วิธี​อยู่ร่วมกับคนเฮงซวยในแต่ละวัน
แน่นอนว่าในชีวิตคนเรา จะต้องมีใครหลายคนที่เป็นคนเฮงซวยในสายตาเรา ซึ่งคนเหล่านี้อาจจะก่อให้เกิดความรำคาญในใจอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ที่บ้าน หรือที่สาธารณะ หนังสือเล่มนี้มีการวิจัยว่าเราจะหาทางรับมือกับคนเฮงซวยเหล่านี้ได้อย่างไร
ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย (The Asshole Survival Guide)อย่างแรกเลยหนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกถึงวิธีการรับมือกับคนเฮงซวยด้วยวิธีการที่ได้ผลแน่นอนที่สุด แต่ในหนังสือจะพูดถึงการรับมือและเอาตัวรอดจากคนเฮงซวยในแต่ละวันโดยที่เราบาดเจ็บน้อยที่สุด โดยเฉพาะในสถานที่ทำงาน ซึ่งกลยุทธ์และคำแนะนำนี้จะช่วยให้เราหนีพ้นจากความอดทน ต่อสู้ และขับไล่พวกที่ชอบกลั่นแกล้ง แทงข้างหลัง และงี่เง่าได้ โดยที่ผู้เขียนจะยกตัวอย่างของคนเฮงซวยแต่ละเหตุการณ์ในแต่ละบท

ในช่วงแรกผู้เขียนพูดถึง “การจำแนกพฤติกรรมของคนเฮงซวยต่างๆ” ไม่ว่าจะเป็น ความหยาบคาย ความไม่สุภาพ การกลั่นแกล้ง การกลั่นแกล้งในที่ทำงาน ความเกรี้ยวกราดบนท้องถนน ความก้าวร้าวทางคำพูด และการกระทำอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้ผู้ที่ถูกกระทำรู้สึกไร้ค่า ไม่ให้เกียรติ หรือการกระทำคล้ายคลึงกับว่า “ฉันต้องชนะ” และ “แกต้องแพ้” บทแรกเกริ่นถึงการทดลองพฤติกรรมของคนเฮงซวยจากหลายๆ สถานการณ์ซึ่งเผยให้เห็นว่า การได้เจอกับคนหยาบคาย ชอบเย้ยหยัน และดูถูกคนอื่นจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งถ้าหากเราทำงานร่วมกับคนงี่เง่าหรือแย่กว่านั้น เราอาจะมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นต่ำตมไปด้วย (ถ้าไม่หาวิธีการป้องกัน)

เมื่อมีการจำแรกพฤติกรรมของคนเฮงซวยแล้ว ต่อมาคือ “การประเมินความเฮงซวยที่เราต้องเผชิญในแต่ละวัน” คนต่ำตมมักใช้วิธีการมากมายในการทรมานเหยื่อเป้าหมายของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการประจานหรือใช้คำพูดเย้ยหยันให้รู้สึกอับอายต่อเพื่อร่วมงานหรือแม้แต่การกล่าวหาผิดๆ (การพูดถึงในแง่ลบ)

ขั้นแรกในการรับมือกับพวกเฮงซวยคือ พิจารณาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรามันเลวร้ายแค่ไหน ระวังความรู้สึกแรกเริ่มให้ดีและระวังการตัดสินใจแบบชั่ววูบ ผู้เขียนได้ให้คำแนะนำเพื่อวินิจฉัยความเฮงซวยที่เกิดขึ้นด้วยคำถาม 6 ข้อได้แก่

1. เรารู้สึกว่าคนเฮงซวยทำกับเราหรือคนอื่นรู้สึกคับแค้น ต่ำต้อย ไร้เกียรติรึเปล่า ถ้าคำตอบคือไม่ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถ้าใช่ นั่นหมายถึงเราต้องเริ่มวางแผนเพื่อเอาตัวรอด

2. ปัญหาเฮงซวยนี้จะอยู่ไปนานแค่ไหน แม้การแดกดันหรือการไม่ให้เกียรติเล็กๆน้อยๆ ก็ส่งผลกระทบระยะยาวได้ ถ้าเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เราอาจจะลืมมันไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง(ช่วงสั้นๆ) เราจำเป็นต้องคิดหาทางป้องกัน

3. เรากำลังรับมือกับคนเฮงซวยชั่วคราวหรือคนเฮงซวยตัวจริง คนเฮงซวยชั่วคราวโดยปกติแล้วจะปฏิบัติกับคนอื่นอย่างอ่อนโยนและให้เกียรติอยู่บ่อยครั้ง แต่เราทุกคนต่างเคยมีช่วงเวลาที่เลวร้ายและทำให้ขุ่นเคืองจึงทำให้เราแสดงพฤติกรรมแย่ๆ ออกมาใส่ผู้อื่นอย่างไม่รู้ตัว การรับมือที่ดีที่สุดคือการไม่พูดอะไรเลยหรือเดินออกมาจากตรงนั้น แต่ในขณะที่คนเฮงซวยตัวจริงจะเป็นพวกเรียกร้องความเคารพจากผู้อื่นทั้งที่ตัวเองไม่คิดจะเคารพใคร ดูถูก หยาบกระด้าง ด่าว่าคนอื่นประจำ และทำให้คนตกอยู่ภายใต้อำนาจของพวกเขา

4. ปัญหาอยู่ที่คนหรือระบบ ข้อนี้ต้องพึงระวังอย่าสับสนว่าประสบการณ์ไม่ดีเพียงไม่กี่ครั้งเป็นเพราะระบบที่ห่วยแตก ยกกรณีอย่างเช่น คนเฮงซวยพวกชอบแทงข้างหลังพยายามจับผิดเพื่อนร่วมงานว่า เรามาถึงที่ทำงานกี่โมงหรือกลับบ้านกี่โมง และอ้างว่าพวกเขาทำหน้าที่แทนผู้บริหารระดับสูง ซึ่งความจริงแล้วผู้บริหารไม่ได้อยากให้ใครทำนิสัยจุกจิกแบบนี้ใส่ผู้อื่นเลย

5. เรามีอำนาจมากกว่าคนเฮงซวยแค่ไหน ถ้าเรามีอำนาจมากกว่าคนเฮงซวย เราจะมีทางเลือกที่หลากหลายกว่า เช่น การหลบหนี แต่ก็อย่ามั่นใจว่าการมีตำแหน่งสูงหรือฐานะร่ำรวยหรือมีชื่อเสียงจะสามารถชนะคนเฮงซวยได้ แต่ถ้าเรามีอำนาจน้อยกว่าคนเฮงซวย เราจะมีความเสี่ยงมากกว่า และต้องคิดเรื่องกลยุทธ์ต่างๆในการรับมือ พร้อมกับหาพันธมิตรเป็นแนวร่วมซึ่งจะสามารถช่วยป้องกันจากคนเฮงซวยได้

7. จริงๆแล้วเราทุกข์มากแค่ไหน คำถามนี้เราต้องถามตัวเองว่า การที่เรารู้สึกหงุดหงิด แย่ หรืออะไรก็ตามแต่ ความเสียหายร้ายแรงแค่ไหน ถ้าไม่รุนแรงมากนักก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีที่สิ้นเปลืองหรือสุดโต่งจนเกินไป แต่ถ้ารุนแรงมากจนกระทบต่อชีวิต ถึงเวลาที่ต้องใช้วิธีการรับมือที่เร่งด่วนและสุดโต่ง

วิธีการต่อมา “การหลบหนีออกมาแบบสวยๆ” บางคนก็หลบหนีออกมาได้ บางคนก็ไม่สามารถหรือแม้แต่บางคนไม่ยอมหนีออกมา ซึ่งหากหลบหนีออกมาไม่ได้นั่นหมายถึงต้องเผชิญกับพวกงี่เง่าไปตลอด ผู้เขียนเน้นถึงปัจจัยที่บางคนไม่ยอมหลบหนีออกมาจากความเฮงซวยหรือเรียกว่า "คำโกหกสิบข้อที่เราบอกกับตัวเองในการอดทนต่อคนเฮงซวย" ประกอบไปด้วย

1. ปฎิเสธปัจจุบัน "มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นจริงๆ หรอก" สถานการณ์เลวร้ายจริง คุณกำลังอยู่ในสวรรค์ของคนโง่

2. พัฒนาการในมโน "มันดีขึ้นจริงๆ นะ" นั่นเป็นแค่ความเชื่อเพราะส่ิ่งต่างๆ เลวร้ายเท่าเดิมหรือไม่ก็แย่ลงกว่าเดิม

3. หวังลมๆ แล้งๆ "มันกำลังจะดีขึ้นมากเร็วๆ นี้แหละ" คุณเอาแต่หวัง ให้ตายก็ยังมองโลกในแง่ดี แต่วันพรุ่งนี้สดใสกว่าที่เฝ้าฝันยังไม่เกิดขึ้น แถมไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น

4. พรุ่งนี้ที่ไม่มีวันมาถึง "ฉันจะหนีออกไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ทันทีที่ฉันทำสิ่งสำคัญสิ่งเดียวนี้สำเร็จ" แล้วก็มีอีกหลายสิ่งตามมา ชีวิตเราวุ่นวายอยู่แล้ว ถ้ามัวแต่รอจังหวะ อาจจะต้องรอต่อไป

5. เจ็บดีเหลือเกิน "ฉันกำลังเรียนรู้อะไรมากมายและสร้างสายสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม การถูกเหยียบย่ำนั้นคุ้มค่า" แต่มันคุ้มค่ากับความเสียหายทั้งหมดที่คุณและคนรอบๆ ตัวคุณกำลังทรมานอยู่จริงหรอ

6. พันธะของผู้กอบกู้ "มีแค่ฉันที่จะทำให้สิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นได้ ไม่มีใครแทนที่ฉันได้" ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ทำไมทุกอย่างถึงเลวร้ายตั้งแต่แรกล่ะ เป็นไปได้ไหมว่า คุณไม่ได้แค่กำลังทุกข์ทรมาน แต่ไร้อำนาจที่จะแก้ไขสิ่งต่างๆ หรือว่าคุณกำลังส่งเสริมปัญหาความเฮงซวยอยู่โดยที่ไม่รู้ตัว หรืออาจจะมีใครคนอื่นที่เหมาะจะรับเมือกับมันมากกว่าคุณ

7. ฉันไม่ใช่คนไม่เอาไหน "ใช่ มันแย่ แต่ฉันแกร่ง มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก" สงสัยจังว่า คนรอบๆ ตัวคุณเห็นด้วยไหม

8. ฉันกดสวิตซ์เปิด-ปิดมันได้ "ใช่ มันแย่ แต่ฉัน 'แยกแยะ' เก่ง มันจะไม่กระทบต่อเพื่อนๆ หรือครอบครัวของฉัน" แล้วเพื่อนๆ และครอบครัวของคุณพูดอะไรลับหลังคุณ

9. ความทุกข์ทนที่ควรแบกรับ "ใช่ มันแย่สำหรับฉัน แต่คนอื่นๆ เจอแย่กว่านี้ ฉันไม่มีสิทธิ์จะบ่น" การได้บำเพ็ญตนด้วยการทนทุกข์เป็นข้ออ้างห่วยๆ ที่จะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายต่อไป

10. หญ้าที่อื่นเหี่ยวแห้งกว่านี้ "ที่นี่แย่ แต่ที่อื่นคงแย่กว่า" แน่นอน ไม่มีที่ไหนสมบูรณ์แบบ แต่บางทีมันอาจแย่กว่าที่เป็นอยู่ คุณได้พิจารณาทางเลือกอื่นอย่างจริงจังหรือยัง ข้ออ้างนี้อาจจะฟังดูป่วยๆ

ดังนั้นการหลบหนีจากคนเฮงซวยแบบสวยๆ คือหลบหลีกตั้งแต่แรกดีกว่าวิ่งหนีทีหลัง แน่นอนว่าเราไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะไปเจอพวกเฮงซวยตอนไหน ผู้เขียนจึงให้คำแนะนำ "การตรวจสอบคนเฮงซวย" ไว้อยู่ 11 อย่าง

1. ใช้กูเกิลค้นดู ตรวจสอบการให้คะแนนและการจัดอันดับที่ได้รับการยอมรับ

2. เรื่องซุบซิบที่เชื่อถือได้มีค่าแค่ดังทอง คุณรู้จักใครที่กำลังหรือเคยทำงานที่นั่นมาก่อนไหม พวกเขาบอกอะไรเกี่ยวกับผู้คนและสถานที่ได้บ้าง

3. เหยื่อหรือศัตรูในอดีตล่ะ ตามหาคนเหล่านั้นที่ลาออกไปเพราะไม่มีความสุข โดยเพราะพวกที่ถูกไล่ออก ข้อมูลจะมีประโยชน์

4. การได้สัมผัสกับคนเฮงซวยคนอื่นล่ะ พวกเขาเคยทำงานหรือได้รับการฝึกฝนโดยคนเฮงซวยที่คุณรู้จักหรือเปล่า คนเฮงซวยจะดึงดูดและแพร่พันธ์คนเฮงซวยเพิ่มขึ้นอีก

5. ครั้งแรกเลวร้ายหรือเปล่า ตอนที่คุณติดต่อกับพวกเขาทางอีเมล ข้อความ หรือโทรศัพท์ในครั้งแรก คุณพอจะเห็นเบาะแสว่า พวกเขาอาจเป็นคนงี่เง่าหรือเปล่า

6. ครั้งที่สองล่ะ เลวร้ายไหม ระหว่างการพบปะเบื้องต้นหรือการสัมภาษณ์ พวกเขาปฏิบัติต่อคุณอย่างไร ให้เกียรติคุณไหม มีการแสดงออกถึงความไม่เป็นมิตร ความหยาบคายไหม

7. ชมไปงั้นๆ หรือเปล่า ตั้งใจฟังให้ดีว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานพูดถึงคนที่มีอำนาจว่าอะไรบ้าง

8. มีสัญญาณผู้นำมีปมหรือไม่ ตั้งใจฟังว่าเขาพูดถึงคนอื่นๆ ว่าอย่างไร ทุกคนเป็นคนงี่เง่า ปัญญาอ่อน ทรยศหรือขี้แพ้ไปหมดหรือเปล่า

9. พวกเขาปฏิบัติต่อกันอย่างไร ดูว่าผู้ที่มีอำนาจและเพื่อนร่วมงานมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร พึงระวังการหยอกล้อที่ก้าวร้าว การขัดจังหวะที่หยาบคาย การแสดงออกทางสีหน้าที่เจ็บปวด และความเงียบงันที่เศร้าหมอง

10. มีแต่การส่งและไม่มีการรับหรือเปล่า ลองใช้คำถามสองข้อ​ เพื่อพิจารณาว่า หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าใช้เวลาในการพูดกันมากแค่ไหน พวกเขาปล่อยให้คุณหรือใครต้องคอยขัดจังหวะหรือเปล่า และสัดส่วนระหว่างคำถามกับคำพูดเป็นอย่างไร ถ้าพวกเขาไม่เคยถามและเอาแต่สั่ง อวดโอ้ความรู้ที่มีและไม่ค่อยสนใจคนอื่นพูดเท่าไหร่ นั่นคือสัญญาณเลวร้าย

11. ลองเอานิ้วเท้าจุ่มน้ำดูก่อนไหม คุณอาจจะเริ่มจากงานเล็กๆ แทนที่จะเป็นงานใหญ่ๆ ได้หรือไม่ ทำโปรเจ็กต์เล็กๆ กับลูกค้าหรือแค่การฝึกหรือทดลองงานได้ไหม เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่ามีปัญหากับคนเฮงซวยหรือเปล่า

ฉะนั้นการหนีจากคนเฮงซวยคือ ต้องตรวจสอบเสียก่อนและไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้น จะช่วยป้องกันตัวเอง มิตรสหาย และเพื่อนร่วมงานไม่ให้ต้องเสียใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะหลบหลีกได้ 100% เหมือนกันเพราะคนเฮงซวยยิ่งเห็นเรายอมมากเท่าไหร่ คนพวกนี้มีแนวโน้มว่าจะยิ่งต่ำตมมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องมี "วิธีการเลี่ยงคนเฮงซวย" โดยการหลีกเลี่ยงคนเหล่านี้มีอยู่ 9 วิธี

1. ไปตามโค้งของอัลเลน คุณหลอกล่อให้คนต่ำตมใกล้ตัวคุณย้ายไปให้ห่างจากคุณอีกหน่อยดีไหม อย่างที่ทอม อัลเลนทำ แค่ห่างสักสิบฟุตก็ช่วยได้แล้ว ทำให้พวกเขาย้ายไปอยู่ห้องอื่น อาคารอื่น

2. ใกล้มาก แต่ไกลเกิน ถ้าคุณต้องไปงานชุมนุมหรือถูกบังคับให้อยู่ใกล้กับคนงี่เง่า คุณนั่งหรือยืนให้ห่างจากพวกเขาสักสองสามฟุตได้ไหม พยายามเลือกที่หลบสายตากันได้ยากกับคนที่อยากทำร้ายคุณ เช่น นั่งโต๊ะฝั่งเดียวกัน แต่ให้ห่างกันมากที่สุด

3. หลบเลี่ยงและหนีออกมา คุณหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคนที่ทำให้คุณคลื่นไส้หรือปลุกมารร้ายในตัวคุณได้ไหม คุณหาวิธีในการกลับบ้านหรือเดินทางในเวลาที่พวกเขามาอยู่ใกล้ๆ หรือเข้าสา​ย​ หรือออกก่อนเวลาเมื่อมีประชุม ทำงานกลุ่ม หรืองานสังสรรค์ที่จำเป็นต้องเข้าร่วมได้ไหม

4. วิธีควบคุมจังหวะ คุณกำลังถูกขังในความสัมพันธ์กับคนเฮงซวยประเภทที่สะใจที่เห็นคุณตอบสนองพวกเขาด้วยความทุกข์หรือเปล่า ถ้าใช่ คุณชะลอจังหวะได้ไหม โดยรอคอยให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

5. ผ้าคลุมล่องหน คุณอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคนเฮงซวย ซึ่งทำกับคุณราวกลับว่าคุณไม่มีตัวตน แต่พอคุณพลาด หรือพวกเขาคิดเอาเองว่าคุณผิด ก็ด่าว่าคุณต่างๆนานาหรือเปล่า บางทีการล่องหนช่วยปกป้องคุณได้ โดยการพูดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำตัวให้น่าเบื่อ

6. ตัวสกัดคนพาล คุณหาเจ้านายที่ปกป้องคุณจากคนเฮงซวยได้ไหม หรือบางทีคุณอาจจะฝึกเขาอย่างแยบยลให้ทำแบบนั้นได้ไหม หรือคุณค้นหาหรือคัดเลือกคนที่รับกระสุนแทนใครสักคน เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องลงมือเองได้ไหม

7. คู่หูร่วมใจ คุณสร้างระบบหมุนเวียนแบบเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ซึ่งทุกคนจะได้พบเจอกับคนงี่เง่าหรืองานที่มีแต่ความเฮงซวยเท่าๆ กันได้หรือไม่ เพื่อที่ทุกคนจะได้รับส่วนแบ่งการถูกเหยียบย่ำเท่าๆกัน

8. ไปหลังเวทีเพื่อฟื้นฟูชั่วคราว ค้นหาและใช้ที่ปลอดภัยที่ซึ่งคนต่ำตมไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าและเข้าไม่ได้ ซึ่งคุณจะได้มีเวลาฟื้นฟูจิตวิญญาณของตัวเองจากการด่าทอและเตรียมพร้อมรับมือสำหรับครั้งต่อไป

9. เปิดระบบการเตือนล่วงหน้า ร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานและมิตรสหายเพื่อเตือนกันและกันว่าคนเฮงซวยกำลังมา เพื่อที่คุณจะได้หลบทัน ประพฤติตัวให้ดีที่สุด หนีให้พ้นจากคนและสถานที่ที่จะกระตุ้นการดูถูกดูแคลนจากความเกรี้ยวกราดของพวกเขา

หนังสือเล่มนี้เน้นย้ำว่า ถ้าคุณรู้สึกถูกกดขี่ ไร้เกียรติ ต่ำต้อยหรือหมดพลังเพราะคนอื่น คุณเป็นคนกำหนด ทำตามและปรับเปลี่ยนแผนการของคุณได้เสมอ คุณจะรับรู้ว่าคุณไม่ได้ตกเป็นเป้าจากคนเฮงซวยอยู่เพียงลำพัง การหันไปหาคนอื่นๆ ที่ตกเป็นเป้าเหมือนกัน ตลอดจนเพื่อนและครอบครัวของคุณเพื่อขอกำลังใจและความรู้ทำให้คุณมีโอกาสสร้างแผนที่ดีกว่าเดิม ข้ามผ่านเวลาที่ยากลำบากและรอดพ้นจากทุกสิ่งที่เลวร้าย... หรือไม่แน่คุณก็อาจจะเป็นคนเฮงซวยคนหนึ่งแบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว

เป็นอีกเรื่องที่เขียนมาตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ไม่ได้ลงให้ใครอ่านสักที พออ่านแล้วก็เหมือนจะมองโลกในแง่ร้ายไปหน่อยแต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงได้ทุกที่ทุกเวลา รายละเอียดในหนังสือส่วนใหญ่เน้นย้ำในสถานที่ทำงาน แต่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันเอาเองได้ สามารถอ่านเพิ่มเติมในรายละเอียดได้จากหนังสือ

อ้างอิงจาก ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย (The Asshole Survival Guide) โรเบิร์ต ไอ. ชัตตัน เขียน ไอริสา ชั้นศิริ เขียน

SHARE
Writer
Rhythmlyn
Independence
เขียนเมื่ออยากเขียน

Comments