ฉันยังคงหาคำตอบเรื่องนี้ไม่ได้ .
ความจริงแล้ว.. 
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเขียนอะไรหรอก 

เพียงแต่คิดเอาว่ามันควรจะเขียนอะไรสักอย่างสักทีสิ 
มันมีความรู้สึกบางอย่างติดอยู่ในใจ
ยังประกอบเป็นรูปเป็นร่างเพื่อเอามาเล่าหรืออธิบายไม่ได้ 
ว่าความจริงแล้ว มันคือความรู้สึกอย่างไร 

แต่ถ้าลองเล่าดู.. 
ฉันอาจจะมองเห็นมันชัดขึ้นก็ได้ 
ว่าสิ่งที่ตัวเองรู้สึก 
มันคือความรู้สึกอะไร 


ข้อสงสัย : ที่ 1 
การวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ไม่ได้แปลว่าเขาใช่ "
เราวนกลับมาเจอกันแบบนี้อยู่เรื่อยๆ 
แต่ก็พบว่าความรู้สึกมันแตกต่างและแปลกออกไปในทุกๆครั้งที่พบกัน 
จริงๆเรียกมันว่าเรื่อยๆคงไม่ได้ 
ก็เราเจอกันแค่ปีละหนเองมั้ง 

และเมื่อปีที่แล้ว
ฉันค้นพบว่า 
ความรู้สึกที่เคยสะสมเอาไว้มานาน 
ได้ถูกปลดปล่อย 
และปล่อยให้มันลอยหายไปตามสายลม 

ฉันคิดว่าฉันคิดดีแล้วที่จะปล่อยมันลอยหายไป 
ก็ในเมื่อเราไม่ได้เหมือนเดิมแล้วหนิ..
แกดูจะแตกต่างออกไปจากเดิมในทุกๆครั้งที่ฉันเจอ
และมันก็คงไม่มีเหตุผลอะไร
ทีี่จำเป็นต้องบอกความรู้สึกตัวเองให้ใครเขารู้ 

เราค่อยๆเลือนลางและจางหาย 
หลังจากนั้น.. 
ฉันก็ไม่พูดถึงแกอีกเลย 
และแกก็คงไม่พูดถึงฉันอีกเหมือนกัน 

จนสองอาทิตย์ที่แล้วมั้ง 
ริงโทนเพลง คิด(แต่ไม่)ถึง ของวง Tilly Birds ดังขึ้น
บนหน้าจอพบว่าเป็นเบอร์แปลกโทรเข้ามา.. 

" หวัดดีคะ " ฉันกดรับสาย 

ครั้งแรกที่ปลายสายตอบกลับมา 
ฉันยังคงสับสนว่าใช่เสียงของคนที่ฉันรู้จักไหม 
ฉันถามต่อไปเรื่อยๆ 
ว่าใช่หรอ 
ใช่คนที่ฉันรู้จักจริงหรอ 
คุณเป็นใคร 
และเมื่อทำความเข้าใจได้แล้ว ฉันจึงเข้าใจได้ว่า 
เออ " เพื่อนฉันเอง " 

จุดประสงค์ทั้งหมดที่มันโทรมาเพียงเพราะว่า 
ต้องการชวนเพื่อนไปเดินเล่นห้างด้วยกัน
มันกลับมาทำงานที่บ้านและวันนั้นเป็นวันว่างของมันพอดี 
แต่พ้อยต์สำคัญไม่ได้อยู่ตรงนั้น 
มันอยู่ตรงที่มีอีกเสียงหนึ่งที่หลุดรอดออกมาจากปลายสาย 

" อยู่ไหน " 

ฉันตอบไปว่าฉันออกมาซื้อของให้แม่ 
และก็พึ่งออกมาจากที่เดียวกับมันเมื่อกี้ 

" เค้าอยู่เซนกัน มาเล่นเซนเร็ว " 

จังหวะนั้นฉันไม่ได้ตื่นเต้นหรือรู้สึกอะไร 
และฉันตอบกลับเพียงแค่ว่า 

" เดี๋ยวเอาของไปเก็บก่อน แล้วถ้าจะไปเดี๋ยวทักหา "

ฉันใช้เวลาไตร่ตรองและถามน้องที่ไปซื้อของด้วยกันว่า 
" จะไปหามันดีไหมวะ " 
และสรุปได้ว่า " ไปเหอะเจ้ นานๆเจอกันที " 
ก็ตามนั้น 
ฉันก็เลยต้องไป 

จากตอนแรกที่ไม่ตื่นเต้น 
แต่ทำไมอยู่ๆถึงตื่นเต้นขึ้นมาก็ไม่รู้ 
ลองมาคิดๆดูแล้ว 
อาจเป็นเพราะไม่ได้เจอหน้ากันนาน 

ฉันยืนหายใจหอบและตัวเกร็งเล็กน้อย 
ตอนที่พบกับเพื่อนสองคนนั้น 
ดีที่มีแมสปิดปากและจมูกของฉันเอาไว้ 
ไม่งั้นมันคงรู้แน่ว่าฉันติื่นเต้น 

ฉันทำตัวตามปกติ คุยเล่นไปเรื่อยๆ
แต่ก็พบว่ามีความไม่ปกติเกิดขึ้น 
ตั้งแต่มาถึง 
ฉันหันไปพยักหน้าเพื่อบอกเพื่อนอีกคนว่า 
ฉันมาแล้วนะ 
แต่หลังจากนั้นเราไม่ได้คุยอะไรกันเลย 
ไม่ได้เป็นฉันที่ไม่เข้าหา
แต่ฉันเดาว่า 
มันคงกำลังหาโอกาสเข้ามาคุยกับฉันอยู่มั้ง 
ฉันรู้ว่ามันคงอยากคุย 
แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เราเหมือนคนแปลกหน้าทั้งๆที่ปีที่แล้ว 
เรายังเดินคุยกันได้เหมือนปกติอยู่เลย 

แม้ความรู้สึกฉันจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม 
แต่ฉันยังคงเป็นฉันคนเดิม 
เหมือนเดิมเสมอ 


ข้อสงสัย : ที่ 2
มันแปลกไปอีกแล้ว " 

หลังจากเจอกันวันนั้น 
พวกเรานัดรวมตัวสังสรรกันอีกครั้งในอาทิตย์ถัดมา 
และที่ที่เราเลือกปาร์ตี้คือบ้านเพื่อนสนิทฉัน 
และมันเป็นฝ่ายเข้าหาฉันก่อน 
เล่นเกมส์นี้ไหม 
อยากเห็นฉันดื่มเยอะๆจนเมา 

ฉันจะขอเล่าลัดเลยละกันว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง 
แต่ฉันพบว่า มันแปลกไป 
ไม่ใช่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอลที่ดื่มเข้าไป
เพราะวันนั้นมันไม่ได้เมา 
แต่มันก็คงกรึ่มเหมือนกัน 
เพราะวันนั้นก็พากันกินเยอะพอตัว

เมื่อเวลาพาให้เรามีสติเหลือกันอยู่แค่สองคน 
มันก็เริ่มเล่าเรื่องของตัวมันเองให้ฉันฟัง
นี่คือแฟนเก่านะ 
และนี่คือแฟนใหม่ 
และเพราะอะไรทำไมถึงเลิกกับแฟนเก่า 
ชีวิตมันกำลังวางแผนที่จะทำอะไร 
และตอนนี้ทำอะไรอยู่ 

มันดูจะเป็นเรื่องแปลกนะที่ไม่เจอกันแค่ปีเดียว 
ทำไมถึงเล่าเรื่องแบบนี้ให้ฟัง 
และ เราก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น
ถ้าฉันเป็นแกฉันคงยังไม่สนิทใจที่จะเล่าเรื่องตัวเองให้ใครฟัง 
ถึงสมัยเรียนเราจะสนิทกันก็เถอะ 
แต่ก็สนิทในแนวที่ไม่ใช่เพื่อนสนิท
ที่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ
และปรึกษาหารือเรื่องชีวิตอะไรทำนองนั้น 
ฉัน แค่เพื่อนคนนึงที่แกบังเอิญต้องมารู้จักในชีวิตนี้

และเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันแปลก 
และฉันก็เป็นคนเป็นกันเองกับทุกคนอยู่แล้ว 
ฉันเลยชวนมันคุยต่อ 
แต่ถ้าจะบอกว่ามันแปลก 
มันจะแปลกอยู่คนเดียวไม่ได้ 
เพราะฉันก็แปลกเหมือนกัน 
ทุกครั้งที่ฉันจับโทรศัพท์และมีการแจ้งเตือนจากแอพลิเคชั่นใดแอพลิเคชั่นหนึ่ง 
ฉันจะยื่นให้มันดูก่อนเลยว่าใครมาติดตามฉันหรือเกิดอะไรขึ้นกับแอคเค้าท์ของฉัน 
ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ฉันยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไปทำไม 


ข้อสงสัย : ที่ 3 
มันจบลงอีกครั้งแล้วใช่ไหม " 

หลังจากวันที่ไปสังสรรด้วยกัน 
ก็มีทักหากัน
ตอบข้อความกันบ้าง 
ฉันกับมันรู้สึกเหมือนสนิทกันมากขึ้น
ตอบข้อความกันกลับไปกลับมา 
แต่ใช้เวลาตอบกันทั้งคู่ 
เหมือนต่างคนต่างสนใจอย่างอื่นมากกว่า 

แต่ว่าไอ้การคุยแชทของฉันกับมัน 
ฉันไม่ได้เป็นคนชวนคุยเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง 
ถ้าเป็นสมัย 4 - 5 ปีที่แล้ว 
ฉันคงถามแกกลับไปบ้าง 
แต่ว่าตอนนี้ มันเหมือนต่างคนต่างเข้ามาเพื่อหาคำตอบให้ข้อความที่ถูกส่งกลับมา 
และเมื่อมาถึงจุดนึงที่ฉันอยากรู้ว่า
สุดท้ายแล้วบทสนทนามันจะไปได้ยาวมากกว่านี้ไหม 
การ reply ครั้งสุดท้ายของฉันคือการส่ง gif ในเมสเซนเจอร์ไปให้มัน 
แล้วก็พบว่า มันอ่านแล้วแต่ไม่ได้ตอบกลับมา 

โอเค 
มันกำลังจะจบลง
และกลายเป็นห่างเหินเหมือนในทุกครั้ง 
และจะต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่
ทุกครั้งที่เจอกันหรอ ? 

ฉันกำลังครุ่นคิด.. 

ฉันไม่อยากให้มันจบเหมือนเดิมอีกแล้ว 
อยากให้จบเหมือนคนที่สนิทกัน 
มีเรื่องอะไรก็ทักมาคุยกันได้ 

ยอมรับว่าอึดอัด 
ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้นะ 
อาจเป็นเพราะฉันดูเข้าถึงยาก
เลยไม่พยายามอะไรกับฉันแล้ว ?  
หรือเพราะแกไม่คิดอะไรเลยแค่เข้ามาตอบให้ผ่านไป
พอแกคิดว่าแชทนี้ไปต่อไม่ได้แล้วงี้
แกก็โยนทิ้งหรอวะ 
แล้วก็หายไปเลยเหมือนคนไม่รู้จักกัน 

แบบนี้มันยิ่งทำให้ฉันไม่รู้ว่าตัวจริงของแกเป็นยังไง 
ความจริงแล้วแกอยากสนิทกับฉันจริงไหม 
แกเข้าหาเพื่อนอย่างฉันคนนี้เพื่ออะไรวะ 
ยอมรับว่าตอนที่แชทมันจบไปแล้ว 
แอบมีกระวนกระวายที่จะไม่ได้คุยกันต่อแล้ว 
เพราะฉันไม่อยากให้มันจบไปแบบนั้น 

และเมื่อไหร่ที่ฉันได้คำตอบในความสงสัยครั้งนี้แล้ว 
ฉันจะกลับเข้ามาลบ
บทความที่ฉันเขียนเอาไว้ครั้งนี้แล้วกัน .

                                   .. 













SHARE
Written in this book
ALL ABOUT HIP .
เรื่องของฉัน
Writer
hip
Just me .
ทุกอย่างที่อยากเขียนและพบเจอ .

Comments

yellowinyellow
2 months ago
ชอบมากๆค่ะ รู้สึกแบบเดียวกับเราเลย
Reply
hip
2 months ago
@yellowinyellow
สู้ๆนะคะ
( ส่งกอดให้กำลังใจ :) ) .
Emptyglass
2 months ago
บางทีโลกก็ทำให้คนสองคนวนกลับมาเจอกัน แต่คงไม่ใช่เพื่อกันและกัน
Reply
hip
2 months ago
บางทีคงเป็นแบบนั้น
บางทีแค่วนกลับมาเจอกัน
เพื่ออะไรบางอย่าง

แล้วเวลาก็พาเขาจากไป ( อีกครั้ง ) .