หมายความว่าคุณมีความสุขได้ด้วยตัวคุณเองยังไงล่ะแต่ถ้าวันนึงมีใครเดินเข้ามา ก็ยังเพิ่งรีบปิดประตูใส่เขาล่ะ เรียนรู้กันก่อน... คุณอาจจะเจอรูมเมทที่จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิตก็ได้นะ และสุดท้ายเราขอแสดงความยินดีกับคุณล่วงหน้าเลยละกันน้า :D

Photo by Farhad Fallahzad on Unsplash
SHARE
Writer
rainnycool
...
ผู้หลงรักธรรมชาติ ชื่นชอบการอ่านและชอบบอกเล่าเรี่องราวต่างๆผ่านตัวอักษร ชอบฟังเพลงPOPและR&B นอกจากนี้ยังรักการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจอีกด้วย

Comments