ย่างก้าวสู่การรับรู้ความรู้สึกเต็มตัว
ฉันในวันนี้ คือฉันในอดีตเเละอนาคต

อายุ 17 กับความว่างเปล่าภายในจิตใจ ความคิด ความรู้สึก ความรัก แม้กระทั่งความสุข
ผู้คนต่างก็พยายามมองหาสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่ใช่สิ เรียกว่าสิิ่งที่ต้องการน่าจะเข้าท่ากว่า

ฉัน เป็นเด็กผู้หญิงคนนึงที่ไม่มีความฝันเหมือนใครเขา เเต่น่าแปลก ทั้งที่อยู่ร่วมโลกเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมความฝันถึงไม่เหมือนกันนะ 

พูดมาได้

ดูเหมือนว่าการใช้ชีวิตให้มีความสุขมันยากเกินไปสำหรับฉัน “นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่” เป็นคำถามที่วนมาในหัวอีกแล้ว หลายครั้งและหลายหนที่ต้องทำสิ่งที่มันควรจะทำ ทั้งๆที่ใจเราไม่ได้รัก เเต่เราสามารถทำมันได้แหละเเค่ไม่นึกถึงผลประโยชน์อันสูงสุด คือความสุข



ลูกเคยดูหนังเรื่องนั้นหรือเปล่า

เรื่องไหนคะ

คุณยายกับหลานคนนั้นน่ะ
อือฮึ ทำไมคะ

เด็กผู้หญิงถามคุณยายว่า ท้องฟ้ากับทะเลอะไร
ใหญ่กว่ากัน


เเล้วคุณยายตอบว่าไงคะ

ทะเล


หนูไม่เข้าใจ ทำไมต้องทะเล

ไม่รู้สิ 

โอเค้

พอหลานคนนั้นโตขึ้นเป็นวัยรุ่น ยายจึงถามหลานคนนั้นอีกครั้ง รู้ไหมเด็กผู้หญิงคนนั้นตอบว่าอะไร

อะไรคะ?

ท้องฟ้า

ก็ต้องท้องฟ้าอยู่เเล้ว ท้องฟ้าครอบคลุมทุกพื้นที่จักรวาล

เเต่ลูกรู้ไหม คำถามบางอย่างสนองความจริง

ยังไงคะ

ทำให้รู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่หลานเธอ

...

ตอบไม่เหมือนกับตอนเด็กผิดหรือไง

ไม่ได้หมายความแบบนั้น

ตอนเด็กยายกับหลานเคยหลงน่ะ มาเจอกันอีกทีก็เป็นสาวซะเเล้ว

อ๋อ ค่ะ


ฉันสงสัย ทำไมต้องเล่าเรื่องคุณยายกับหลาน แต่ก็ช่างเถอะ ดีซะอีกในรถจะได้ไม่เงียบเกินไป


เคยได้ยินมาว่า เพราะวัยรุ่นจึงเจ็บปวด ตอนนั้นฉันยังไม่เข้าใจหรอก แต่เหมือนตอนนี้ฉันกำลังเผชิญกับมันอยู่ ทุกความท้าทายเเละบททดสอบถาโถมเข้ามา ไม่มากก็น้อย 

รู้สึกดี ใช่ รู้สึกดี นี่แหละรสชาติของชีวิต

ใช่ว่าจะมีความสุข


ฉันทำทุกอย่างเหมือนวัยรุ่นทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง เต้น เรียน พบปะเพื่อนฝูง มันเป็นเหมือนสิ่งปกติที่ใครเขาทำกัน บางครั้งฉันอยากจะขับรถไปทั่วเมือง เเล้วตะโกนอะไรสักอย่างดังๆเหมือนในหนัง เเต่ถ้าฉันทำจริง คนอื่นต้องคิดว่าฉันเป็นบ้าแน่ๆ 

จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าผู้คนจะปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอย่างนี้ไปอีกนานเเค่ไหน ใช่มันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งฉันต้องยอมรับให้ได้ 

ถ้าเปรียบชีวิตของฉันมันเหมือนกับสีน้ำที่ไล่ระดับสีจากเข้มที่สุดจนถึงอ่อนที่สุด สดใสที่สุดจนกระทั่งหม่นหมองที่สุดนั่นเเหละ 

ฉันมองว่าชีวิตวัยเด็กของฉันสีเข้มจะมากกว่าสีอ่อนซะอีก เพราะตอนนั้นยังเด็กอยู่ละมั้ง เลยไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดเท่าไหร่ “มากสุดแค่หกล้ม”
อย่างที่ใครเขาบอกกล่าวกัน 




ไม่ว่าอย่างไร บาดแผลทุกช่วงชีวิต ความรู้สึก ความคิด หยดน้ำตา รอยยิ้ม หล่อหลอมให้เป็นตัวเองจนถึงวันนี้

เป็นตัวเองที่ไม่เหมือนใครเเละไม่มีใครเหมือน

ไม่ใช่เพราะแตกต่างแต่เพราะคือเอกภาพ

ที่แปลว่าหนึ่งเดียว























SHARE
Written in this book
theonlynine
Writer
theonlynine
myself
ยังเด็ก เเละเด็กตลอดไป

Comments