ความสุขไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนเงินที่ได้รับ
1
สังคมยุคนี้เต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือด
ผู้คนต่างชิงดีชิงเด่นเพื่อให้ได้มาซึ่งวัตถุ เราต่างแข่งขันกันหาเงินให้ได้มากๆ เพื่อจะได้มีความสุข รวมถึงชื่อเสียงและเกียรติยศ เพราะเราเชื่อว่าถ้ามีเงินมากกว่าตอนนี้ หรือมีเงินมากๆ เราจะพบกับความสุขมหาศาล

แน่นอน เพราะเราเห็นคนอื่นที่มีเงินมากดูมีความสุข แล้วถ้าเรามีเงินเยอะๆ แล้วจะมีความสุขจริงหรือไม่ คำตอบคือ ถูกครึ่งนึงและผิดครึ่งนึง เพราะการมีเงินล้นฟ้าไม่ทำให้เรามีความสุขเสมอไป คำถามก็คือ แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ

2
สมมุติว่าคุณกำลังหลงทางอยู่ในป่า ติดต่อสื่อสารกับใครไม่ได้เลย อาหารที่มีก็หมดแล้ว คุณรู้สึกหิวมาก และฝนเริ่มตกอย่างหนัก จนคุณหนาวสั่น คุณเริ่มหวาดกลัว ทั้งหิว เหนื่อย และหนาวสั่น

โชคดีที่ทันใดนั้นคุณก็เห็นแสงไฟจากที่ไกลๆ

คุณเร่ิมเดินตามแสงไฟนั้นไปเรื่อยๆ พบบ้านหลังหนึ่ง คุณเคาะประตู โชคดีที่มีคนมาเปิด พาคุณไปเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า ผิงไฟอุ่นๆ พร้อมมีซุปร้อนและขนมปังหอมกรุ่นให้ทาน

คุณรู้สึกมีความสุขล้นปรี่ จากความทุกข์ติดลบก่อนหน้านี้ คุณรู้สึกว่าการที่คุณมีเพิ่มมากขึ้น นำมาซึ่งความสุขกายและสุขใจ ทำให้คุณเชื่อว่า ถ้าคุณมีบ้านหลังใหญ่กว่านี้อีกสักหน่อย มีเครื่องทำความร้อนดีกว่านี้ มีอาหารมื้อหรูกว่านี้คุณจะต้องเป็นคนที่มีความสุขล้นฟ้าแน่ๆ

แต่ในหนังสารคดีเรื่อง I AM: You have the power to change the Worldนักจิตวิทยาบอกว่า นี่เป็นการคิดไปเองของสมอง สมองกำลังหลอกเราอยู่ เพราะมันเอาความทุกข์ตอนไม่มี มาเปรียบเทียบกับตอนที่มี ที่ทำให้เรารู้สึกสุขมากๆ

สมองคิดเอาเองว่า ถ้าเรามีเงินมากกว่าเดิม 10 เท่าจะสุขขึ้น 10 เท่า และถ้าเรามีเงินมากกว่าเดิม 100เท่า ก็จะสุขขึ้น 100 เท่า

แต่ความจริงคือ เมื่อเรามีเงินหรือวัตถุพอเพียงในระดับนึงแล้ว ความสุขที่ว่าจะลดลง เพราะว่าเราชินแล้ว

กล่าวคือ 1.ถ้าเราไม่มีเงินเลย แล้วถ้ามีเงินเราจะสุขมาก
2.ถ้าเรามีเงินพอใช้ แล้วเกิดได้เงินเพิ่ม เราจะมีความสุขขึ้น แต่ไม่สุขมากเท่าเดิมแล้ว
3.ถ้าเรามีเงินมากพอกับที่เราใช้จ่าย ทำสิ่งที่อยากทำได้ ไปไหนที่ต้องการได้ มีเงินเก็บเพียงพอ ถ้าเรามีเงินเพิ่ม ก็จะไม่สุขมากเท่าเก่าแล้ว

ความจริงคือ เมื่อมีเงินมากๆ ความสุขจะไม่ทวีคูณตามเงินที่เพิ่มขึ้น แต่จะลดน้อยลงด้วยซ้ำ

ซึ่งสาเหตุนี่เองที่ทำให้มหาเศรษฐีอย่างบิลเกตส์ หรือวอร์เรน บัฟเฟต์ บริจาคเงินปีละหลายล้านดอลล่า เพราะว่าเงินมหาศาลที่เจ้าตัวได้รับ ไม่ทำให้สุขเพิ่มแล้ว

4
เรื่องนีี้สอนอะไรเรา เรื่องนี้บอกให้รู้ว่า การที่จะใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการแข่งขัน ทำงานหาเงินเป็นเกลียว เพื่อหาเงินให้ได้มากๆ นั้น ความสุขที่เราจะได้รับมันจะไม่เท่ากับจำนวนเงินที่หามาได้ในตอนท้ายที่สุด ที่สำคัญยังน้อยลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ
สู้เอาเวลาหาเงิน ไปทำอะไรที่สร้างความสุขให้เราอย่างแท้จริง จะดีกว่าไหม?

ผมชอบที่ดีพัก โชปราเคยบอกว่่า "ความสำเร็จไม่ได้ทำมาซึ่งความสุข แต่แท้จริงแล้ว ความสุขนำมาซึ่งความสำเร็จ"

ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้จะจริงไหม เราคงต้องหาคำตอบกันเองครับ


Special Thanks
1.ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน หรือแลกเปลี่ยนความคิดความเห็นกันครับ
2.อ่านบทความใหม่ได้ทุกบ่ายวันอาทิตย์:)
3.อีกช่องทางในการติดตามผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ เรียกผมว่าอาจารย์ (เวลาที่โพสต์ใกล้เคียงกันครับ)
SHARE
Writer
Porglon
Editor & Writer
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments