16. สติ..จงคืนกลับสู่ร่าง
ปกติเราทำงานออนไลน์ ขายของนู่นนั่นนี่ ชะวิวชะแว่บไปมาไม่หยุด รู้สึกกลัวภาวะหยุดนิ่ง ที่สำคัญ เราอยากเอาชนะตัวเองที่เคยคิดว่าอาชีพอย่างเราไม่ควรมีภาพลักษณ์ ‘แม่ค้า’ เราถูกเสี้ยมให้คิดแบบนี้ แต่ในใจมันย้อนกลับ “เป็นแม่ค้ามันแน่ตรงไหน” ในเมื่ออาชีพที่ทำเงินเดือนมันน้อยแสนน้อย 

เราเอาชนะความกลัวภาพลักษณ์ดูย่ำแย่นั้นได้ แต่กลับแพ้ราบคาบให้กับโจทก์ใหม่นั่นคือ ‘สุขภาพ’ ที่เสื่อมลง คืนนี้เป็นอีกคืน ที่เรานอนถึงเพราะงานขายของ แม่เราจะลวกเพียงน้อยนิด แต่ลูกค้าเล่นถามคำถามมาพันแปด ใจนึงก็อยากพัก แต่อีกใจกลับอยากพุ่งชนให้รู้ดำรู้แดงว่าจะขายสำเร็จมั้ย


เรารู้สึกว่าการค้าขายเป็นเกมส์ที่เรา ‘อยากชนะ’ เหลือเกิน 

แต่พอชนะเกมส์นี่เข้าจริงๆ ขณะกำลังทิ้งตัวลงนอนบนเสื่อโยคะ (เราชอบนอนบนนี้มากกว่าเตียง ไม่รู้เป็นบ้าอะไร) เรากลับรู้สึกว่า สิ่งที่ทำอยู่มันคุ้มจริงๆหรือ ? หากเงินที่ได้มากลายไปเป็นค่ายารักษาตัวในภายหลัง

ค้นพบว่าตนกำลังหลงทางในเวลากลางคืน 
ทุกคนในบ้านคงหลับหมดแล้ว
แต่เรามีหลายอย่างให้คิด และมันทำให้การข่มตานอนยากขึ้นกว่าเดิม เราล้มเหลวเรื่องการจัดลำดับความสำคัญเรื่อยมาตั้งแต่เด็กยันโต ถ้าเป็นคนกล้าได้กล้าเสียกว่านี้อีกสักหน่อย เราคงไม่ทุกข์มากนัก หากแต่เราดันเป็นคนที่กลัวคำว่า ‘เสียดาย’ เรากลัวการมาเยือนของมันในอนาคตมากกว่าสิ่งใด แต่ความกลัวกลับเป็นภาระที่ทำให้เรายิ่งดิ่งลงสู่ความเศร้าลึกอยู่เรื่อยๆ

เราอยากรีไซเคิลความกลัวให้กลายเป็นความสามารถที่จะคิดวางแผนป้องกันการมาของ ‘ความเสียดาย’ ในอนาคตอย่างเป็นระบบ

เราเหลือเวลาไม่มากแล้วที่จะรับใช้คนใกล้ชิดที่เรารัก เราต้องเริ่มเดี๋ยวนี้ 

เดี๋ยวนี้เลยเท่านั้น
เพราะไม่มีใครสามารถสัญญาได้ว่านาทีหน้าจะมาหาเราจริง และ หากมันมาหาเรา เราเพียงหวังให้มันไม่พกเพื่อนที่ชื่อ ‘ความเสียดาย’ มากด้วยเป็นพอ

...
SHARE

Comments