100663 : หวนคืนสู่อิสรภาพ
10/06/2020

ออกจากงานแล้ว 
หลังจากร้องไห้และกดดันกับงานที่ได้รับมาหลายวัน

สองถึงสามเดือนก่อน
ฉันทำงานที่บริษัทเดียวกันกับพี่สาว
ฉันมักจะเห็นพี่สาวโดนเจ้านายกดดัน
ตะคอก และพูดคำหยาบคายใส่เสมอ
มันทำให้ฉันเกลียดเขา

ฉันพยายามทำงานให้ออกมาดี
เพื่อที่จะให้พี่สาวของฉันถูกชม
เพื่อที่จะปกป้องพี่สาวของฉันจากการถูกตำหนิ

นานวันขึ้น
เจ้านายเริ่มเอาเปรียบเรามากขึ้น
อาจเพราะฉันเป็นเด็กรุ่นใหม่
ฉันไม่เคยทำงาน 
และไม่มีประสบการณ์ทำงานเลยหรือป่าว
ฉันจึงอดทนไม่ได้กับการที่เขามาเอาเปรียบเรา
ฉันไม่ชิน และคงไม่สามารถชินได้

เขาจ้างฉันด้วยเงินเดือน10,000บาท
ที่พอหักภาษีก็เหลือเพียง 9,850บาท
ในครั้งแรกเขาตกลงงานกับฉัน
นั่นคือการเป็นคอนเทนต์ครีเอทีฟให้กับเพจเพจหนึ่ง
ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่เขากำลังเริ่มทำ

ฉันยินดี และตกลงกับเงื่อนไข
หลังจากทำงานมาสักพัก
เขาเริ่มสั่งให้ฉันทำไลน์แอด
ทำมาร์เก็ตติ้ง วางแผนมาร์เก็ตติ้ง
เขียน model canvas ให้กับเขา
ตัดต่อวีดีโอ คำนวนต้นทุนและอื่นๆ
ล่าสุดให้ฉันออกแบบโลโก้ของร้าน
สั่งเหมือนกับฉันเป็นนักกราฟฟิก
พอฉันบอกว่าฉันทำไม่ได้
เขาก็ยังดื้อรั้นให้ฉันทำ 

..อืม.

หากถามว่าทั้งหมดนี้ ฉันทำได้มั้ย
ฉันทำไหวนะ และฉันทำได้
แต่ฉันทนไม่ได้ที่ต้องทนเห็นพี่ตัวเอง
มารองรับอารมณ์ร้ายๆของเขา

..ใช่..

มันทำให้ฉันอคติกับเขา
จากชอบก็แปลงเป็นเกลียด
ฉันเกลียดที่จะต้องทำงานเพื่อเขา

ถึงกระนั้น
มันคือความรับผิดชอบ
ฉันก็ยังคงรักษามาตราฐานการทำงานของฉัน
แน่นอนว่าไม่ได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้แย่ลง

เวลาหลังเลิกงาน เขาจะชอบโทรมาคุยงานกับพี่ฉัน
แม้แต่ตอนเที่ยงคืน
ตี1-2-3 เขาก็ยังส่งงานมา
เขาไม่คิดจะแยกแยะเลยว่าไหนเวลางานหรือพักผ่อน

ฉันรับไม่ได้เพราะฉันและพี่ทุกคนทำงานให้เขาเต็มที่ในเวลางาน และนอกเวลางานนี้ฉันเพียงต้องการเวลาส่วนตัวของพวกเราจริงๆ

มันไม่ใช่งานด่วน
มันไม่ได้มีผลอะไรเสียหายต่อบริษัท
ที่ติดต่อมานอกเวลางาน
เพราะเพียงตอบสนองความต้องการของเขาเท่านั้น

อีกอย่างนึงเขาเป็นคนตะบัตสัตย์
พลิกลิ้นลวงหลอกเพียงเพื่อจะได้สิ่งที่ต้องการ
ขี้ขลาดไม่กล้าเผชิญหน้าด้วยตนเอง

เช่นการประชุม ในช่วงเวลาประชุม
มีมติที่ให้ทุกคนเสนอและลงความเห็น
สมมุติทุกคนเสนอ A แต่เขาชอบ B
เขากลับไม่บอกในนั้นและยินยอมที่จะให้ทุกคนเชื่อว่า
เขาตกลงเลือก A และยอมรับความคิดเห็นของทุกคน 

แต่หลังเลิกงานกลับใช้ให้ภรรยาของตัวเอง
ซึ่งเป็นคนที่สนิทกับพนักงาน
และเป็นคนที่พนักงานเกรงใจมากกว่าตัวเขาเอง
มาบอกว่าเขานั้นต้องการ B เขาไม่ต้องการ A
ให้ทุกคนทำตามแบบ B ที่เขาต้องการ

แล้วเช่นนี้จะประชุมกันทำไม?
แล้วเพราะเหตุใดจึงไม่พูดในตอนที่ประชุมกัน?

เรื่องที่พี่สาวของฉันมักจะโดนตะคอกใส่
นั่นไม่ใช่ความผิดของพี่ฉันเลยด้วยซ้ำ
เพียงคนอื่นไม่ทำงานได้ดั่งใจ เขามาตะคอกใส่พี่ฉัน
เหมือนพี่ฉันเป็นคนผิด บอกให้พี่ฉันไปบรีฟคนอื่น
ให้ออก ให้ทำแบบนั้นนี้
แต่ตัวเองไม่กล้าที่จะเผชิญด้วยตัวเอง
ขี้ขลาดอย่างกับอะไรดี

เขาเป็นคนละเลงขนมเบื้องด้วยปาก
สอนคนอื่นแต่ตัวเองไม่เคยทำ ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น
บางอย่างก็ไม่รู้จักเลย

สิ่งที่เขาถนัดคือการสร้างภาพ
สิ่งที่เขาได้เปรียบคือเขามีเงิน
สิ่งที่ฉันรับไม่ได้คือทัศนคติที่โครตห่วยแตกของเขา

ฉันคิดว่ามันเป็นพิษกับชีวิตของฉันมากเกินกว่าจะรับ
ในตอนแรกฉันทนอยู่เพราะไม่อยากเป็นภาระครอบครัว
แต่สุดท้ายแล้วฉันก็ตัดสินใจออก
แย่หน่อยที่ทะเลาะกับพี่เพราะออกจากงาน
ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมฉันต้องทะเลาะกับพี่เพราะเรื่องนี้
ฉันร้องไห้ทุกวันในตอนที่ทำงานอยู่ที่นี่
ฉันอยากลาออกทุกวัน
ฉันรับไม่ได้กับการต้องเห็นใครมาทำพี่ฉัน
แต่พี่ฉันบอกฉันเหมือนกับว่าฉันน่ะโง่

อือ ฉันก็โง่จริงๆ
โง่ที่ทิ้งเงินตรงหน้า
เพื่อไปตามหาความสุขในวันข้างหน้า
ที่ก็ไม่รู้ว่าจะมีจริงๆตามที่คิดไว้หรือป่าว


ตอนนี้ฉันดีใจที่ออกจากงานมาได้ 
ดีใจที่จะได้กลับบ้าน
ดีใจที่จะได้ทำสิ่งที่รักแต่เสียใจที่ต้องทะเลาะกับพี่
เสียใจที่จะต้องเป็นภาระพี่และครอบครัวอีกปีนึง
เพราะยังต้องเรียนอยู่ 

ใช่แล้วฉันยังเรียนอยู่
ฉันอยู่ปี 4 ฉันเรียนสายภาษาต่างประเทศ
ฉันไม่ได้อยากเรียนภาษาเพื่อทำงานในสายภาษาหรอก
ฉันเพียงต้องการใช้ภาษาไปศึกษาและเป็นใบเบิกทาง
ให้ฉันได้ทำในสิ่งที่ฉันรักได้มากขึ้นกว่าเดิม
เพื่อที่จะได้กำจัดขอบเขตด้านภาษาในการเรียนรู้ออกไป
นี่คือเป้าหมายการเรียนของฉันเท่านั้น

ฉันไม่ใช่คนเก่งอะไร
ฉันแค่เชื่อว่าฉันทำได้
ฉันอยากทำงานที่ฉันรัก

ฉันอยากให้ต้นทุนที่ได้รับกลับคืนคือความสุข
ส่วนเงินที่จะได้คือกำไร

ฉันอยากอยู่บ้าน
อยากทำสวนที่บ้านให้เป็นกิจการงานมั่นเหมาะ
ฉันอยากเป็นช่างแต่งหน้า ช่างทำเล็บเสริมสวย
ฉันอยากกลับมาเขียนนิยาย เขียนหนังสือ
ฉันอยากทำอะไร ฉันก็ได้ทำ
ฉันอยากอยู่บ้านกับพ่อแม่ กับสัตว์เลี้ยง
ฉันอยากได้ยินเสียงพ่อแม่บ่น
ฉันอยากกินข้าวที่บ้านกับพ่อแม่


ระหว่างนี้ที่ยังไม่เปิดเทอม
ฉันเพียงแค่อยากเติมเต็มความสุข
ก่อนจะต้องกลับไปเรียนเพียงเท่านั้น

ฉันไม่รู้หรอกว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทำตามตั้งใจไว้ได้มั้ย

ฉันมีเพียงแค่ความเชื่อมั่นในความสามารถของตัวฉันเอง
ฉันเพียงแค่เชื่อใจตัวเองเท่านั้น


อาจจะเขียนงงๆสักหน่อย
นี่ก็ตี 4 ครึ่งแล้ว
เขียนไปฉันร้องไห้ไป
เพราะอย่างที่กล่าวว่าฉันทะเลาะกับพี่
ฉันเพียงหวังว่าพรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น

ขอบคุณที่อ่านจนจบ

-พลบค่ำ-









SHARE
Written in this book
บันทึกของสายตา
ลืมตาดูโลก สำนวนไทยที่นิยมกล่าวสำหรับการหวนนึกถึงวันแรกที่มีชีวิตบนโลกใบนี้ มีเรื่องราวมากมายที่ผ่านมาเข้ามาในชีวิตของเราในแต่ละวัน เรื่องราวเหล่านั้นถูกบันทึกเป็นความทรงจำผ่านสายตา และนี่คือบันทึกของสายตาในชีวิตฉัน จริงๆเพียงพูดให้ดูดี แท้จริงก็บันทึกประจำวันหรือไดอารี่เท่านั้นเอง :) ขอบคุณสตอรี่ล็อค ที่ให้ยืมพื้นที่ตรงนี้ได้เล่าเรื่องราวต่างๆนะ
Writer
TroughtheEyes
Recording
แก่นแท้ของดวงตาคือกล้องฟิล์มแห่งความทรงจำ

Comments

Papilion
6 months ago
Wow! ตายิ้ม 😮👍
Reply