Mutualism (+,+) ภาวะพึ่งพาอาศัย
ควันบุหรี่ฟุ้งเคล้าตลบอยู่ใต้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์แบบตะเกียบบนเพดานห้อง
ผมนอนมองมันพลางดูดบุหรี่ต่อไปและชื่นชมความงดงามเวลาที่ควันบุหรี่ถูกฉาบด้วยแสงไฟจนมองเห็นการเคลื่อนที่ช้าๆจางๆของมวลควัน มันคือศิลปะ abstact ที่ออกจากลมปากผม 
ปกติผมดูดบุหรี่ร้อน แต่รุ่นน้องที่ฝึกงานที่ผมฝากให้ซื้อบุหรี่ดันซื้อผิดเป็นบุหรี่เย็น จะทิ้งก็เสียดาย ผมเกลียดบุหรี่เย็นเพราะรสมินต์ของมันแรงพอที่จะทำให้ผมมีน้ำตาผมอยากพ้นควันมากกว่าน้ำตา
.
ผมหันมามองที่บุหรี่จนสังเกตุว่าขี้เถ้าบุหรี่มากพอที่ผมควรจะเขี่ยมันออก แต่ผมเมินและดูดต่อไป  ผมติดนิสัย รักษาขี้เถ้าบนบุหรี่ไม่ให้มันขาดภายใต้การสูบครั้งเดียว มันอาศัยทักษะความนิ่งคล้ายๆกับการแข่งปอกผิวเปลือกแอปเปิ้ลไม่ให้มันขาด ผมว่ามันสนุกดีทำให้การสูบแต่ครั้งเป็นเหมือนเกม แต่ใช่ตอนนี้ผมกำลังนอนดูดมันอยู่บนเตียง นั้นหมายความว่าถ้าผมพลาดขยับตัวแรงเกินไป จนขี้เถ้าขาดออกจากบุหรี่ มันจะตกลงบนหน้าและทำให้สำลัก นึกๆดูแล้วห้องคงสกปรกกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ พอคิดแบบนั้นแล้วเลยเกิดเปลี่ยนใจเขี่ยมันลงบนที่เขี่ยบุหรี่รูปไอติมที่เธอเคยซื้อเป็นของขวัญไป 
.
ไม่ชอบความรู้สึกตอนนี้เลย ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันคือความรู้สึกอะไร ปกติผมจะเป็นคน โปรดัคทีพ เอคทีพ ตื่นตัวกับทำงานที่กองค้างไว้ตรงโต๊ะทำงานในห้อง ตอนแรกผมเพียงตั้งใจแวะดูดบุหรี่สักมวนให้พอหายอยาก แล้วกลับมาทำงานต่อ ตามกิจวัตรของผม แต่จู่ๆพอออกไปดูดตรงระเบียง เปิดไวฟายที่ปิดไว้เพราะต้องใช้สมาธิทำงาน มือถือกลับแด้งข้อความ เธอส่งข้อความว่า "ไงสบายดีไหม ตอนนี้พี่กลับมาคบกับเขาเหมือนเดิมแล้ว ขอบคุณที่เป็นเพื่อนคุยนะ " จู่ๆผมชักไม่แน่ใจว่าน้ำตาที่ออกมามันเพราะผมรู้สึกอกหัก หรือเพราะบุหรี่เย็น
ต้องบอกก่อนว่าเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน ผมไม่ควรจัดหมวดหมู่ความรู้สึกว่าอกหักด้วยซ้ำ จริงๆเราเป็นอะไรกันแน่ยังคงเป็นคำถามที่กวนใจจนทำให้นอนไม่หลับหลายคืน
ภาพความวาดฝันที่แอบจินตนาการไว้ ที่เคยทำให้ยิ้ม กลับทำร้ายผม (ไม่ต่างจากบุหรี่) จู่ๆก้อนมวลความรู้สึกเศร้าก็แทรกซึมบรรยากาศห้องคลุกเคล้าแข่งกับควันบุหรี่ ผมเศร้าจนทำงานต่อไม่ไหว มันไม่ใช่เพราะเคมีซึมเศร้าทำให้ไม่แอคทีพ เพียงแต่ผมทำงานเขียนบทภาพยนตร์อยู่ และรู้ว่าการที่มีเธอเข้ามาในทุกความคิดแบบนี้ให้ตายก็ทำงานต่อไปได้หรอก เลยเดินตรงไปที่เตียงตั้งใจจะนอนฟังเพลงคิดว่าถ้าเรานอนงีบแล้วตื่นขึ้นมาอาการคงดีขึ้น ผมเปิดเพลงแบบสุ่ม  และเพลงที่เปิดคือ Almost blue ของ Chet Baker ซึ่งนั้นเลวร้ายกว่าเดิม ผมน้ำตาไหลกว่าเดิมเมื่อเพลงนี้ดังขึ้นตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่ามันคือน้ำตาจริงๆ 
.
มานึกๆดู เราเป็นความสัมพันธ์บางอย่างที่ไม่มีชื่อ ก่อนเจอเธอโดยบังเอิญที่ร้านบาร์ที่ผมมักนั่งหลังเลิกงาน ผมเองก็เพิ่งอกหักจากรักก่อนหน้า บังเอิญว่าเธอเองก็เช่นกัน เราราดแอลกอฮอล์ใส่มันด้วยการดื่ม แล้วยอมรับความเจ็บปวดกันไป
.
ผมรู้จักเธอมาก่อนในโลกออนไลน์แต่ไม่เคยเจอหรือเห็นตัวจริงเพราะรูปโปรไฟล์เธอเป็นตัวการ์ตูน ตลกดีผมแทบไม่เชื่อด้วยซ้ำตอนเธอบอกชื่อแอคเค้าท์เนมของเธอ เพราะผมเข้าใจมาตลอดว่าแอคนี้ที่คุยกันบ่อยๆคือผู้ชาย จริงๆมันควรเป็นการทักทายสั้นๆแล้วแยกย้าย แต่เธอเลี้ยงเหล้าผมเพราะว่าเธอเป็นแฟนผลงานภาพยนตร์ของผม เมื่อน้ำเมาเข้าปากเราก็เริ่มแชร์ความเจ็บปวดจากแผลสดกัน ยิ่งเจ็บเรายิ่งดื่ม ยิ่งดื่มเราก็ยิ่งขาดการควบคุม จนไม่รู้ตัวว่าเราจูบกันไปตอนไหน จำได้แต่ว่าตอนเข้าใกล้ริมฝีปากเธอในร้านเปิดเพลง Almost blue ของ Chet Baker  แล้วเออจำได้อีกว่าความเยาว์บนใบหน้าของเธอ จะมองยังไง เธอก็ดูเหมือนคนรุ่นเดียวกับผมหรืออาจจะเด็กกว่าด้วยซ้ำ แต่จริงๆแล้วเธอแก่กว่าผม อายุของเธอเท่ากับพี่ชายผมพอดี แต่นั้นก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่ทำให้ต้องเก็บเอามาคิดให้หนักหัว มันควรที่จะไถลไปไกลกว่านี้ แต่ลึกๆแล้ว ต่างคนต่างยังตัดแผลอดีตไม่ขาด ผมดูออกเพราะตอนจูบต่างคนต่างหลับตาแล้วนึก เราต่างรู้ว่าแอลกอฮอลไม่ช่วยอะไร หลังจากนั้นเราก็ติดต่อการ คอยแชร์เรื่องราวต่างๆ โดยไม่ได้จูบหรือมีอะไรกัน ความสัมพันธ์ที่เติมโตโดยไม่มีเพดาน เรานัดกันเจอ เที่ยว ซื้อของให้กัน ไม่ต่างจากคู่รัก แต่เราต่างรู้ว่าเรา
เหมือนเป็น ความสัมพันธ์ ที่ดามใจซึ่งกันและกัน ใครที่ใจหายพังแล้วก็พ้นจาก ความสัมพันธ์นี้ปล่อยให้อีกคนพังกว่าเดิมไป ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธ์ที่จะเศร้าด้วยซ้ำเมื่อมันถึงเวลาที่ใครสักคนมูฟออนแล้วจากกันไป มันห้ามได้ซะทีไหนละ
.
ถ้ามองความสัมพันธ์ของเราเป็นระบบนิเวศเหมือนงานนิเวศวิทยาที่เธอทำ ผมเองอาจตกอยู่ภาวะ mutualism หรือภาวะพึ่งพาอาศัย ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ วินๆกัน แต่เงื่อนไขของภาวะนี้คือ โดยสองฝ่ายต้องอยู่ร่วมกันชั่วคราวหรือต้องอยู่ร่วมกันตลอดไป โดยไม่สามารถแยกจากกันได้ ถ้าแยกจากกันฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง จะตาย ตอนนี้ผมเองคืออาจไม่ถึงกับฝ่ายที่กำลังจะตายแต่ก็เจ็บปวดไม่น้อย ผมไม่แน่ใจว่าเธอเองรู้สึกเหมือนกันไหม เพราะถ้าไม่ จริงๆแล้วผมอาจตกอยู่ภาวะ protocooperation หรือภาวะได้ประโยชน์ร่วมกันเหมือนกันแหละ แต่จากกันไปก็ไม่มีใครตาย ไม่มีเจ็บปวด ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนดอกไม้และผีเสื้อ  
ถึงผมจะเจ็บปวดไม่น้อยแต่เอาจริงๆ ต่างฝ่ายต่างก็ลบแผลเก่าไปจนสนิทหมดตามที่ตั่้งใจไว้  เหลือไว้แต่ผมที่ได้แผลใหม่ขึ้นมา 
.
เพลง  Almost blue ของ Chet Baker  จบ ภาพอดีตที่ชัดตัดจบลงไปด้วย ผมได้สติเลยหยิบมือถือแล้วตอบข้อความต่อจากที่เธอส่งมา
ไว้ไม่รู้จะคุยกับใคร คุยกับเราได้เสมอนะ
ผมลุกขึ้นมาเปิดพัดลม เปิดหน้าต่างไล่ควันบุหรี่ที่ฟุ้งทั่วห้อง ผมมองดูควันที่เคลื่อนออกสู่โลกภายนอก จนหวังว่าความเศร้าที่แทรกซึมลงไปกับควันบุหรี่ออกไปจากห้องจนหมดเสียเถอะ จะทำงาน 
SHARE
Writer
Starboi
Writer , Film buff
ระบายในสิ่งที่อยาก

Comments