#25 ความยอมรับ
มีสิ่งมากมายในชีวิตที่ไม่สามารถเข้าใจมันได้ทั้งหมด แต่หากว่าเรารู้จักที่จะยอมรับมัน นั่นอาจจะเป็นหนทางที่เราจะเข้าใจมันทั้งหมดก็ได้นะ คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้กันในชีวิตอยู่บ่อยครั้งแต่หลายครั้งเราก็มักจะลืมไปว่า การยอมรับความจริงถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนพึงจะต้องนำไปใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แต่ความยอมรับนั้นก็ไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ จำเป็นจะต้องรวมกับความปล่อยวางด้วยจึงจะสัมฤทธิ์ผล ชีวิตจึงเป็นสิ่งที่ไม่ยากและไม่ง่าย แต่ก็แน่นอนมันอยู่ที่ตัวเราทั้งหมดว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างไรเสียมากกว่า.
สุขหรือทุกข์อยู่ที่ยอมรับได้เร็วแค่ไหน
เมื่อชีวิตกำลังมาบอกกับเราว่า ความสุขที่เรามีนั้นแปรผันไปตามความรู้สึกที่เราสามารถยอมรับเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้นได้เร็วมากน้อยเพียงใด หากว่าชีวิตเป็นเหมือนสังเวียนของผู้มาเยือน หากไม่สามารถยอมรับเรื่องราวที่พานพบได้ ก็จะทำให้บุคคลเหล่านั้นทุกข์ทรมานแสนสาหัส รวมถึงไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้อย่างแท้จริง และก็มีอยู่หลายคนมากที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยความคิด ด้วยพละกำลังมหาศาล แต่ก็หารู้ไม่ว่าไม่มีอะไรจะต้านทานกฎของโลกนี้ไปได้เลย มีเพียงแต่เราจะต้องยอมรับความจริงตรงหน้า และเดินหน้าต่อไปโดยที่อย่าคิดจะถอยหลังกลับไป.

บางทีในการใช้ชีวิตมานานนับปีก็ยากที่จะอธิบายได้จริง ๆ ว่ามีหนทางอื่นนอกจากการยอมรับความจริงหรือไม่ แต่จากประสบการณ์ของผู้รู้มากมายก็ล้วนแต่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าหากว่าอยากมีความสุขในชีวิตจริง ๆ ก็ต้องหัดยอมรับความจริงเสียบ้าง ถ้าเราสามารถยอมรับความจริงได้ทั้งหมด ความทุกข์ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะถ้าลองสังเกตกันดี ๆ ทุกครั้งที่เหตุการณ์เข้ามาเยือน เราก็จะมีอารมณ์เข้ามากระทบอยู่พักหนึ่ง แต่หากว่าเรายึดอยากว่าให้มันอยู่ตลอดไปสิ หรือว่าผลักไสไล่ส่งมันไปว่า อย่าให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเราเลย นี่แหละคือตัวสาเหตุที่แท้จริงซึ่งเป็นตัวการให้เรามีความทุกข์อยู่ร่ำไป.
ทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง
คำนี้ได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง และก็อ่านเจออยู่บ่อยครั้งเช่นเดียวกัน ก็เพราะคำนี้เป็นคำพูดติดปากของพระพุทธทาส ที่ท่านได้อธิบายอย่างละเอียดว่า ทุกอย่างมันก็เป็นเช่นนั้นเอง เป็นของมันแบบนั้น มีแต่คนที่หลงผิดเท่านั้นแหละที่เข้าไปยึดอยาก และพยายามให้มันเปลี่ยนแปลงไป ก็การที่ทุกอย่างมันเป็นของมันแบบนั้น เราไม่มีสิทธิ์จะไปเปลี่ยนแปลง นอกเสียจากเข้าใจว่า โอเค เราจะเรียนรู้สิ่งนี้ก็แล้วกัน เราจะไม่ให้ธรรมชาติมาเรียนรู้เราแล้ว แต่กลับกลายเป็นเราเริ่มต้นเรียนรู้เองเสียเลย การยอมรับความจริงก็จึงเป็นสิ่งที่พึงมีในบุคคลนั้น เพราะการยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเอง คือจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง.

การจะมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราว่า เป็นเช่นนั้นเองจริง ๆ ได้นั้น ก็ไม่ใช่หนทางที่ง่ายสักเท่าไร ก็เพราะถ้าหากว่าเรามองทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเองโดยขาดการพินิจพิจารณาอย่างแยบคายว่า การทำเหตุที่ดี ก็ย่อมนำมาซึ่งผลที่ดี นี่คือมันเป็นเช่นนั้นเอง หาใช่ว่า ปล่อยเวลาไปวัน ๆ นั่งกินนอนกิน แล้วบอกว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง ก็หามิได้หมายความเช่นนี้เลย มีหลายคนมากที่หลงวนเวียนอยู่กับหลักธรรมคำสอน ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะคิดว่า เพียงคำ ๆ เดียว ประโยค ๆ เดียว จะสามารถเข้าใจสัจธรรมได้อย่างทะลุปรุโปร่ง สุดท้ายปัญญาก็จึงเป็นตัวที่ทำให้เราเข้าใจคำว่า ทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเองได้อย่างแท้จริง.
การไม่ยอมรับจะสวนกระแสโลกอยู่เสมอ
เมื่อทุกคนยอมรับความจริงได้ทั้งหมด โลกนี้อาจจะโกลาหลมากกว่า ณ ตอนนี้ก็เป็นได้ ก็เพราะมนุษย์อาจจะไม่มีผลผลิตจากอุตสาหกรรมใด ๆ เราทุกคนก็อาจจะขี้เกียจจนไม่ยอมทำอะไรสักอย่าง กระนั้นลองคิดแบบเหตุและผลแล้ว การยอมรับความจริงไม่เคยทำให้ใครต้องล้มเหลว แต่กลับทำให้บุคคลนั้นได้ยืนหยัดอยู่บนโลกนี้อย่างสง่างามเสียมากกว่า การยอมรับว่าตัวเองต้องใช้ชีวิตตามยถากรรม นี่ถือว่าเป็นการยอมรับที่สวนกระแสโลก แต่ถ้าการยอมรับนี้ทำให้เราเข้าใจว่า สุดท้ายเราทำเหตุที่ดีไปแล้ว เราก็จงยอมรับมันเสียเถอะ นี่ถือว่าเป็นการยอมรับที่ตรงกับกระแสโลก ก็ในเมื่อผู้คนมากมายหลงผิดคิดไปว่า ธรรมะกับโลกเป็นสิ่งตรงข้ามกัน.

ความจริงก็ปรากฏเด่นชัดขึ้นว่า ใครกันแน่ที่สวนกระแสโลกอยู่เสมอ คนที่ยอมรับความจริงกับคนที่ไม่ยอมรับความจริง หากใช้ความคิดวิเคราะห์แล้ว ก็จะเห็นว่าคนที่ไม่ยอมรับความจริงอะไรเลย เป็นคนหลงโลก และเป็นคนสวนกระแสโลกอยู่เสมอ ผลลัพธ์ของคนที่สวนกระแสโลกก็คือ ความทุกข์จะรายล้อมอยู่ทุกสารทิศ ไม่มีวันหยุดพักสำหรับคนที่ไม่ยอมรับความจริง รวมถึงไม่มีพื้นที่ให้กับคนไม่ยอมรับความจริงเช่นกัน ถ้าเรากำลังมองว่าธรรมะเป็นสิ่งไกลตัว ให้มองดูว่าใครกันแน่ที่ไกลตัว ระหว่างความจริงกับความไม่จริง รีบยอมรับความจริงก่อนที่อะไร ๆ มันจะสายเกินไป ตรวจสอบความคิด คำพูด และการกระทำอยู่เสมอ สิ่งนี้จะทำให้เรายอมรับความเป็นจริงได้ง่ายขึ้น.
มองให้ลึกซึ้งลงไปอีก
แน่นอนว่าความยอมรับนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะตามรู้กันได้ง่าย ๆ และก็ดูเหมือนว่ามีหลายคนด้วยที่มองคำนี้บิดเบือนจากอรรถที่มันควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่แค่ยอมรับมันแค่นั้น ทำไมมันยากเย็นถึงเพียงนี้ หากว่าการยอมรับจริง ๆ นั้นจะต้องหมั่นฝึกสติอยู่เป็นประจำ เมื่อฝึกสติ สมาธิจะเกิด หลังจากนั้นปัญญาก็จะรู้แจ้งแทงตลอด การจะไปอยู่ดี ๆ ให้เราไปยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นมานั้น จึงมิใช่ฐานะที่ใครจะพึงกระทำได้ แต่ต้องเป็นปัจเจกชนที่พยายามฝึกปรือตนเองอยู่เป็นประจำ และก็ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่พานพบด้วย ถ้าหากมองเพียงผิวเผินก็จะไม่สามารถนำคำนี้ไปใช้ได้เลย กลับกลายเป็นผู้ที่คิดว่าตัวเองนั้นสามารถยอมรับความจริงได้แล้ว แต่ก็ไม่สามารถมีความสุขได้เสียที.

การยอมรับความจริงนี้จะเป็นทั้งจุดเริ่มต้น และจุดจบของชีวิต เป็นทั้งเบื้องต้น และเบื้องปลาย เมื่อเราเดินมาถูกทางแล้วไซร้ ชีวิตก็ย่อมเกษมสำราญ เบิกบานใจไปกับความจริงที่เราได้ยอมรับมัน หากว่าเราทำบาปไว้เยอะการยอมรับความจริงก็จึงไม่ใช่ฐานะที่จะทำได้ ใครเล่าจะสามารถยอมรับความทุกข์ได้ล่ะ ก็แน่นอนว่าเราจะต้องเริ่มเปลี่ยนวิถีทางของชีวิต ฝึกตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในทุกวัน เชื่อมั่นว่าสักวันเราจะต้องดีขึ้นให้ได้ ด้วยการหมั่นทำดี คิดดี และพูดดีอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้จะมาช่วยทำให้การยอมรับความจริงง่ายขึ้น และก็ได้ความสุขใจที่เราได้ทำลงไปทั้งหมดด้วยตัวของเราเองเป็นของแถมด้วย.
SHARE
Written in this book
#notes
จดบันทึกจากความคิดกลั่นกลองโดยใช้การขบคิดและตกผลึก.
Writer
friendtalkative
Writer
เพื่อนปรึกษา เริ่มต้นจากความคิดที่ว่าโลกเรา ณ ปัจจุบันมีปัญหาเพิ่มขึ้นตลอด สถิติคนที่มีปัญหาแล้วหาทางออกไม่ได้มีอยู่มากในสังคมเราและเล็งเห็นถึงว่าการที่ช่วยเหลือคนอื่นเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่น้อยไปกว่าการ “ช่วยชีวิต” คนๆนึงเอาไว้ เช่นสามารถที่จะปรับทุกข์ให้เขา เป็นที่ปรึกษาในวันที่เขาไม่มีใครรับฟังปัญหาในชีวิตเขาเลย เพื่อเติมเต็มให้กับคนที่สูญเสียเราจึงสร้างเพจนี้ เพื่อช่วยเหลือสังคมให้มีประสิทธิภาพในเรื่องของการอยากใช้ชีวิตมากขึ้นครับ รวมถึงเล็งเห็นว่าชีวิตมีทางออกมากมายไม่ใช่แค่การที่เราโทษตัวเองแต่เปลี่ยนเป็นการ “ปรับปรุง” และ “พัฒนา” ตัวเองยิ่งๆขึ้นไปครับ.

Comments