แม้แต่หัวใจที่ด้านชา ก็ยังโหยหาความเป็นอิสระ
         ตอนม.2 เราถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า ไม่ได้เด็กเกินกว่าจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ก็ไม่ได้โตพอที่จะยอมรับอย่างเข้าอกเข้าใจ เราอายที่จะส่งใบรับรองแพทย์นั้นกับคุณครู เราเป็นแบบนั้นอยู่บ่อยๆ ถ้ามีเรื่องให้เครียดแล้วเป็นขึ้นมาก็จะแย่เอามากๆ  ช่่่่่่่วงแรกมันหนัััััักเอาการ แต่เราก็ผ่านมาได้ด้วยความพยายามที่จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง และความพยายามเข้าใจว่า ชีวิตมีทุกข์ ก็ต้องมีสุข

        สำหรับเราการจัดการกัับมันมีหลายวิธี วิธีที่ใช้บ่อยๆคือการหาเป้าหมายหนึ่งอย่างและจดจ่อกับมัน เพื่อให้ช่วงเวลายากๆนี้ผ่านไปเร็วๆ แล้วก็จะได้มีกำลังใจขึ้นอีกนิดว่าข้างหน้ามีสิ่งดีๆรออยู่ ส่วนวิธีที่ใช้น้อยมากคือการระบายให้คนอื่นรับฟัง พอมีบ้างครอบครัว เพื่อนสนิทที่รู้ว่าเราเป็น แต่เราไม่ได้เล่าให้ใครฟังทุกครั้งเวลาเป็นขึ้นมา เพราะเราไม่ชอบผลลัพธ์สองอย่างนี้

1. เวลาที่คนในครอบครัวแสดงออกเหมือนไม่เข้าใจว่าเราร้องไห้ทำไม เราไม่ชอบคำพูดที่ว่า "เธอเป็นอะไรอีกเนี้ย" ของพี่ ถึงบางทีมันมีความเป็นห่วงปนอยู่ในน้ำเสียง แต่กลับทำให้เราไม่กล้าแสดงความอ่อนแอออกไปจนหมดเปลือก

2. เวลาระบายอะไรให้ใครฟัง เราจะกลายเป็นความรับผิดชอบของเขา เขาต้องสรรหาคำพูดมาเพื่อปลอบโยน หรือคิดว่าควรทำอย่างไรให้เรารู้สึกดีขึ้น เขาต้องรับเอาความรู้สึกลบของเราไปแบกรับไว้ด้วย ซึ่งเราไม่ชอบให้เป็นแบบนั้นเลย

เพราะเหตุผลสองข้อนี้เราถึงได้จัดการกับความรู้สึกกับตัวเอง เราคิดว่าถ้าทำได้ สำหรับครั้งต่อๆไป เราก็จะได้จัดการมันได้ดีขึ้นอีกแม้แต่หัวใจที่ด้านชา ก็ยังโหยหาความเป็นอิสระ
         7 ปี - เราอยู่กับมันนานพอที่จะรู้ว่า มันจะกลับมาหาเราอีก จนบางทีคล้ายกับเรากำลังรอให้มันมาถึง และเมื่อมันมาถึง เราก็จะบอกว่า "ฉันไม่กลัวแกแล้ว ฉันชินกับแกจนเฉยชา แกผ่านมาเดี๋ยวแกก็ไป" เป็นอย่างนั้นเรื่อยมา

         จนครั้งหนึ่ง ครั้งที่มันแย่เสียจนต้องยกให้เป็น new record เราร้องไห้เพราะเศร้านับเป็นปัจจัยหนึ่ง แต่ครั้งนั้นเราเริ่มร้องไห้เพราะเหตุผลอื่นอีก

...

เหตุผลแห่งความไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องเป็นแบบนี้ ทำไมเราต้องรู้สึกแบบนี้ เราเหนื่อยมาก กับการที่ต้องกลัวว่ามันจะกลับมาเป็นเมื่อไร การที่คิดว่ามันจะมาแน่ เหมือนหัวใจเราถูกล่ามไว้ด้วยโซ่แห่งความคิด เราอยากเลิกเป็นแบบนี้ อยากย้อนกลับไปตอนม.2 แล้วหาจุดที่จะหยุดมันไว้ไม่ให้เกิดขึ้นกับเรา

ไอที่คิดว่าตัวเองเก่งนักหนา ชินจนแทบจะนับว่ามันก็เหมือนการมีประจำเดือน ตอนนี้เอง ที่เพิ่งตระหนักได้ว่า หัวใจมันโหยหาอิสรภาพมากเหลือเกิน อยากเป็นอิสระจากการกังวลซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลุดพ้นจากการไม่รู้จุดสิ้นสุด

พันธนาการที่บีบรัดหัวใจเราไว้ มองดูด้วยตาเปล่านั้นไม่เห็น แต่รับรู้ได้ในทุกขณะที่หัวใจยังคงเต้น.
SHARE
Writer
pailincm
painter, writer and lover
always keep the faith

Comments

Sundaykid
6 months ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ 💗
Reply
pailincm
6 months ago
ขอบคุณนะคะ:^)