หลงรักเด็ก ตอนที่ 3
ผมกำลังเดินอยู่ในป่า ป่าที่มีแต่ความมืดสลัว ไม่แน่ใจว่ามันคือหมอกหรือควัน สีขาวๆ ลอยอยู่เต็มป่า รอบตัวมีแต่ต้นไม้มองหาทางออกไม่มีเลยแม้แต่แสงสว่างที่จะเล็ดลอดเข้ามา แหงนมองข้างบนก็มีแต่กิ่งก้านใบของต้นไม้หลายสิบต้นที่สูงจนต้องแหงนคอตั้งบ่าถึงจะมองเห็นยอด

เดินไปเรื่อยๆ พยายามค้นหาทางออก ความรู้สึกตอนนั้นคือเหมือนหมดหวัง มันเศร้า และเดียวดายอย่างบอกไม่ถูก คิดอยู่อย่างเดียว ต้องพยายามหาทางออกจากป่านี้ให้ได้ เพื่อที่จะรีบกลับบ้าน

ยิ่งเดินต่อเหมือนยิ่งเดินลึกเข้าไปอีก อากาศยิ่งหนาวเย็นขึ้น มีเสียงแมลงและเสียงหรีดหริ่งเรไรดังตลอดเวลา

เหมือนกับเดินวนอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน รู้สึกเหนื่อยเมื่อยขาเป็นกำลัง จึงตัดสินใจนั่งเอาหลังพิงต้นไม้พักผ่อนสักครู่ พลางเอามือบีบนวดขาตัวเองเพื่อให้ผ่อนคลายหลังจากที่เดินมานานหลายชั่วโมง 

ระหว่างที่กำลังบีบนวดขาตัวเองอยู่นั้น ผมเฝ้าถามตัวเองว่ามาทำอะไรในป่านี้ ผมไม่รู้เลยว่าผมมาได้ยังไง ใครพาผมมา ตอนนี้ผมหลงป่า ความรู้สึกหวาดกลัว กำลังจู่โจมเข้ามาในจิตใจ แต่ไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อ ผมมองเห็นผ่านหางตาขวา เหมือนมีอะไรแว๊บๆอยู่ข้างๆ ด้วยความตกใจผมจึงรีบหันมองไปดู

วินาทีแรกที่ผมเห็น ผมเห็นเท้าขาวๆที่ใส่รองเท้าแบบคีบ ผมรีบไล่สายตาขึ้นมองดู เธอคือผู้หญิงที่นุ่งผ้าถุงสีหม่นๆ ใส่เสื้อแขนสั้นสีขาวบริสุทธิ์ ผิวขาวราวกับหยวกกล้วย ไว้ผมหน้าม้า และผมยาวจนถึงบั้นเอว คิ้วบางๆ ตาสองชั้น ปากเล็กๆ จมูกที่ไม่มีดั้ง รูปร่างของเธอสูงโปร่ง อายุไม่น่าจะเกิน 14-15 ปี เริ่มมีทรวดทรงองค์เอว เธอยืนอยู่ห่างจากผมไม่กี่ก้าว และยืนนิ่งอยู่แบบนั้น

เธอมองตาผม และยิ้มให้บางๆด้วยสายตาที่อ่อนโยน เธอมีลักยิ้มที่สวยมาก ผมจ้องมองดูเธอสักครู่ แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ... 

ผมตื่นขึ้นมากลางดึก รับรู้ความฝันแต่เพียงเท่านั้นก็นิ่ง ตะลึงกับความฝันไปพักใหญ่ นี่คือสิ่งที่ผมฝันถึงมันซ้ำๆเป็นเวลาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ที่ผมเริ่มก้าวจากวัยเด็กสู่วัยรุ่น ผมก็ฝันแต่เหตุการณ์นี้มาตลอดหลายๆปีที่ผ่านมา

จนผมจำใบหน้าของเด็กสาวในความฝันนั้นได้ติดตา และไม่กี่ปีต่อมา ผมก็ได้เจอกับเธอคนนั้นในฝันจริงๆ  
เธอคือเด็กน้อยคนนั้น ที่ผมรู้สึกหลงรักโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าแบบนั้นของเด็กสาวในความฝัน รอยยิ้มแบบนั้น ลักยิ้มแบบนั้น ตาสองชั้นแบบนั้น ดวงตาโตๆแบบนั้น มันเป็นพิมพ์เดียวกับใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้นไม่มีผิด เพียงแต่ตอนนี้เธอยังเด็ก แต่ผมจำได้ขึ้นใจว่าในฝัน ถึงแม้จะเห็นว่าเธอโตเป็นสาว แต่หน้าตาที่ผมเห็นในฝันกับในโลกแห่งความเป็นจริง มันไม่ได้ต่างกันเลยสักนิด

ก่อนหน้าที่จะมาเจอเด็กน้อยคนนี้เพียงไม่กี่ปี ผมก็หยุดฝันถึงเรื่องนั้น แทบจะลืมไปด้วยซ้ำว่าผมเคยฝันแปลกๆแบบนั้น และฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนตอนนี้ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกมาก กับความฝันที่เคยฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งซ้ำๆ จะทำให้ผมได้พบเจอเธอคนนั้นในวันนี้จริงๆ

ก่อนหน้าที่ยังไม่ได้เจอเด็กน้อยคนนี้ ผมเคยพยายามหาคำตอบ ทำไมผมฝันแบบนั้นมาตลอด หรืออาจะเป็นเพราะผมชอบเหงา ไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่ค่อยคบกับใคร ไม่คิดที่จะหาแฟน มีความรัก แต่ความจริงแล้วนั้นแหละคือสิ่งที่มันเคยขาดหายไปในชีวิต ผมต้องการมัน แต่ก็ไม่เคยออกไปตามหาความรัก จึงกลายเป็นคนที่อยู่กับความเหงาในโลกส่วนตัวของผมที่ใครก็ตามก็เข้าไม่ถึง

ฟ้าส่งเธอมาให้ผมหรือยังไง ทำไมผมถึงฝันเห็นแต่หน้าเธอทุกวันๆ ฝันแบบเดิมทุกวันๆ แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ผมจะได้เจอเธอสักที หรือว่าฝันแบบนี้ มันเป็นแค่จิตนิวรณ์ ที่จิตใจผมมันจดจ่ออยู่กับการเขียนนิยายมากเกินไปจนเอาเก็บเอาไปฝัน หรือว่าจะเป็นเพราะมันคือจิตใต้สำนึกที่ผมเคยแอบชอบน้องผู้หญิงที่เคยรู้จักมาก่อน แอบหลงรักเขาข้างเดียวจนเอาเก็บมาฝันว่าเขามาหา มาช่วยผมออกจากป่าที่มีแต่ความหม่นหมอง มาเป็นแสงสว่างที่ทำให้ผมมองเห็นทางออกจากป่านี้ได้

แต่ฝันนั้น ก็ไม่เคยจบอย่างสวยงามสักที....  
ทุกครั้งที่ฝัน วินาทีที่ผมสบตาเธอ และเธอยิ้มให้ ผมมักจะตกใจตื่นขึ้นมากลางดึกเสมอ แล้วก็นอนไม่หลับอีกเลยไปตลอดจนถึงเช้า เป็นแบบนี้มาตลอดหลายปี 

ผมไม่เคยเล่าฝันแบบนี้ให้ใครฟัง จนวันหนึ่งที่ได้มีโอกาสเจอกับแม่ของเด็กน้อยคนนี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยกันอย่างสนิทสนม เพราะผมเองก็สนิทกับลูกสาวเขามานาน เขาเองก็สนิทกับผมมากราวกับเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ตั้งแต่ที่รู้สึกผูกพันกับเด็กน้อยคนนี้มา ผมรักเธอมาก เด็กน้อยคนนี้แหละที่ทำให้ชีวิตของผมสดใสขึ้นมาได้ตลอดเวลาที่เธออยู่ข้างๆผม ผมตัดสินใจเล่าความฝันนี้ให้แม่ของเธอฟังทั้งหมด แม่ของเธอบอกว่า อาจจะเป็นไปได้ที่มีอะไรบางอย่างมาดลจิตดลใจให้ผมฝันแบบนั้น ผมเคยรู้สึกเหงา อยู่กับความเดียวดาย หาทางออกให้ชีวิตไม่ได้ ไม่มีใครคอยอยู่ข้างๆ ช่วยให้ทุกอย่างมันดีขึ้น เปรียบเสมือนกับตอนที่ผมหลงป่า ป่าที่มีแต่ความอ้างวาง เดียวดาย ผมพยายามหาทางออกจากป่า แต่ก็หาทางออกไม่ได้ เด็กน้อยคนนั้น จะมาช่วยให้ผมออกจากความรู้สึกที่เหมือนหลงป่านั้น เธอจึงปรากฏตัวให้ผมเห็นในฝัน และที่สำคัญ ใบหน้าของเธอ เหมือนถอดออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกันเลยไม่มีผิด ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง ผมก็มีเด็กน้อยคนนี้แหละ ที่คอยอยู่ข้างๆ เวลาที่ผมเหงา ผมรู้สึกหดหู่ใจ แค่ได้มาเจอหน้าเธอ ได้ยินเสียงเล็กๆใสๆของเธอ ที่คอยออดอ้อนเรียกผมว่าน้า มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมากแล้วล่ะครับ 


แต่ความฝันนั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมหายข้องใจกับสิ่งที่พบเจอเลยสักนิด ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะไม่ฝันถึงเหตุการณ์นั้นซ้ำๆอีกแล้ว ทุกวันนี้ยังอดคิดไม่ได้ ว่าถ้าผมฝันต่อไป เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เธอคนนั้น อาจะเดินเข้ามาหาผม แล้วจับมือผมให้ลุกขึ้นยืน แล้วเธอก็พาผมเดินออกจากป่าไป 

ผมคิดถึงความฝันนั้น พลางมองดูเด็กน้อยกำลังนั่งเล่นเกมโทรศัพท์มือถือเครื่องประจำของเธออย่างใจจดใจจ่อ 
ใบหน้าแบบนั้น ตาสองชั้น ดวงตากลมโต จมูกไม่มีดั้ง แก้มใสๆ เวลายิ้มเธอมีลักยิ้มที่สวย และความรู้สึกที่มองเห็นหน้าเธอคนนั้นในความฝัน ทำไมมันช่างประจวบเหมาะเหมือนกันมากขนาดนี้ ในฝัน เธอคือเด็กสาวอายุประมาณ 14-15 ปี แต่ตอนนี้ เธอคือเด็กอนุบาล 3 ที่กินเก่ง ชอบเล่นซนเหมือนลิง จนผมต้องตั้งฉายาให้เธอที่ซนเหมือนลิงไม่มีผิด

ระหว่างความฝันกับความจริง มันทำให้ผมรู้สึกสับสน เด็กน้อยคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของผมได้มากขนาดนี้ ทุกวันหลังจากเลิกงาน ผมจะต้องไปหาเธอ วันไหนไม่ได้ขึ้นไปหาเธอ ไปเล่นกับเธอ เหมือนชีวิตมันขาดอะไรไปสักอย่าง และจะหงุดหงิดใจมาก แล้วเธอเองก็ติดผมมาก เพราะน้าชายของเธออีกคนไม่ค่อยสนใจเธอเท่าไหร่ เพราะรายนั้นเขาเริ่มโต มีความเป็นส่วนตัว ไม่ค่อยชอบคลุกคลีอยู่กับหลานสาวของเขามากหรอก ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างผมกับน้องชายคนที่ผมเคยสนิท จึงค่อยๆห่างกันไป 
ผมเคยคิดมาทั้งชีวิต ว่าอย่างน้อยมีน้องชายคนนี้ที่เป็นเพื่อนในยามเหงาก็โอเคแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปแล้วผมมาเจอเด็กน้อยคนนี้ มันทำให้ผมรู้สึกรักและผูกพันกับเธอมากเป็นพิเศษ แบบว่าไม่เคยรักใครมาก่อน เด็กน้อยคนนั้นคือคนที่เข้ามาทำให้ชีวิตผมลาออกจากความเหงา ทำให้ผมได้รู้จักการเลี้ยงเด็ก ทำให้ผมได้รู้จักการเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องสั่งสอนดูแลเด็ก



และที่สำคัญ มันทำให้ผมรู้สึกหลงรักเด็กคนนี้ไปแล้ว ทั้งๆที่ตอนแรกผมเคยบอกว่าผมเกลียดเด็กเป็นทุน 
มันคือประสบการณ์ดีๆที่ครั้งหนึ่งผมได้มีหลาน ผมได้ลดอายุจากเด็กหนุ่มอายุ 16 ไปเป็นเด็ก 6 ขวบ เพื่อที่จะเข้าถึงโลกส่วนตัวของเด็กน้อยคนนี้ และทำให้เธอรู้สึกว่าถึงแม้จะอายุต่างกัน แต่เราก็เป็นเพื่อนเล่นกันได้เสมอ

SHARE
Written in this book
หลงรักเด็ก
เรื่องราวประสบการณ์ของการ หลงรักเด็ก ที่ไม่เคยลืมเลือนของชายหนุ่มโสดอายุเฉียด 30

Comments

fsfahh
13 days ago
ต่างกันแค่ 10 ปีเองค่ะ รอน้องเข้ามหาลัยแล้วไม่แน่ อาจจะได้คบเด็กนะคะะะะ
คนที่ทำให้ชีวิตเรารู้สึกมีความหมายแบบนี้ ไม่ใช่จะเดินผ่านแล้วเจอได้ทุกวัน :)
Reply
fsfahh
13 days ago
ต่างกันแค่ 10 ปีเองค่ะ รอน้องเข้ามหาลัยแล้วไม่แน่ อาจจะได้คบเด็กนะคะะะะ
คนที่ทำให้ชีวิตเรารู้สึกมีความหมายแบบนี้ ไม่ใช่จะเดินผ่านแล้วเจอได้ทุกวัน :)
Reply
fsfahh
13 days ago
ต่างกันแค่ 10 ปีเองค่ะ รอน้องเข้ามหาลัยแล้วไม่แน่ อาจจะได้คบเด็กนะคะะะะ
คนที่ทำให้ชีวิตเรารู้สึกมีความหมายแบบนี้ ไม่ใช่จะเดินผ่านแล้วเจอได้ทุกวัน :)
Reply
fsfahh
13 days ago
ต่างกันแค่ 10 ปีเองค่ะ รอน้องเข้ามหาลัยแล้วไม่แน่ อาจจะได้คบเด็กนะคะะะะ
คนที่ทำให้ชีวิตเรารู้สึกมีความหมายแบบนี้ ไม่ใช่จะเดินผ่านแล้วเจอได้ทุกวัน :)
Reply
fsfahh
13 days ago
ต่างกันแค่ 10 ปีเองค่ะ รอน้องเข้ามหาลัยแล้วไม่แน่ อาจจะได้คบเด็กนะคะะะะ
คนที่ทำให้ชีวิตเรารู้สึกมีความหมายแบบนี้ ไม่ใช่จะเดินผ่านแล้วเจอได้ทุกวัน :)
Reply