เฉดสีในครอบครองของผม,



  



        “ดอกไม้ พระจันทร์ หมู่ดาว ดวงอาทิตย์ ศิลปะ และจักรวาล ผมอธิบายสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ผมไม่ช่ำชอง แต่หากเพราะมันรวมเป็นคุณ —เพียงเพราะตกหลุมรัก ผมยอมจำนนแต่โดยดี”




       เพียงสบตา ราวหมู่ดาวรายล้อม ราวกับค้นพบความสวยงามที่จักรวาลซุกซ่อน


      .


       ในระยะทางไม่ถึงห้ากิโลเมตร ตรงหัวมุมที่มีร้านขนมปังเจ้าเก่าตั้งอยู่ ฟอนต์แบบฝรั่งเศษกับประตูไม้สีดำสนิท

       ผมยืนอยู่ตรงถนนฝั่งตรงข้าม ระยะห่างพอดีกับใครคนนั้นที่ก้มหน้าก้มตากดสมาร์ทโฟนในมืออย่างตั้งใจ 

       เขาในเสื้อสีเหลืองมัสตาร์ด ร้องเท้าเเวนส์สีดำ นาฬิกาสีเปลือกไม้อ่อน กางเกงสเเลคสีดำและเรือนผมของเขาเป็นสีพีช รวมทุกเฉดสีเข้ากันกับเขา และผมคิดว่ามันเขากันดีเหลือเกิน เขาเหมาะกับสีเหลืองหรือผมชอบมันอยู่แล้วก็ไม่แน่ใจ

       เขาเงยหน้าขึ้นจากจอสมาร์ทโฟน ผมยืนอยู่ที่เดิม เสียงบีบแตรของรถประจำทางดังขึ้น มันเสียงดังแต่โลกของผมกำลังหยุดนิ่ง สงบนิ่งราวกับมีใครสักคนดีดนิ้วเพื่อหยุดมันไว้

      เราสบตากัน หูผมอื้อ นัยน์ตาสีดำสนิทราวกับมีประกายแสงจากดาวนับล้านดวงพาดผ่านนัยน์ตาคู่นั้น 

      4 วินาที ผมใช้เวลาเพียง 4 วินาทีในการตกหลุมรักเขา มันน่าขัน แต่แววตาเขาหยุดผมไว้ 


      .

      2 วินาทีแรกที่ผมใช้เวลาพินิจหาถึงจุดบกพร่องในแววตาเขา แล้วผมก็พบว่าไม่มีเลย เขาสมบูรณ์ในแบบที่ผมคิดว่ามันน่าเหลือเชื่อเหลือเกินที่โลกของเรามีเจ้าของดวงดาวมากมายอาศัยอยู่ที่นี่

      2 วินาทีให้หลัง ผมใช้เวลามองหาถึงความสมเหตุสมผลว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับพระเจ้าหรือไม่ เขาถูกสรรค์สร้างมาด้วยรูปแบบใด ในรูปแบบของผู้เป็นที่รักหรือมนุษย์วิเศษจากดินแดนมหัศจรรย์ในเทพนิยายกรีกโบราณ เพราะเขาดูดีเหลือเกินในสายตาผม เขาธรรมดาเเต่หากการมีอยู่ของเขาช่างรู้สึกว่ามันเเสนวิเศษ


       ผมหาเหตุผลถึงการตกหลุมรักเขาไม่เจอ
เขาเหมือนกับตัวทลายกฏเกณฑ์ที่นักกวีบางคนสร้างขึ้น

       “ความรักไม่เลือกใคร มันคืิอการสบตาเพียงครั้งเดียวแล้วคุณรู้สึกว่าเขาพิเศษกว่าคนนับล้านบนโลก”

       นั่นอาจจะเป็นความจริงเพียงหนึ่งเดียวที่ผมเช่ื่อ ถ้าจำไม่ผิดมันน่าจะมาจากนักกวีสักคนในยุคที่การเขียนลงกระดาษสักแผ่นเป็นเรื่องที่หาทำได้ยาก 

       ผมเชื่อ และผมรู้ว่าการตกหลุมรักที่ไร้ทุกข้อกังขามันเป็นอย่างไร


       เพียง 4 วินาทีที่เราสบตากัน เป็นระยะเวลาสั่น ๆหากนับจากเข็มนาฬิกาแต่หากมันยาวนานในความรู้สึกของผมเหลือเกิน

       ทุกอย่างหยุดการเคลื่อนไหว รอยยิ้มเขา เขายิ้มให้ผม จากระยะทางราวห้ากิโลเมตร และผมคิดว่ามันช่างใจดี

       รอยยิ้มเขาช่างใจดี และนั่นผมตกหลุมรักเขาอีกครั้ง

       เขาหมุนตัวเเล้วเดินข้ามไปอีกฝั่งของถนน
ขาข้างซ้ายที่นำไปก่อนข้างขวา กลุ่มผมสีพีชที่ต้องลม แขนขวาที่เลื่อนมาสอดใส่ในกระเป๋ากางเกง

       ผมตกหลุมรักเขาอีกครั้ง อีกครั้ง และนับครั้งไม่ถ้วนในความรู้สึกผม


       ไม่รู้ว่าผมยืนมองเขาเดินหายไปในฝูงชนนานเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไหร่ที่ผมถูกทุกกิริยาบทของเขาสะกดไว้

      จวบจนเขาหลุดหายไปจากกรอบสายตา รอบตัวผมกลายเป็นสีเหลือง ไม่ใช่สีชมพู เพราะเขาเป็นสีเหลือง อาจจะเป็นทุกเฉดสี แต่ว่าผมตกหลุมรักเขา นั่นแปลว่าเขาเป็นสีเหลืองในครอบครองของผม


        .

      
        เสียงเปียโนดังคลอมาจากแผ่นเสียงอย่างเช่นทุกครั้งที่เขามักจะเปิดมันในช่วงเช้า ตอนนี้เป็นเพลงโปรดที่เขาชื่นชอบและมันก็ได้กลายเป็นเพลงรักของผมแล้วเรียบร้อย เพลง My be จากการบรรเลงที่แสนพร่างพรหมของยิรุมะท่วงทำนองที่ชวนให้ตกหลุมรัก และมันก็เป็นเช่นนั้น 

        ผมตกหลุมรักเขาอย่างท่วมท้น อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่จบสิ้นและไม่รู้จบ เขายึดเอาทุกอย่างไปจากผมโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเพลงที่ได้ฟัง หนังที่ได้ดู หรือแม้กระทั่งบรรยากาศรอบข้าง ปฎิเสธไม่ได้แล้วว่าผมรักกลิ่นอายที่มีเขาอยู่ด้วยแค่ไหน

        ผมลูบเส้นผมของคนที่นอนหนุนตักอย่างแผ่วเบา เฉกเช่นวันแรกที่เราเจอกัน เรือนผมสีพีชของเขา เรือแก้มนุ่ม เขาสดใสและเป็นที่รักเหลือเกิน พิเศษแต่ก็เเสนธรรมดา แม้แต่ตอนที่หลับอยู่เขาก็เป็นอย่างนั้น

        เพียงครั้งนั้นจนถึงตอนนี้ ผมก็ได้รู้ว่าโลกผมไม่ใช่ของผมอีกต่อไป

        ทุกเฉดสีในจักรวาลนี้รวมเป็นเขา เขาสอนให้ผมรู้ว่าเราสามารถเป็นได้ทุกสีที่เราอยากเป็น เป็นได้ทุกรูปทรงที่ใครอื่นอาจจะมองว่ามันไม่เข้ากันก็ไม่เป็นไร 

        เพราะผมคือตัวผม นั่นแปลว่าใครจะคิดยังไงก็แล้วแต่ใครอื่่น ผมเป็นอิสระในตัวผมเอง ผมมีสิทธิ์ชอบธรรมในการแปรเปลี่ยนเฉดสีของตัวเอง

          มากไปกว่านั้นเขาก็สอนให้ผมรู้ว่ารักเป็นอย่างไร เขาเข้ามาเปลี่ยนความหมายของเพลงรักบางเพลงไปตลอดกาล ว่านิยามแห่งรักเป็นอย่างไร ว่าความอิสระในตัวตนของผมเป็นอย่างไร เขาทำให้ผมเข้าใจถึงคำว่าไร้ทุกข้อกังขาเป็นเช่นไร

         มีเหตุผลมากมายให้ตกหลุมรักเขา ผมจะไม่พูดว่ามีอะไรบ้าง เพราะมันมากมายที่ถ้าเขียนลงกระดาษสองสามหน้าก็คงจะไม่พอ แต่หากจะให้พูดเพียงเหตุผลเดียวคือผมจะบอกว่าเพียงเพราะการมีอยู่ของเขาก็ควรค่าแก่การตกหลุมรักเหลือเกินแล้ว เป็นเหตุผลที่ง่ายดายและครอบคลุมที่สุดที่ผมพอจะให้เขาได้

         เขาแสนดีที่ทุกการมีอยู่ของเขาทำให้ผมตกหลุมรักได้ใหม่ทุกครั้ง

        และไม่ว่าเขาจะเป็นกี่ล้านเฉดสีในโลกนี้ เขาก็เป็นของผมอยู่ดี เป็นทุกเฉดสีในครอบครองของผม

        มีคนเคยบอกว่าทิวลิปสีเหลืองหมายถึงความผิดหวัง สีเหลือแสดงถึงความผิดหวัง ใครบางคนว่าไว้อย่างนั้น 

       ผมค้าน เพราะสีเหลืองของเขาเป็นตัวต่อเติมความหวัง เหมือนกับว่า ถ้าโลกของผมเป็นสีดำหรือสีเทา ปลายสุดทางเดินผมจะเห็นแสงสีเหลืองสาดส่องมาหา นั่นแปลว่าถ้าผมหลงทางอยู่ในช่วงชีวิตที่ทุกคนต่างหันหลังให้ เขาจะยืนอยู่ตรงนั้น เป็นความสดใสนึงเดียวที่หยิบยื่นความใจดีให้ผม

       หากมีใครถามว่าเขาพิเศษและแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างไร

       “เขาธรรมดาและไม่แตกต่าง แต่เขาโดดเด่นด้วยแววตาทอแสงเพื่อสิ่งที่ชอบ ด้วยรอยยิ้มแต่งแต้มจากอาหารรสโปรด 
เขาธรรมดาแต่พิเศษในโลกของผม”


     เขาธรรมดาอย่างไร ผมก็รักเขาอย่างนั้น


     จักรวาล ศิลปะ บทกวีคร่ำครึ ทุกสรรพสิ่งรวมเป็นเขา





พูดคุยกันได้นะคะ
แล้วก็ขอบคุณที่อ่านจนจบบรรทัดสุดท้าย
ขอให้มีวันที่ดีเท่าผืนฟ้า.




SHARE
Writer
milkhoney
But the one no listen to me—
ด้วยเพราะมีรักในวาฬเป็นทางนำเเห่งรัก’

Comments

sanehmoon
1 year ago
ดีที่สุดเลยค่ะ💘
Reply
08october
1 year ago
🌷💛
Reply
juuhachi
1 year ago
แง้ดีมากๆเลยงับ
Reply
juuhachi
1 year ago
แง้ดีมากๆเลยงับ
Reply