ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้า
ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้า
Toni Morrison
จุฑามาศ แอนเนียน แปล

:

ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้าเป็นการเล่าเรื่องเชิงอุปมา ระหว่างคนอ่านกับเรื่องราวมีตัวผู้เล่าอีกคนหนึ่งที่เล่าเรื่องของตัวเองเป็นตัวละครตัวหนึ่ง และหากเคยอ่านหนังสือชื่อ “บ้านบนถนนมะม่วง” ดวงตาสีฟ้าสุดฟ้าคล้ายจะเป็นภาคต่อเป็นส่วนขยายเรื่องของคนชายขอบเรื่องของชนชั้นให้ลึกและกว้างขึ้น

-

เรื่องสะท้อนอัตลักษ์ภาพความงาม ที่เกิดคำถามว่าใครเป็นผู้กำหนด? ใครเป็นผู้บอกเราว่าแบบไหนคือความสวยงาม แต่ละชาติพันธุ์ล้วนมีอัตลักษ์แตกต่างนับไม่ถ้วน แต่ตามปกติของสังคมเมื่อชาติพันธุ์หนึ่งอยู่เหนือชาติพันธุ์อื่นจึงเป็นผู้กำหนดทุกอย่างเสมอมา

-

สีดวงตา สีผิว กลายเป็นสิ่งแบ่งแยกชนชั้นอย่างผิวเผินที่ผลึกแน่นในมโนคติอุดมคติ ผิวขาวนัยน์ตาสีฟ้าคือความงามที่อยู่เหนือกว่าผิวดำ ตาดำ ที่น่าหดหู่ยิ่งกว่าคือในชั้นที่ถูกแบ่งแยกว่าต่ำกว่ายังเหยียดและแบ่งชั้นกันไปอีก ยังคงมีต่ำกว่าและต่ำกว่าในต่ำกว่า “พีโคลา” เด็กผู้หญิงผิวดำผู้ด้อยปัญญาในเรื่องเป็นความอัปลักษณ์ในหมู่คนดำจึงเป็นลำดับสุดท้ายของห่วงโซ่อาหารซึ่งถูกกัดกิน

-

ทุกคนพร้อมจะโยนความโสโครกทั้งหมดที่ได้รับมาจากความคับข้องใจ โดยไม่อาจระบายกับคนที่อยู่เหนือกว่าได้ไว้ที่เธอ ในสังคมแห่งการพิพากษา ในสังคมที่กระเสือกกระสนต่อสู้เพื่อทดแทนความรู้สึกตกต่ำไร้ค่าของตัวเองด้วยการเหยียดหยามคนอื่นอีกทอดหนึ่งเป็นเชื้อร้ายซึ่งฝั่งแน่นและพร้อมจะแพร่ขยาย

-

“ทำยังไงเหรอ ฉันหมายความว่าเธอต้องทำยังไงให้มีใครสักคนมารักเธอ
 
เป็นคำถามอันเศร้าสร้อยของพิโคลา เด็กหญิงใช้สามัญสำนึกของเธอเองจากช่วงชีวิตที่ผ่านมาจากสังคม จากครอบครัว จากคนรอบข้าง ว่าหากมีดวงตาสีฟ้า จึงเป็นที่รัก ความปรารถนาดวงตาสีฟ้าจึงเป็นการสะท้อนเพื่อแสวงหาการเป็นที่รักของเธอที่แม้แต่ภายในครอบครัวก็หาไม่

-

การเป็นเด็กผู้หญิงผิวดำ เป็นคนที่ต้องคอยสังเกตการแสดงสีหน้าของคนอื่น ต้องคอยเงี่ยหูฟังคำพูดเพียงเล็กน้อยที่สื่อสารว่าไม่เป็นที่ต้องการ เป็นความเกลียดชังเป็นคนไร้ค่าที่ต้องคอยแต่เฝ้าภาวนาให้ตัวเองค่อยๆ หายไปนั้นช่างน่าเศร้าและเจ็บปวด บทสรุปของผู้อยู่ลำดับท้ายสุดของห่วงโซ่อาหารจึงเป็นความแหลกสลายที่ทุกคนมีส่วน

‘เธอกระพือแขนขึ้นลงเหมือนนกที่พยายามโบยบินอย่างพิศดารโดยไร้ผลชั่วกาลนาน เป็นนกที่มีปีกแต่ติดค้างบนแผ่นดิน เฝ้ากระพือปีกอยู่นั่น จดจ่อกับความเวิ้งว้างสีฟ้าที่ไม่อาจไปถึง ไม่อาจแม้กระทั่งมองเห็น แต่เต็มปรี่อยู่ในหุบห้วงแห่งใจ’
 
-

เรื่องนี้เล่าถึงความเป็นมาเป็นไปของตัวละครชัด ในแง่ที่ว่าทำไมคนๆ หนึ่งถึงแสดงพฤติกรรมแบบนั้น ทุกคนมีบาดแผลจากจากสังคมแห่งอดีตและต้องต่อสู้เพื่อการเป็นอิสระไม่ว่าจะผิดหรือถูก ผู้เข้มแข็งคือผู้อยู่รอดการไม่จำนนต่อความชิงชังการยืนหยัดสู้จึงเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีหัวใจที่เข้มแข็งเสมอไป

-

การอ่านหนังสือซึ่งสะท้อนภาพสังคมและผู้คนซึ่งถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายหรือจิตใจ บางครั้งก็เพื่อที่ว่าให้เราหันมามองและระวังตัวเองว่าเราจะไม่กระทำกับคนอื่นในแบบที่เราไม่ชอบให้คนอื่นกระทำกับเรา.



ปอลิง เสียน้ำตาหนึ่งลิตรกับขี้มูกหนึ่งถัง ตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมหัวใจจมดิ่ง



SHARE
Written in this book
Read-2020
Writer
Takaing_Doa
Reader and Writer
เพราะอ่านฉันจึงเขียน

Comments