ความทุกข์ ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป
ซึมเศร้า... โรคที่คนเริ่มเป็นกันมากขึ้นในปัจจุบัน

พรากชีวิตคนไปมากมาย ทั้งคนธรรมดา จนกระทั้งคนมีชื่อเสียง

แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจ ว่าโรคนี้ไม่ใช่โรคจิต 

แต่เป็นอาการของสารสื่อประสาทที่ไม่ปกติ

ก็แค่คนป่วยคนหนึ่ง ที่ต้องได้รับการรักษา เหมือนกับคนที่เป็นเบาหวานนั้นแหละ


เราเชื่อมาตลอด ว่าตัวเองไม่ป่วย ไม่เป็นหรอก จิตใจเราเข้มแข็ง

แต่ความจริงแล้วไม่เลย

ทุกอย่างมันสะสมมาตั้งนานแล้ว แต่แค่มันยังไม่ถึงจุดที่พร้อมจะแสดงมันออกมาก็แค่นั้น

เรามองย้อมกลับไปดูตัวเองในอดีต

เรื่องราวที่ผ่านมามันกระทบจิตใจมากๆเลย

ทั้งการโดนบูลลี่ในห้องที่มีกันแค่ 29 คน ไม่มีใครอยากจะคบอยู่คนเดียวในสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านของตัวเอง

การต้องก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความผิดหวัง ร้องไห้จนตัวโยนแต่ไม่สามารถระบายกับใครได้

การผิดหวังจากความรัก 

น่าจะเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดแล้วในชีวิต 

สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่สุด กลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจที่บอบบางมากที่สุด

นั้นคือจุดเริ่มต้นของความเศร้า


เราหลอกตัวเองมาตลอด หลอกว่าเข้มแข็ง หลอกว่าไม่คิดมาก

ทั้งๆที่จริงแล้ว ไม่เลย

เราคิดมากที่สุด แต่แสดงออกไปว่าไม่คิด เก็บทุกอย่างไว้ในใจ

เข้มแข็งหรอ ปล่าวเลย อ่อนแอ่มากๆ แค่ไม่เคยร้องไห้ออกมาให้ใครเห็น

พอวันหนึ่งร้องออกมา กลับไม่มีคนเข้าใจ 
ทุกครั้งก็ผ่านมันมาได้ แต่ทำไมครั้งนี้ถึงผ่านมันไปไม่ได้ละ

ครั้งแรกที่เริ่มพบนักจิต
เกิดจากความเครียดสะสม อกหัก และเรื่องงานที่ทำเพื่อให้ตัวเองไม่จม

วูบที่ยืนอยู่บนสะพานลอย เป็นวูบที่ทำให้เราคิดว่า ตอนนี้เราไม่ปกติแล้ว

แต่ด้วยความคิดที่ไม่อยากตาย ทำให้ลงความเห็นว่าเกิดจากการเครียด

ครั้งที่สอง เกิดจากปัญหาความเครียด
ไม่กินข้าว นอนไม่หลับ ถ้าหลับคือนอนยาว ไม่ทำอะไร จนเกิดอาการกระเพาะอักเสพ กรดในกระเพาะดันจนหายใจไม่ออก

แอดมิดโรงพยาบาล ตรวจความดัน คลื่นหัวใจ 

นั้นทำให้การพบนักจิตครั้งที่สองเกิดขึ้น

เราเข้าไปเพื่ออยากจะให้ตัวเองรู้จักยอมรับความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น อยากจะยอมรับว่าเราไม่ได้เข้มแข็ง และยอมรับว่าคนที่เรารัก เขาไม่ได้รักเรา

ความคิดฆ่าตัวตายมี แต่ไม่มาก

พูดคุย และบำบัดโดยการเขียน การระบายออกมา ซึ่งตอนนั้นอาการดีขึ้นมากๆ

ลดความเครียดลงไปได้มาก กลับมากินข้าว และนอนได้อย่างปกติ

แต่สุดท้ายแล้ว จิตที่ไม่ปกติเป็นทุนเดิม บวกกับร่างกายที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ

สุดท้าย ความสุขก็ไม่ได้อยู่กับเราอีกแล้ว



โควิด ทำให้เราต้องกลับไปเรียนที่บ้าน 

ปัญหาการเรียน ความกดดัน การอยู่บ้าน ทำให้เรากลับมาเครียดอีกครั้ง

แต่ก็หลอกตัวเอง ว่า
เปล่า ไม่ได้เครียด

แต่พอกลับมามหาลัย

ทุกอย่างมันถล่มลงมาพร้อมๆกัน

หลายๆอย่าง ความรู้สึกมันกลับมา เมือเรามาอยู่คนเดียว

ความรู้สึกโดดเดียว ไม่มีใครเข้าใจ ความรู้สึกอยากตาย ไร้ค่า มันมากขึ้น มากขึ้น

มากขึ้นจนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้

ร้องไห้บ่อยขึ้น คิดอยากตายอยู่แทบจะตลอดเวลา
ทุกอย่างในชีวิตเศร้าไปหมด
แค่สตาร์ทรถไม่ติดครั้งเดียวก็เศร้าไปทั้งวัน

ฝนตก ก็นั่งเศร้า

อยู่กับเพื่อนปากยิ้ม แต่ใจไม่ยิ้มตามไปเลย ทุกอย่างมันเศร้าไปหมด

เริ่มกระทบกับชีวิตประจำวันมากขึ้น มากขึ้น

มากขึ้นจนไม่ไหว

ทำไมไม่มีความสุขเหมือนเมือก่อนเลย
คำถามที่เราถามตัวเองอยู่ตลอดเวลา

นอนมองเพดานห้องแช้วก็เกิดคำถามมากมายขึ้นมา

เกิดมาทำไมว่ะ

มาทำอะไรตรงนี้

อะไรคือความสำเร็จของมึงว่ะ

ตายไหม พ่อกับแม่จะได้ไม่เหนื่อยส่งลูกโง่ๆเรียนต่อ

อะไรคือความฝันของมึง 

อยู่ไปทำไม

.
.
.

นั้นสิ อยู่ไปทำไม

การพยายามหาคำตอบให้ตัวเอง กลายเป็นเรื่องยากมากขึ้น อยากจะถามแม่

แต่ก็ไม่กล้า
เมือคนในครอบครัวเรา

ไม่เข้าใจคำว่า
ซึมเศร้า
กลายเป็นความกลัว 

กลัวที่จะไปหาหมอ กลัวว่าหมอจะบอกว่าเป็น ทั้งๆที่เราก็รู้อยู่แล้วกับการพบนักจิต

กลัวว่าแม่จะยอมรับไม่ได้

กลัวว่าคนรอบข้างจะไม่เข้าใจ

ทั้งๆที่เพื่อนเราก็รู้ว่าตลอดว่าตอนนี้ สภาพจิตใจ และร่างกายของเราเป็นยังไง

แต่ก็กลัว

กลัวไม่ได้ทำตามความฝัน ที่เรายังมองไม่ออกว่าจะเดินไปยังไง

กลัวความตาย

หากตายไปแล้ว จะมีใครร้องไห้เสียใจไหม จะไปบอกกับพี่ตนอื่นยังไง ถ้าไม่มีใครร้องไห้เลย

กลัวว่าเราจะตายจากไปในความทรงจำของคนที่เรารัก

กลัวว่าจะไม่มีใครรักเราเลย

แต่อย่างน้อยๆเราก็รู้ว่ามีคนคนหนึ่งรักเราเสมอ คนที่คอยปลอบเรา โอบกอดเรา เช็ดน้ำตาให้เรา

คนที่เราจะเห็นเขาในทุกครั้งที่มองกระจก

รอยยิ้มที่ส่งมา มันทำให้เรามีแรงที่จะเดินต่อ

ความทุกข์ ตอนนี้มันอยู่กับเรา

แต่สักวัน และคงจะมีสักวัน

ที่ความสุขจะหวนกลับมาอีกครั้ง

เราหวังว่า วันหนึ่งเราจะได้กลับมาเขียน ความสุข ของเราอีกครั้ง

เราหวังว่าสักวัน ความทุกข์นี้จะหายไป

เพียงแค่หวังว่า

เราคงจะไม่ตายสักก่อน


SHARE

Comments

bluedecember
3 months ago
ขอให้มีวันที่ดีนะคะ ยิ้มเยอะๆนะคุณคนเก่ง💘
Reply