รถไฟขบวนสีน้ำเงิน
รถไฟขบวนสีน้ำเงินกำลังวิ่งอยู่บนรางอย่างกระท่อนกระแท่น สู่จุดหมายปลายทางของเมืองที่ไร้ซึ่งแสงสว่างจะส่องไปถึง แม้ความมืดมิดจะค่อยๆกัดกลืนกินจิตใจของผู้โดยสารบนขบวน ยังคงมีแสงสว่างริบๆที่ปลายทางคอยจุดประกายความหวัง เพื่อให้พวกเขายังคงสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้แบบวันต่อวัน คืนต่อคืน

แล้วผู้ใดกัน ที่อยากจะเอาตัวเองเข้าไปในดินแดนอันมิืดมิดเหล่านี้ นั่นจึงกลายเป็นความท้าทายสำหรับเหล่าบรรดานักผจญภัยที่อยากจะเข้าไปค้นหา ว่าแท้จริงแล้วในความมืดมิดนั้น ยังคงมีความสวยงามที่แอบแฝงซ่อนอยู่ลึกๆ ความสวยงามที่มิอาจจะบรรยายได้โดยคำพูด เชื้อเชิญให้คนเหล่านี้ทิ้งความสะดวกสบาย เพื่อตามล่าความงดงามที่ใครต่อใครก็ว่ากัน

รถไฟขบวนสีน้ำเงินคือสิ่งที่ยินดีปรารถนาจะมอบโอกาสให้พวกเขา ความลึกลับที่เกินจะพรรณาได้บันดาลให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ผ่านเครื่องจักรไอน้ำ ที่พร้อมจะปลดปล่อยเสียงคำรามแผ้วพานในทุกๆวินาทีของหัวใจผู้โดยสารที่กำลังเต้นอยู่

มนุษย์ช่างเป็นสัตว์ที่ประหลาดเหลือจนไม่สามารถสรรหาคำบรรยายมากล่าว ทั้งชื่นชอบความดีงามที่อยู่ใกรอบของจรรยาบรรณ แต่กระนั้นก็ยังพยายามที่จะเอาชนะ ต่อต้านความก้าวร้าว และความกลัวในจิตใจของตนเองเสมอ มากไปกว่านั้นยังเชื่อว่าความคิดเห็นของตนเองถูกเสมอ บางบุคคลถึงกล่าวตั้งตนว่าตัวเองนี่แหละคือพระเจ้าที่กุมชะตาชีวิตของความเป็นไปบนโลกนี้

หากเพียงแต่พวกเขาประเมินพลังของพระเจ้าที่แท้จริงต่ำไป พระเจ้าที่แท้จริงนั่นมีอยู่ทุกแห่ง ดั่งผู้ที่ให้กำเนิดเขา ผู้ที่คอยเลี้ยงดูสรรพสิ่งต่างๆบนโลก คอยรักษาสมดุลของชีวิตและความเป็นไปในจักรวาล มีเพียงแต่มนุษย์เท่านั้นที่ปฏิเสธหลักการที่ซับซ้อน มิหนำซ้ำยังทำในสิ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็น

รถไฟขบวนสีน้ำเงินอาจเป็นเพียงภาพอุปมาของสังคมมนุษย์ในปัจจุบัน ความทันสมัยได้ให้ประโยชน์และคุณโทษในหลากหลายรูปแบบ นำไปสู่การตั้งคำถามกับกฏเกณฑ์ และค่านิยมทางสังคมเพื่อที่จะสำเร็จความใคร่ทางศีลธรรมเพียงเท่านั้นหรือ? 
เพื่อค้นหาความสวยงาม ในจุดหมายปลายทางแห่งความมืดมิด  
แด่ เมอร์มานสค์ เมืองแห่งความมืดมิด
SHARE
Writer
tinsrd
storyteller
talk is cheap

Comments