Neue Frau สตรีในยุคฮิตเลอร์ (1)
เมื่อพูดถึงเพศสตรีหรือเพศหญิง ประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมในหลายประเทศ ได้กล่าวถึงหน้าที่ของผู้หญิงที่เป็นเพศสภาพทีี่ถูกจำกัดตกอยู่ภายใต้ระบบชายเป็นใหญ่ มีหน้าที่เพียงรับใช้สามี ดูแลครอบครัว และตั้งครรภ์ จนได้เกิดการเรียกร้องความเสมอภาคระหว่างชายและหญิงเกิดขึ้น

หนึ่งในความสำเร็จของการปฏิวัติ เยอรมนีถือเป็นประเทศแรกๆ ในยุโรปที่ให้สิทธิความเท่าเทียมทางเพศ ที่รัฐธรรมนูญได้ระบุถึงความเสมอภาคและให้สิทธิผู้หญิงลงคะแนนเสียง ในปี 1927 เยอรมนีออกกฎหมายคุ้มครองเงินเดือนและค่าใช้ต่ายให้แก่สตรีที่จำเป็นต้องลาคลอด

นักสตรีหนึ่งในผู้มีอิทธิผลในนั้นก็คือ มารีอันเนอ เวเบอร์ (Marianne Weber) เธอเป็นผู้นำ Bund deutscher Frauenvereine (องค์กรเพื่อสตรีเยอรมัน) ที่มีบทบาทในการปฏิรูปการศึกษา จัดหาบ้าน หาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้แก่เพศหญิงโสดในวัยทำงาน ไปจนถึงการก่อตั้งโรงเรียนอนุบาล โดยมารีอันเนอมีวิสัยทัศน์คือ ความเป็นแม่ช่วยกล่อมเกลาสังคมที่ชายเป็นใหญ่ ใส่ศีลธรรมอันอ่อนโยนลงไปในเศรษฐกิจและการเงิน

การปฏิวัติเยอรมนีแท้จริงไม่ได้เปิดจากการพ่ายแพ้สงครามหรือการลุกฮือของมวลชน แต่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อสุดโต่งที่ทำให้เงินออมและทรัพย์สินสูญสลายในชั่วข้ามคืน เงินที่บิดาออมไว้เพื่อแต่งลูกสาวกลายเป็นกระดาษ การรักษาพรหมจรรย์เป็นเรื่องเพ้อฝัน

สาเหตุสังคมเยอรมันก้าวหน้าด้านสิทธิสตรี ไม่ใช่เพราะผู้ชายมีทัศนคติทางเพศล้ำเลิศไปกว่าชายชาติอื่น แต่เป็นเพราะความตายจากสงครามของชายหนุ่มเกือบสองล้านคน ผู้หญิงจึงกลายเป็นแรงงานทดแทน กระบวนการ Rationalisation ที่นำเครื่องจักรและนำระบบสายพานมาใช้ สร้างงานประเภทใหม่ที่เอื้ออำนวยต่อลูกจ้างเพศหญิง อาทิเช่น เสมียนพิมพ์ดีด เสมียนห้างร้าน เจ้าหน้าที่เอกสาร พนักงานสลับสายรถไฟ ยามรถไฟ พรักงานไปรษณีย์ และอีกหลายอาชีพ ยิ่งเป็นอาชีพที่ต้องออกมาพบปะผู้คนมากเท่าไหร่ บทบาทของผู้หญิงทำงานก็ยิ่งโดดเด่นมากขึ้นเท่านั้น

แฟชั่น Neue Frau คือส่วนผสมระหว่างปรัชญา Rationalisation และสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ เสื้อผ้าราคาย่อมเยา ไหวพริ้ว สะดวกต่อการแต่งตัวไปทำงาน ปราศจากเครื่องประดับ เน้นทรวดทรง กระโปรงเรยอนเบาบางแนบติดท่อนขา ผมทรงบ็อบยาวเสมอหู หน้าม้าตัดทรงเผยให้เห็นไหล่กว้าง เอวคอดกิ่ว

ในการประกวดภาพเหมือนหญิงสาวปี 1928 ที่จัดโดยบริษัทผลิตภัณฑ์สระผมเอลิดา ส่วนใหญ่ผู้เข้าประกวดส่งภาพทอมบอย ผมสั้น สวมชุดซ่อนรูป มือหรือปากคาบบุหรี่ ในขณะที่ผลงานที่ได้รางวัลที่หนึ่งคือรูปนางแบบสวมกระโปรงนักกีฬา ยืนตัวตรง ขาเตรียมก้าวไปข้างหน้า

ความเป็นแม่ลดความสำคัญลง ชาวเยอรมันยุคหลังสงครามเข้าถึงการคุมกำเนิดมากขึ้น ภาพแม่บ้านอุ้มท้องกระเตงลูกเป็นภาพแทนของอดีตอันเสื่อมโทรม ในทางกลับกัน คนยุคใหม่มักสูญเสียรายได้หนึ่งในสี่ไปกับเสื้อผ้า แฟชั่น Neue frau เข้ากันได้ดีกับผู้หญิงเอวบางร่างน้อย อาการเจ็บป่วยทางจิตเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน เช่น Anorexia หรือ Bulimia เริ่มแพร่ระบาด

แกร์ทรูด บอยเมอร์ (Gertrud Baumer) สมาชิกพรรคนาซี เปรียบเทียบจิตวิญญาณเพศหญิงเสมือน ผืนดินที่ทับอยู่ใต้ถนนลาดยางมะตอย เสรีภาพความเท่าเทียมตัดขาดออกจากอำนาจเพศผู้ เพราะผู้หญิงลุกขึ้นมาสูบบุหรี่ สวมกางเกง ตัดผมสั้น เป็นการลดช่องว่างทางเพศ ทำลายเสถียรภาพในสังคม เป็นต้นเหตุของพฤติกรรมผิดเพศทั้งชายรักชายและหญิงรักหญิง

Madchen in Uniform เป็นหนังเลสเบี้ยนเรื่องแรกของโลก ที่นำเอาภาพลักษณ์ของผู้หญิงในยุคใหม่มาใช้ต่อต้านวัฒนธรรมทหาร บรรยากาศของหญิงรักหญิงอบอวลไปทั่วโรงเรียน มานูเอลลาเด็กกำพร้ามารดาถูกส่งมาอยู่ในโรงเรียนประจำหญิงล้วน สิ่งแรกที่เธอต้องทำตามกฎคือ ถอดเสื้อผ้าออกและสวมแต่เครื่ืองแบบที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ ข้าวของส่วนตัวไม่กี่ชิ้นที่หญิงสาวได้รับอนุญาตให้้พกติดตัว การแข่งขันในห้องแต่งตัวว่า ใครจะสูดลมแล้วใช้หน้าอกดันกระดุมเสื้อให้ปริแตก​ ตัวละครอีกฟากฝั่งตรงข้ามกับครูใหญ่จอมเผด็จการ ครูแบร์นบวร์กที่สั่งสอนเด็กด้วยความเมตตา ทุกคืนก่อนเข้านอนจะเข้ามากล่าวราตรีสวัสดิ์ทีละคนพร้อมจุมพิตหน้าผากเบาๆ

มานูเอลลามองแบร์นบวร์กในฐานะตัวแทนมารดา ก่อนจะรู้สึกพัฒนาไปไกลเกินกว่าลูกกับแม่ เธอสารภาพความในใจต่อหน้าอีกฝากและครูใหญ่มาได้ยินเข้า หล่อนประกาศห้ามไม่ให้นักเรียนหรือครูพูดกับเธออีกเลย ท่ามกลางความสิ้นหวัง มานูเอลลาขึ้นบันไดเดินสวดมนต์เพื่อไปฆ่าตัวตาย บันไดคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจเฉพาะอาจารย์เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ใช้ นักเรียนที่ฝ่าฝืนกฎจะได้รับบทลงโทษขั้นรุนแรง เหล่านักเรียนเมื่อทราบว่าเพื่อนของตรกำลังตกอยู่ในอันตราย จึงพร้อมใจกันฉีกกฎ กรูขึ้นบันไดเพื่อหยุดยั้งมานูเอลลา

ภาพยนต์จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายอำนาจ ครูใหญ่เดินลงบันไดอย่างทุลักทุเลเมื่อพบว่าระเบียบที่ตนสร้างขึ้นมาไม่สามารถใช้บังคับใครได้ เหล่านักเรียนส่งสายตาอย่างแข็งกร้าวราวกับเป็นสัญญาณว่าจะไม่ยอมรับการถูกกดขี่ข่มเหงอีกต่อไป

เป็นอีกเรื่องราวที่หยิบยกมาจากหนังสือที่เคยอ่านมานานแล้ว​ เพื่อชวนให้คิดกันว่า ความเป็นเท่าเทียมทางเพศระหว่างชายกับหญิงเป็นอย่างไรในเยอรมณี แท้จริงแล้วมันมีความเท่าเทียมเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า ทำไมมันถึงถูกบั่นทอนลง​ แล้วหันกลับมามองประเทศไทยชวนขบคิดและตั้งคำถามว่าเป็นอย่างไร ทำไมประเทศไทยเหมือนจะมีสิทธิความเท่าเทียมระหว่างเพศแต่ก็มองไม่เห็นเป็นรูปธรรมที่แน่ชัด ตอนหน้าจะมาเล่าถึงสิทธิในการคุมกำเนิด เซ็กส์ และโสเภณี

อ้างอิงจาก ในสาธารณรัฐไวมาร์ ฮิตเลอร์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง


SHARE
Writer
Rhythmlyn
Independence
เขียนเมื่ออยากเขียน

Comments