I'm so tired



สิ้นหวัง พังทลาย และแตกสลายเกินจะเยียวยา

เคยรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าไหม
มันรู้สึกราวกับว่าหนทางข้างหน้านั้นมืดสนิทเหมือนชีวิตในตอนนี้ไร้จุดหมายปลายทาง

ทั้งที่เคยภูมิใจในตัวเองและเข้มแข็งมากกว่านี้แท้ๆ

แต่ตอนนี้กลับเปราะบางและบุบสลายง่ายเสียเหลือเกิน

และเรื่องตลกร้ายของเรื่องราวทั้งหมดก็คือ ไม่ว่าที่ผ่านมาฉันจะเข้มแข็งหรืออดทนมากแค่ไหน แต่หากวันใดที่ฉันล้มลงหรือเผลอแสดงด้านที่อ่อนแอให้คนอื่นได้เห็น

พวกเขาก็พร้อมซ้ำเติมและเหยียบย่ำฉันได้ทันที

ทั้งที่เขาเองก็ไม่เคยรู้เลยว่าเรื่องที่ฉันแบกรับอยู่นั้นมันหนักเกินกว่าคนๆหนึ่งจะรับได้แล้ว
พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระหว่างทางฉันเจออะไรมาบ้าง ไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าคำพูดที่พ่นออกมา โดยปราศจากการกลั่นกรองนั้นจะทิ่มแทงใจคนฟังมากขนาดไหน




หากให้เปรียบฉันก็เป็นเหมือนหินก้อนใหญ่ที่ใครต่อใครคิดว่ามันแข็งแกร่งจะทุบแรงแค่ไหนก็คงไม่มีวันแตกสลาย

แต่ใครจะรู้ว่าหินที่พวกเขาคิดว่าแข็งแกร่งนั้น ภายในมันทั้งกลวงและแสนเปราะบางมากขนาดไหน

มันไม่ใช่เพราะว่าฉันเป็นก้อนหินก้อนโต แต่มันเป็นเพราะพวกเขาไม่เคยคิดที่จะศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับมันเลยต่างหาก

เขาไม่รู้และไม่เคยรู้ว่าการต้องแบกรับความคาดหวังทุกทิศทาง มันทั้งกดดันและเหนื่อยเกินมากขนาดไหน

ฉันไม่ใช่คนเก่งและแข็งแกร่งขนาดนั้น ฉันเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่มีจิตใจและความรู้สึกไม่ต่างจากคนอื่น

ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่ออดทนกับทุกเรื่องที่ถาโถมเข้ามาเพื่อบั่นทอนจิตใจฉัน

ฉันเองก็อ่อนแอและห่วยแตก

,สิ่งที่แสดงออกมามันไม่ใช่ฉันด้วยซ้ำไป

ฉันยังคงยิ้มได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าภายในใจฉันจะมีความสุขเหมือนที่แสดงออกมาเท่าไหร่นัก

แต่หากจะให้ฉันไปนั่งร้องไห้ฟูมฟายให้เห็นก็คงได้แต่ความสงสารและความเห็นใจกลับมา หาใช่ความเข้าใจไม่ เผลอๆอาจจะโดนทับถมด้วยซ้ำไป

แม้จะมีใครหลายคนคอยรับฟังปัญหาและเรื่องราวแย่ๆในชีวิตบ้าง

แต่ก็น่าตลกสิ้นดีที่แทบไม่มีใครรับฟังหรือเข้าใจมันได้อย่างจริงใจเลย

พวกเขาต่างตัดสินมัน โดยไม่สนใจสักนิดว่าเรื่องราวที่ได้ฟังนั้นมันเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมด


'มึงทำได้'
'สู้ดิ เพื่ออนาคตทั้งนั้น'
'พยายามให้มากกว่านี้สิ'
'เดี๋ยวมันก็ผ่านไป สู้ๆ'

ถ้อยคำมากมายที่ผู้คนนับร้อย เพื่อนนับสิบเอ่ยมันออกมาเพื่อให้กำลังใจฉัน

หลายต่อหลายครั้งที่ฉันพยายามเข้มแข็งและไม่แสดงด้านอ่อนแอออกมา

หลายต่อหลายครั้งที่ฉันต้องเก็บซ่อนน้ำตาแล้วหลบไปร้องไห้คนเดียว

หลายต่อหลายครั้งที่ฉันบอกคนรอบข้างว่าไม่เป็นไร ทั้งที่ข้างในมันแตกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี

หลายต่อหลายครั้งที่ฉันต้องฝืนยิ้ม แม้ภายในใจมันจะสาหัสเกินจะรับไหว

และหากวันใดที่ฉันทนไม่ไหวและแสดงมันออกมา พวกเขาก็ไม่มีวันที่จะเข้าใจฉันแน่นอน




ใครๆมันก็อยากเก่งแล้วก็เข้มแข็งกับทุกความห่าเหวในชีวิตกันทั้งนั้นแหละ

แต่ชีวิตคนเรามันเจออะไรที่ท้าทายความรู้สึกมาตลอดจะให้เข้มแข็งไปตลอดคงเป็นไปไม่ได้

และแม้ปากจะพร่ำบอกว่า ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร แค่เข้าใจในตัวเองก็พอแล้ว

แต่แท้จริงแล้วมันก็แค่คำปลอบใจที่เอาปลอบตัวเองก็เท่านั้น

เพราะสุดท้ายแล้วการมีใครสักคนที่เข้าใจมันย่อมดีกว่าที่เป็นอยู่มากกว่าเป็นไหนๆ

ในวันที่ท้อฉันก็แค่ต้องการใครสักคนบนโลกห่วยแตกใบนี้โอบกอดและคอยพยุงฉันขึ้นในวันที่ฉันไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะลุกเองได้ก็เท่านั้น 

แค่คนเดียวมันก็เกินพอแล้วจริงๆ:-)


     "หวังว่าแกในวันพรุ่งนี้จะสดใสกว่าฉันในวันนี้นะ, รักตัวเองให้มากๆเข้าไว้นะ"




/cherecozy





SHARE

Comments