กาแฟก้นแก้ว
       
    อันที่จริงแล้วเวลาช่วงบ่ายคล้อยมันไม่ใช่เวลาโปรดของผมสักเท่าไหร่ มันชวนง่วง ซึม และดูเศร้าสร้อยเหลือทนถ้าคุณเป็นผม ผมผู้ซึ่งยอมมอมเมาตัวเองให้สมองทำงานผิดปกติตลอดเวลา ผมผู้ซึ่งเกลียดตัวเองเมื่อสติสัมปชัญญะครบถ้วน ผมผู้ซึ่งตกเป็นจำเลยของความเศร้า การจะหลุดออกจากบ่วงนรกนี้ได้เห็นทีคงต้องพึ่งพายาอีกขนาดนอกจาก แอลกอฮอลและนิโคติน

คาเฟอีน
     ผมกับมันออกจะเป็นของแสลงซึ่งกันและกันตลอดเวลาครึ่งชีวิตที่ผ่านมา มันสดชื่น เสพติด และยียวนที่สุด ผมเกลียดชังจังหวะหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติ รูม่านตาที่เบิกกว้าง และรสขมที่ติดปลายลิ้นของมันนัก แต่ให้ตายเถอะ...วันนี้ผมอยากเผชิญหน้ามันอีกครั้ง....

    คาเฟ่ที่ modern ในทศวรรตล่าสุดนี้มันออกจะดูไม่เข้ากับผมสักเท่าไหร่ หาก Edgar Alan Poe หรือ Jean Paul Sartre ยังอยู่ ผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาๆเหล่านั้นจะพิสมัยเหมือนดั่งที่เคยในศกของเขาๆเหล่านั้นมั้ย เสียงเพลง Pop R&B ห้อยลงมาจากเพดานสีเทาปูนเปลือย ไฟสีส้นเล็กๆระโยงระยางเหมือนแมลงปอที่เกาะบนใบหญ้าริมน้ำ อันที่จริงมันจะเป็นแมงหรือแมลงจากการระบุจำนวนขาของมันหรือเปล่า นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมแยแสนักหากคุณจะทักท้วง นั่นล่ะ..ผมเป็นนักบรรยายที่แย่คนนึงที่จริงใจกับคุณมากที่สุดอยู่ดี 

    บ่ายอ่อนๆของวันนี้ในคาเฟ่แห่งนี้มันดูเรียบง่ายผิดตาจากที่ผมเคยมอง นับเป็นครั้งแรกก็ได้ที่ผมลองกระโดดหอบออกจากโลกสีเทาใบเก่ามาสู่โลกสีปูนเปลือยใบใหม่ มันก็ไม่เลวนะ อากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศโอบกอดผมเหมือน หยาดฝนที่ล้อเลียนเปลวเทียนกลางพายุ เนื่องจากความรู้ทางด้านกาเฟอีนผมมีน้อยนิด เมนูที่ว่าผมจึงอาศัยความพิสมัยของเพื่อนยากผมทั้งหลายเลือกให้ดีกว่า สิ่งที่ได้มันกลับผิดคาด กาแฟที่มีรสเปรี้ยวมันกลับทำให้ผมประทับใจแบบแปลกๆ อา...มันช่างแตกต่างกับรัมเข้มๆที่ผมจิบในคืนฝนตก หรือเตกีลาในคืนวันศุกร์ที่แล้วเสียจริง รสเปรี้ยวและกลิ่นหอมจากส้มในแก้วพลาสติคนี้มันดูบ้าเสียจริง รสขมปลายๆกลมกล่อมนี่มันทำผมตกหลุมรักได้ฉับพลัน เหมือนดอกไม้ที่บานในฤดูร้อนและรักแรกตอนอายุไม่เกิน 15 ปีจริงๆ ถ้าจะให้ผมบรรยายว่ามันดีหรือน่ารังเกียจหรือไม่ ผมคงไม่กล้าหาญพอ เอาเป็นว่ามัน "อร่อย" สำหรับคนบัดซบอย่างผมในเวลาบ่ายๆแบบนี้แหล่ะ 

    บทสนธนาบนโต๊ะตัวเล็กล่องลอยไปเหมือนกับดอกหญ้าในทุ่งกว้าง อันที่จริงการที่กินกาแฟมันก็ไม่ได้ดูเลวร้ายหรือแสนดีเกินไป 

เวลาเหมือนสายน้ำ
    นอกจากเพลงโปรดหลายๆเพลงที่พรั่งพรูเข้ามาบินว่อนทั่วร้านตลอดเวลาสองชั่วโมงแล้ว สายตาเจ้ากรรมของผมก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ฉุกความคิดที่ไม่ถูกกาละเทศะออกมาเสียอย่างนั้น กาแฟเจ้ากรรมของหญิงสาวโต๊ะตรงข้ามในชุดสีขาวพร้อมด้วย Air pods อันน้อยที่ถูกใช้งานอยู่มันนอนนิ่งอยู่ก้นแก้ว ผมไม่สันทัดว่าเธอคนนั้นพิศมัยเจ้ากาแฟชนิดไหนนักแต่ที่ผมสังเกตุได้ดีคือเธอไม่ได้ดื่มมันจนหมดก็แค่นั้น นึกแล้วก็หัวเราะกับตัวเองที่ไม่นึกชินกับวัฒนธรรมอันแสนคุ้นเคยนี้ ปกติแล้วหากผมจะดื่มอะไรสักอย่าง โดยเฉพาะเครื่องดื่มรสเมานั้นการ"เหลือทิ้งไว้" มันดูลบหลู่จิตวิญญาณนักดื่มพอควร

กาแฟก้นแก้วมันเหมือนกับกาแฟทั่วไปมั้ยนะ
    คำถามผุดขึ้นบนหัวเหมือนดอกเห็ด อันที่จริงใครมันจะมานั่งสนใจกันล่ะว่าเรื่องแค่นี้มันจะมีอะไรน่าคิด แต่เปล่าเลยคำตอบที่ได้คือมันไม่เหมือนซะทีเดียว กากกาแฟหรือวัตถุดิบอะไรก็ตามมักจะวิ่งตามกฎวิทยาศาสตร์ ไสยศาสตร์ หรืออะไรต่อมิอะไรศาสตร์ก็ตาม อย่างน้อยๆมันก็มักจะทิ้งตัวลงก้นแก้ว ทำให้มัน "เข้ม" กว่าเพื่อนๆของมันที่ลอยตัวหน้าตาเฉยปริ่มปากแก้วแน่นอน อา...ผมคิดอะไรเล่นๆพิเรณออกมาเสียซะอย่างนั้น
    
ความสัมพันธ์ที่เหลือค่อนแก้วกับก้นแก้วล่ะ?
   คุณคิดว่าผมบ้าหรือเปล่าที่เรื่องพวกนี้มันเชื่อมโยงกัน เอาเถอะ...ผมเคารพทัศนคตินั่นนะ จะบ้าหรือไม่มันก็ไม่สำคัญ แต่ฉากหน้าของหลายๆความสัมพันธ์มักจะมีระดับขั้นที่แตกต่างกันออกไป Onenight stand, friend with benefits หรือ นักรักผู้ซื่อสัตย์มักจะเผชิญรสชาติของกาแฟชีวิตที่แตกต่างกันไป บ้างก็เริ่มอย่างขมขื่นและจบลงอย่างสวยงามหรือบ้างในทางตรงกันข้ามกันอีกที นั่นก็แล้วแต่ว่าก้นแก้วมันจะเหลืออะไรให้เราลิ้มลอง ก้นแก้วที่นอนนิ่งรอคอยเราให้ลิ้มลองอย่างซื่อสัตย์และแท้จริง ก้นแก้วที่ไม่การันตีรอยยิ้มความสมหวังหรือคราบน้ำตาแห่งความผิดหวังมักจะจริงใจเสมอ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยากรู้อยากเห็น เป็นทั้งพรสวรรค์และคำสาปที่ผู้สร้างประทานและสาปส่งให้กับมนุษย์มาแต่เนิ่นนาน มนุษย์บางจำพวกมักจะมุทะลุตั้งใจดื่มกาแฟชีวิตให้หมดจนก้นแก้ว พบทั้งความสุขและทุกข์ปนกันไป

แต่ก็มีมนุษย์อีกประเภทที่ต่างออกไป
    พวกเขาเหล่านั้นยังไว้ซึ่งความกลัว เพื่อนสนิทของความใคร่รู้นั่นเอง พวกเขาประหม่าที่จะดื่มกาแฟแก้วนั้นๆให้หมดเสีย ไม่มั่นใจในรสชาติที่ลอยเติ่งรอที่ก้นภาชนะ ขอดื่มด่ำกับรสชาติที่พวกเขาพึงพอใจเท่านั้นเหมือนเลือกเชื่อคำตอบที่ถูกใจของนักพยากรณ์มากกว่าความจริง มนุษย์เหล่านี้แหวกว่ายในกระแสสังคมมาร่วมหมื่นปี ปะปนเหมือนจุดประในกระดานกว้าง ลังเลอย่างแน่วแน่ อ่อนไหวอย่างมั่นคง ราวกับภาพประติมากรรมที่ล้อเลียนผู้สร้างถึงความไม่สมบูรร์ที่สวยงาม หลากหลายครั้งที่ผู้สร้างหัวเราะเยาะให้กับเขาเหล่านี้ แต่ไม่มีความแยแสใดๆที่จะกลับไปให้ผู้สร้างทั้งนั้น มีเพียงยิ้มที่เจ็บปวด ความเศร้าที่ยินยอม สัญญาความสุขอันฉาบฉวยเท่านั้นที่พวกเขาและผมต้องการ ใครกันจะมาชี้นิ้วว่าสิ่งใดมันผิดหรือถูกล่ะ พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้แยแสมันสักนิด...เช่นเดียวกับผม เพราะเราล้วนเป็นประติมากรรมที่มีไว้เพื่อล้อเลียนกระแสสังคมกระมัง ผมไม่แน่ใจ

    กาแฟของผมก็ลอยเติ่งอยู่ก้นแก้วเช่นเดียวกันในวินาทีนี้ มันดูน่าสงสัยแต่ก็เรียบง่าย ผมยิ้มให้มันหนึ่งครั้งจนบรรดาเพื่อนๆร่วมโต๊ะเริ่มฉงน ผมหยิบแก้วบางนั่นขึ้นมา มองมันอีกทีหนึ่ง สูดดมกลิ่นให้รัญจวญใจ 

แด่บ่ายคล้อย
แด่โลกสีเทาอันสดใส
แด่ชีวิตอันน่าขำที่จริงจังทุกขณะ

แด่กาแฟที่ลอยเติ่งอยู่ก้นแก้ว


SHARE
Writer
Nocturnal
Sincered human being
I​ don't​ fear a​ curtain death, death​ is​ curtain.

Comments