ไม่มีเวลา หรือใช้เวลาไม่ถูก (Eat That Frog)
1
หลายคนน่าจะชอบเปิดมือถือ เพื่อเช็กข่าวสารจากโซเชียลหลังตื่นนอนหรือตอนกินข้าว ส่วนตอนทำงานสิ่งแรกที่ทำก็มักจะเป็นการเปิดอีเมลหรือไลน์ เพื่อเช็กว่ามีอะไรคืบหน้าบ้าง หัวหน้าสั่งงานอะไรไว้ และวันนี้มีอะไรต้องทำหรือเปล่า?

เรามักจะเริ่มตอบอีเมลหรือไลน์ก่อนเป็นอันดับแรก โดยไม่รู้ว่างานส่วนนี้จะกินเวลาช่วงเช้าไปหมด และพอตอนบ่าย อีเมลหลายฉบับหรือข้อความในไลน์จะตอบกลับมา ทำให้เราเสียเวลาตอบกลับไปอีก

เพื่อพบว่าบ่าย 2 แล้ว เรายังไม่ได้ลงมือทำงานสำคัญของตัวเองเลย ช่วงท้ายของวันเราจึงรีบปั่นงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย และมักจะไม่เสร็จ จนต้องหอบเอางานกลับไปทำต่อที่บ้าน

เราคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน ที่ทำงานไม่ทัน หรือต้องส่งงานก่อนเดดไลน์เสมอ โดยไม่รู้ว่าวิธีการทำงานแบบนี้ไม่ดีต่อเรานัก


2
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลา หรือเวลาไม่พอ น่าจะเป็นความรู้สึกของหลายๆคน โดยเฉพาะคนที่ทำงานมาสักพัก ที่รู้สึกว่ามีเรื่องที่อยากทำมากมาย แต่เวลาไม่เคยพอ

ทำให้เร่งรีบทำทุกสิ่งให้มันเสร็จๆ ไป เพื่อที่จะไปทำสิ่งอื่นที่ยังค้างคา หรือจะได้มีเวลาทำสิ่งที่อยากทำจริงๆ แต่สุดท้ายก็พบว่า แต่ละวันเวลาหมดไปกับเรื่องของคนอื่น แทบไม่มีเวลาให้ตัวเอง หรือสิ่งที่อยากทำเลย (ถ้าจะได้ทำก็ต้องอดนอนดึกดื่น เบียดเบียนเวลาตัวเองเอา)

จนรู้สึกว่าเวลา 24 ชม. ไม่เคยพอ ถ้าทำได้อยากมีวันละ 48 ชม. โดยไม่รู้ว่าถึงมี 48 ชม.จริง เวลาก็ยังไม่พอสำหรับเรา เพราะปัญหานี้ไม่อาจแก้ได้ด้วยการเพิ่มปริมานเวลา แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเปลี่ยนการจัดลำดับความสำคัญใหม่ต่างหาก


3
ไบรอัน เทรซี่ ผู้เขียนหนังสือ Eat That Frog (กินกบตัวนั้นซะ) บอกว่า ให้เรากินกบทุกเช้า คือ ให้เราหยิบเอางานที่สำคัญที่สุด มาทำเป็นลำดับแรกสุดของวัน (อย่าเก็บไว้ทีหลัง) เพราะช่วงเช้าเราจะมีพลังงานมากที่สุด หากเราจัดสรรเวลานี้ไว้ทำงานที่สำคัญ(หรือยากๆ) เราจะได้ผลลัพธ์มากที่สุด ต่างจากเดิมหน้ามือเป็นหลังมือ

ตอนที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ผมก็เลิกเช็กอีเมลตอนเช้าไปเลย คือเปลี่ยนไปเช็คช่วงบ่ายแทน (ถ้าใครทำไม่ได้ก็อาจเช็กแต่ยังไม่ต้องตอบ) โดยใช้เวลาช่วงเช้าไปกับการทำงานสำคัญที่สุด ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตเรามากที่สุดก่อน

ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผมใช้เวลาในการตอบอีเมล(งานไม่สำคัญ หรืองานของคนอื่น)น้อยลง และอีเมลที่ตอบกลับก็มีน้อยลง ส่วนงานที่เร่งด่วนจริงๆ ก็มักจะมีคนมาเรียก โทรมาถามเอง ทำให้ผมมีเวลากับการทำงานสำคัญมากขึ้น ซึ่งผลต่อบริษัทมากกว่า จนลดการหอบงานกลับไปทำที่บ้านลงได้ และได้เวลาเพิ่มขึ้นมาในชีวิตมากมาย

น้องนักเขียนคนนึงบอกผมว่า ช่วงเช้าวันเสาร์อาทิตย์จะเป็นช่วงที่เขาเขียนหนังสือได้มากที่สุด หลังจากเที่ยงไปเขาจะไม่ค่อยได้งานแล้ว

สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลา
ลองเก็บงานเล็กๆ ไว้ทำทีหลัง
แล้วหยิบงานสำคัญขึ้นมาทำก่อน
อย่าลืมกินกบทุกเช้าครับ


ปล. มองปฏิทินแล้วพบว่า อัพบทความทุกสัปดาห์มาครบ 1 ปีแล้ว (มีหลุดไปบ้าง) เลยคิดว่า ถ้าเป็นซีรีย์ยาวเรื่องหนึ่ง ก็น่าจะจบ Season 1 ได้พอดี ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาโดยตลอดนะครับ (หรือจริงๆ อาจจะไม่มีก็ได้55) แต่ยังไงก็ขอบคุณจริงๆ ละครับ ไม่คิดว่าจะทำได้นะเนี่ย
SHARE
Writer
Porglon
Editor & Writer
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments

P_PetcH
2 months ago
บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อหนูมากเลยค่ะ ทำงาน 7 วัน จนรู้สึกอยากจะมีเวลามากกว่า 24 ชม. เพื่อทำสิ่งที่อยากทำ แต่จริงอยากที่บอกเลยค่ะ ช่วงเช้าไม่ได้ใช้เวลากับสิ่งสำคัญเลยทำให้นอนดึกดื่นไปหลายคืน พอตื่นเช้าก็จะซึมๆ วนลูปไปทำเต็มที่ตอนบ่าย ซึ่งผลลัพธ์มักจะไม่น่าพอใจก็จะลามต่อไปตอนดึก พักผ่อนน้อยไปเรื่อยๆ ขอบคุณบทความนี้มากๆ เลยค่ะ และเพิ่งจะเข้า Storylog ไม่นาน กำลังฝึกเขียนให้ได้อาทิตย์ละครั้งไปเรื่อยๆ แบบคุณค่ะ ขอบคุณที่เป็นตัวอย่างแรงบันดาลใจในหนูนะคะ
Reply
Porglon
2 months ago
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับคุณน้อง P_PetcH ดีใจที่ได้รู้ว่าบทความนี้มีประโยชน์ต่อคนอื่นด้วย ได้รู้ว่ามีคนเข้ามาอ่านด้วย ไม่เงียบเหงาเกินไป แต่น้องP_PetcHทำงาน 7 วันเลย น่าจะมากไปนะครับ น่าจะหาเวลาพักบ้าง มีคนเคยบอกว่า การพักก็คือการทำงานอย่างหนึ่ง หรือนอกจากการซ้อมให้หนักแล้ว การพักก็คืองานของพิชเชอร์(คนขว้างลูกเบสบอล)ด้วย พักสักวันหนึ่งก็ยังดีครับ แต่ก่อนพี่ก็สายนอนดึกครับผม ทำอะไรสำคัญตอนดึกๆ แต่ทำมานานเลยรู้ว่า ตอนเช้าเรามีพลังงานมากสุด ควรโฟกัสเรื่องสำคัญก่อน ส่วนเรื่องเล็กๆ ถ้าไม่เสร็จมันก็ไม่ส่งผลอะไรมาก ขอให้เขียนบทความได้อาทิตย์ละครั้งอย่างที่คิดครับ เพราะว่ามันก็เป็นการบันทึกความคิดของเราและการทบทวนตัวเองที่ดีอย่างนึงเลยครับ ขอบคุณที่ยกให้เป็นตัวอย่างครับผม (มีไฟเพิ่มขึ้นมาเลย) ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ ครับ แต่เป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่ยิ่งใหญ่ครับ
Reply
P_PetcH
2 months ago
อันนี้ก็มีประโยชน์มากเลยค่ะ จริงๆ ก็แอบขอบคุณโควิดนะคะ ทำให้ช่วงนี้ได้หยุดเสาร์ - อาทิตย์ไปสักพัก 55 แต่เรื่องทำงาน 7 วันยังหาวิธีอยู่ค่ะ จากปัญหาทางบ้าน ตัวเราต้องเข้ามาช่วยงานครอบครัว (ซึ่งเป็นงานไม่ถนัดเลย) ก็ทำแค่ 8.00 - 17.00 ไม่ไปทำที่ไหนต่ออีก (เมื่อก่อนมีงานพิเศษต่อ แต่เลิกไปแล้วค่ะ จะได้พัก) เสาร์ - อาทิตย์ เราได้ทำงานที่เราถนัด เราก็ไม่อยากเลิกอะค่ะ ส่วนงานที่บ้านอยากเลิกเขาก็ไม่ให้เราเลิก แถมตอนนี้ ความฝันเด็กๆ ก็มาอยากทำให้เป็นชิ้นเป็นอัน ก็ใช้เวลาหลังเลิกงานทำไปวันละนิดละหน่อย โลภไปหมดเลยค่ะ ดูใช้เวลาวุ่นวาย 55 ขอบคุณคำแนะนำนะคะ จะหาวิธีจัดสรรเวลาดีๆ ค่ะ