สูง 170 เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีอาการคัดจมูกและปวดไซนัสบ่อยๆ เลยตัดสินใจไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลช่วงเช้าวันศุกร์

เรื่องผลการตรวจนั้นไม่มีปัญหาอะไร คุณหมอบอกว่าจมูกอักเสบนิดหน่อย เลยจัดยามาให้กิน รวมใช้เวลาในการรอพบแพทย์-ตรวจอาการ-จ่ายเงิน-รับยา ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ

แต่ไฮไลท์ประจำวันดันอยู่ที่การวัดขนาดร่างกาย วัดความดัน และวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนพบคุณหมอ

ตัวเลขทุกอย่างที่คุณพยาบาลวัดได้นั้นอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างปกติหมด มีแค่น้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐานไปพอสมควร และส่วนสูงที่ได้ผลผิดแปลกจากตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เอาเข้าจริง ผมก็ไม่ได้เป็นผู้ชายที่ตัวสูงใหญ่อะไรมากมาย แต่เป็นผู้ชายไซส์ “170 ต้นๆ” นี่แหละ

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย จนมาถึงตอนอายุใกล้ 40 ผมมักวัดส่วนสูงได้ประมาณ 171–172 เซนติเมตร เสมอมา แถมส่วนใหญ่จะเป็น 172 เซนติเมตรด้วย

ตอนตรวจสุขภาพก่อนเข้าเป็นนักศึกษา ผมมีส่วนสูง 171 ตอนไปทำพาสปอร์ตช่วงเรียนปี 1 ผมก็มีส่วนสูง 171 แต่พอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่หลังจบปริญญาตรี ผมก็เริ่มมีส่วนสูง 172

หลังจากนั้น เวลาไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาล หรือทำพาสปอร์ตเล่มหลังๆ ทั้งคุณพยาบาลและเจ้าหน้าที่ศูนย์ทำหนังสือเดินทาง ก็วัดส่วนสูงให้ผมได้ 172 เซนติเมตร เกือบทั้งหมด

จะมีผ่าเหล่ากออยู่แค่สองครั้ง กรณีล่าสุดเกิดขึ้นตอนตรวจสุขภาพปี 2561 ที่พยาบาลวัดส่วนสูงให้ผมได้ 171 เซนติเมตร (แต่พอมาปี 2562 ตัวเลขก็ขยับขึ้นเป็น 172 ตามเดิม)

กับอีกคราวหนึ่งต้องย้อนไปถึงปี 2547 หลังผมจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ แล้วมีอาการป่วยค่อนข้างหนัก จนคุณหมอแนะนำให้ตรวจสุขภาพแบบละเอียดๆ ไปเลย ซึ่งในครั้งนั้น ทางโรงพยาบาลวัดส่วนสูงของผมได้แค่ 170.5 เซนติเมตร

แต่อย่างที่เล่าไปแล้วว่าในปีถัดๆ มา ผมก็มีส่วนสูง 172 มาโดยตลอด เวลาไปตรวจสุขภาพประจำปี

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงบอกใครๆ (หรือให้คำตอบเวลามีคนถาม) ว่าตัวเองสูงประมาณ 171–172 เซนติเมตรอยู่เสมอ

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าผมจะมั่นใจในตัวเลข-สถิติดังกล่าวชนิดร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะผมมักรู้สึกว่าตนเองจะแลดูเตี้ยกว่าคนรู้จักบางรายที่สูง 172 เซนติเมตร อยู่นิดๆ หน่อยๆ

หรือเมื่อมีโอกาสเจอคนมีชื่อเสียงอย่าง “วรรณา บัวแก้ว” อดีตนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ที่สูง 172 เซนติเมตรเหมือนกัน ผมก็จะรู้สึกว่าเธอตัวโตมากๆ และน่าจะสูงกว่าผมสัก 2–3 เซนติเมตรได้

นอกจากนี้ ผมยังชอบมีอาการกะความสูงของคนอื่นผิดอยู่บ่อยๆ เช่น ผมมีเพื่อนร่วมงานผู้หญิงต่างแผนกคนหนึ่ง ที่ไม่ว่าดูยังไง เทียบเมื่อไหร่ เธอก็ตัวสูงกว่าผม (โดยไม่ใส่รองเท้าส้นสูง) ผมประมาณว่าเพื่อนคนนี้ควรสูงราวๆ 174 เซนติเมตร แต่เธอกลับบอกผมว่าตัวเองสูงแค่ 171

ยังมีเพื่อนรุ่นน้องต่างแผนกอีกคน ที่จัดเป็นผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่งประจำบริษัท เวลาผมเดินสวนกับเธอ (ซึ่งไม่ชอบใส่รองเท้าส้นสูง) ผมมักรู้สึกว่าเราสองคนนั้นตัวเท่าๆ กัน แต่พอถามว่าเธอสูงเท่าไหร่ น้องคนนี้กลับตอบว่าเธอสูง 168–169 เซนติเมตร เตี้ยกว่าผมอยู่ถึง 3–4 เซนติเมตร

ในแผนกของผมเอง ก็มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่มีรูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่เกินมาตรฐานสตรีไทยทั่วไป ปกติ น้องคนนี้จะใส่รองเท้าส้นสูงสองนิ้วมาทำงาน ซึ่งส่งผลให้เธอตัวสูงกว่าผมอยู่นิดๆ ผมเคยกะเอาไว้ว่าน้องผู้หญิงร่วมแผนกรายนี้คงสูงประมาณ 168–170 แต่กลับต้องตะลึงเมื่อได้รู้ว่าเธอสูง 166 เซนติเมตรเท่านั้น

กลับมาที่ห้องวัดขนาดร่างกายในวันศุกร์ที่ผ่านมา

ดูเหมือนจะมีลางบอกเหตุบางประการตั้งแต่เมื่อผมก้าวเท้าเข้าไปในห้องดังกล่าว

เรื่องแรก คือ น้องพยาบาลวัย 20 กว่าๆ ที่ทำหน้าที่วัดค่าต่างๆ ในร่างกายของผมนั้น เป็นผู้หญิงผอมสูง โดยเธอน่าจะตัวสูงกว่าผมเสียอีก

เรื่องต่อมา คือ หลายปีที่ผ่านมา เครื่องชั่งน้ำหนัก-วัดส่วนสูงในโรงพยาบาลแห่งนี้ จะเป็นแบบกึ่งดิจิตอลกึ่งแมนนวล คือ ผลตัวเลขน้ำหนักตัวจะปรากฏบนหน้าปัดดิจิตอล แต่สำหรับการวัดส่วนสูงนั้น ยังต้องพึ่งพาให้คุณพยาบาลเป็นผู้เลื่อนกดแท่งพลาสติกระบุความสูงลงบนศีรษะของคนไข้

ทว่าตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา โรงพยาบาลได้ทยอยเปลี่ยนเครื่องชั่งน้ำหนัก-วัดส่วนสูง ให้เป็นรุ่นอัลตร้าโซนิคทั้งหมด โดยแค่เพียงคนไข้ขึ้นไปยืนตัวตรงนิ่งๆ บนเครื่อง ตัวเลขน้ำหนัก-ส่วนสูงก็จะค่อยๆ ปรากฏบนหน้าปัดดิจิตอล

ผมเคยใช้บริการเครื่องวัดขนาดร่างกายรุ่นใหม่นี้มาหนหนึ่ง จากการมาพบแพทย์ในช่วงต้นปี คราวนั้น เครื่องมือไฮเทควัดส่วนสูงของผมได้ 171.8 เซนติเมตร ซึ่งก็นับว่าใกล้เคียงกับตัวเลข 172 ที่วัดได้จากเครื่องมือรุ่นเดิม

แต่พอมาถึงเช้าวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม เจ้าเครื่องวัดขนาดร่างกายระบบอัลตร้าโซนิคดันแผลงฤทธิ์ด้วยการวัดส่วนสูงให้ผมได้เพียง 170.1 เซนติเมตร

นี่เป็นครั้งแรกนับแต่ปี 2547 ที่ส่วนสูงของผมหล่นลงมาถึงหลัก 170 แถมยังเป็น 170.1 เซนติเมตร ที่เตี้ยกว่า 170.5 เซนติเมตร เมื่อ 16 ปีก่อนเสียอีก

ผมไม่ยอมรับตัวเลขดังกล่าว และขอโอกาสน้องพยาบาลอีกครั้ง ด้วยการขึ้นไปวัดขนาดร่างกายบนเครื่องซ้ำอีกรอบ หนนี้ตัวเลขกระเตื้องขึ้นมาหน่อยเป็น 170.7 แต่ก็ยังห่างไกลจากสถิติเดิม 172 มากพอสมควร

พอเห็นผมมีอาการผิดหวัง น้องพยาบาลจึงอมยิ้มแล้วถามว่า “ครั้งก่อนๆ คนไข้ตัวสูงเท่าไหร่หรอคะ?”
 
“ส่วนใหญ่ก็ 172 ครับ มีเคยหล่นไป 171 ครั้งเดียว แล้วก็มีเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ที่เคยสูง 170 ครึ่ง แบบที่วัดได้วันนี้” ผมอธิบายยาวพอสมควร

เวลายืนสนทนากัน น้องพยาบาลผู้นี้มีรูปร่างสูงกว่าผมอย่างชัดเจน หากวัดจากระดับสายตาที่ต่างกันของเราสองคน

ก่อนผมจะออกจากห้องวัดขนาดร่างกายไปนั่งรอพบคุณหมอ น้องพยาบาลคนเดิมกล่าวไปยิ้มไปเป็นการปิดท้ายว่า “แต่หนูว่าผลการวัดวันนี้อาจจะถูกต้องก็ได้นะคะ เพราะถ้าเป็น 172 จริงนี่คนไข้ต้องสูงเท่าๆ หนูเลย หนูสูง 172 พอดี” 

หลังพบคุณหมอเสร็จเรียบร้อย ผมยังไม่ยอมแพ้ รีบเร่งฝีเท้าไปยังอีกแผนกหนึ่งในโรงพยาบาลเพื่อขอใช้บริการเครื่องวัดขนาดร่างกายอัลตร้าโซนิคอีกเครื่อง ซึ่งเคยระบุผลว่าผมตัวสูง 171.8 เมื่อช่วงต้นปี

ปรากฏว่า 6 เดือนผ่านไป เจ้าเครื่องวัดขนาดร่างกายอันเดิมดันวัดความสูงของผมได้เพียง 170.3 เซนติเมตรเท่านั้น

ผมเลยกลายเป็น “ผู้ชายสูง 170” เข้าจนได้
SHARE

Comments