คุณชอบเงารึเปล่า
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ช่างยาวนานเสียเหลือเกิน ผมรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงาน ผมเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดา ๆ คนหนึ่ง อาศัยอยู่ที่คอนโดใจกลางเมือง ผมเป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพ และความเครียดสะสมจากเพื่อนร่วมงานที่มัวแต่คอยนินทาเรื่องของคนอื่น หรือทั้งจากหัวหน้าที่เข้มงวดจนเกินเหตุ เอารัดเอาเปรียบ เอาความโกรธจากที่บ้านมาลงที่ลูกน้อง และยังเจอแต่ข่าวหญิงสาวหายตัวไปในหลายเดือนมานี้ คนแล้วคนเล่า ผ่านไปหลายวัน ไม่มีท่าทีว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ผมไม่สามารถแม้แต่หาความสุขใส่ตัวเลย จนกระทั่งผมได้พบกับเธอคนนั้น เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ถึงกับสวยมาก แต่เป็นคนที่น่ารักมีเสน่ห์ เพราะรอยยิ้มของเธอนั้นช่างสดใสเหลือเกิน ลักยิ้มที่บุ๋มเข้าไปในแก้มช่างน่าเอานิ้วไปจิ้มเสียจริง และผมก็ได้ตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น เธอช่างโดนใจผมเหลือเกิน เธอนี่แหละคือความสุข ผมเจอเธอครั้งแรกที่ป้ายรถเมย์ ขณะที่ทุกคนกำลังรอรถเมย์สายถัดไป ในตอนนั้นเธอได้เล่นหยอกล้อกับเด็กชายที่มารอรถเมย์กับแม่ของเขา มันเป็นภาพที่อบอุ่นหัวใจ ผมจึงตัดสินใจเข้าไปทำความรู้จักกับเธอ ท่าทีของเธอในตอนแรก เธอปฏิเสธที่จะคุยกับผม แต่ผมก็ตื้อเธอจนในที่สุดเธอก็ตอบรับการทักทายจากผม ทว่ารอยยิ้มของเธอกลับหายไปตอนเราเริ่มสนทนากัน คงเป็นเพราะเธอมีเรื่องกังวลที่อยู่ในใจเหมือนกันกระมัง เมื่อรถเมย์มาถึง เราก็กลับบ้านไปด้วยกัน ผมกับเธอนั่งอยู่ด้วยกันที่นั่งท้ายสุดของรถเมย์ ช่างเป็นอะไรที่โรแมนติกเสียจริง สุดท้ายผมก็ได้มาถึงที่คอนโด ปกติแล้วผมอาศัยอยู่ที่นี่คนเดียว และผมชอบที่ห้องครัวที่นี่เป็นพิเศษ มันมีเงาลางๆ จากสิ่งสวยงามในห้องครัวเสมอ มันทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ชื่นชมผลงานในห้องครัว แต่วันนี้แปลกไปตรงที่ห้องนอน ผมเห็นเงาคนมาจากตู้เสื้อผ้า และมักได้ยินเสียงแปลก ๆ ในตู้เสื้อผ้า และเช้าวันถัดมาก่อนไปทำงาน ผมได้เจอเธอคนนั้นอีกครั้ง และได้เจอเธอทุก ๆ วัน ผมทักทายส่งรอยยิ้มให้กับเธอ แต่เธอกลับพูดพลางร้องไห้ไปด้วย ผมแปลกใจที่เธอร้องไห้ ผมคุยกับเธอว่าไม่มีความสุขหรอตอนที่เราได้เจอกันอีกครั้ง แต่ผมมีความสุขอย่างล้นเหลือเมื่อเจอเธออีกครั้ง และผมก็ได้ปลอบเธอ ผมเล่าเรื่องแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เธอฟัง แต่เธอก็ยังคงพูดพลางร้องไห้เช่นเดิม หลายวันต่อมาก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ ๆ ในห้องนอน และทุก ๆ เช้าผมก็เจอเธอ ทักทายเธอ เล่าเรื่องแปลก ๆ ในห้องนอนให้เธอแบบนี้ทุก ๆ วัน เธอก็ยังคงพูดพลางร้องไห้เหมือนเดิมทุกครั้งที่เจอผม จนผ่านไป 1 สัปดาห์เสียงนั้นก็เงียบหายไป เหลือเพียงแต่เงาที่ยังคงอยู่ ในตอนเช้าเหมือนวันปกติ ผมก็ยังเจอเธอ ได้เล่าเรื่องเหตุการณ์แปลก ๆ ในตู้เสื้อผ้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งเหลือเพียงแต่เงานั้น และไม่ส่งเสียงอีกแล้ว แต่ท่าทีของเธอต่างไปจากทุกครั้ง เธอเงียบไม่ตอบผมด้วยซ้ำ ไม่ร้องไห้เหมือนทุกครั้ง ไม่แม้กระทั่งหายใจ เธอตายไปจากผมเสียแล้ว แต่ผมไม่เสียใจหรอกนะ ยังไงเธอก็ยังอยู่กับผม แค่นี้ผมก็มีความสุขสุด ๆ ผมให้เธออยู่ในตู้เสื้อผ้าตั้งแต่ตอนเราเจอกันครั้งแรก แต่ผมมัดเธอไว้อย่างดีเพื่อไม่ให้เธอหนีไปไหนได้ นั่นสิ ทุกคืนที่เธอส่งเสียงในตู้เสื้อผ้านั้นมันแปลก เพราะปกติตู้เสื้อผ้าผมมันไม่ส่งเสียงหรอก ใช่มั้ยล่ะ 555555555 ผมก็เลยชอบเล่าให้เธอฟัง วันนี้ผมเลยจำเป็นต้องย้ายเธอไปอยู่กับสาวคนอื่น ๆ ที่ห้องครัว  ผมชอบเงาของเธอตอนที่ห้อยลงมาพร้อมกับเชือกเสียจริง วันนี้คงต้องหาเหยื่อรายใหม่แล้วสินะ ผมชอบจริง ๆ ตอนที่เอาปืนจ่อที่เอวหญิงสาวในตอนที่เรากำลังสนทนากัน..........
SHARE
Writer
PIMLING
Writer
Short Story เล่าเรื่องสั้นที่หักมุมผ่านตัวหนังสือ เล่าเรื่องที่ไม่อาจพูดออกมาให้ฟังได้

Comments