สอบออนไลน์

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19แบบนี้
แน่นอนว่าการศึกษานั้น
ก็มีผลกระทบเหมือนกัน

จากการเรียนในห้องเรียนปกติ
เรียนกับเพื่อนๆในห้อง
ได้ใกล้ชิดกัน
กลายมาเป็นเรียนออนไลน์
ที่อยู่ห่างกับเพื่อนแสนไกล

จากการรวมกลุ่มทำงาน ทำการบ้านกัน
ได้ยินเสียง ได้เห็นหน้ากัน
กลายเป็นการทำงานผ่านการโทรหากัน
ได้ยินแค่เพียงเสียง

ได้นั่งลอกการบ้านเพื่อน
โดยผลัดกันยืมสมุดกันไปมา
กลายเป็นถ่ายรูปส่งให้กันแทน

เหงาเนอะ..

แต่..

ข้ามเรื่องนี้กันไปก่อน


เพราะมีอยู่หนึ่งเรื่องที่อยากจะเขียนมากๆอยู่เรื่องนึง
นั่นก็คือ
การสอบออนไลน์

เราเป็นคนนึงที่ต้องเรียนออนไลน์
และได้สอบออนไลน์กับอาจารย์ 2 คน
เป็นอาจารย์ที่สอนวิชาคล้ายกันมาก
ต่างกันแค่นิดเดียวจริงๆ

เราอยากจะเปรียบเทียบ
การสอบทั้ง 2 แบบ
ให้ทุกคนได้อ่านดู
ว่ามันเป็นอย่างไร

มันเป็นความอึดอัดใจของเรามากๆเลยล่ะ

วันนี้ขอระบายหน่อยนะ :)

เริ่มด้วยที่
อาจารย์คนแรก
เป็นอาจารย์ที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก
ได้ยินกิตติศัพท์มาว่าสอนเร็วและน่ากลัวเหลือเกิน
สอบก็ยาก เพราะส่วนใหญ่จะเอาข้างนอกมาสอบ

คือเราเรียนด้านภาษา
เขาก็เลยเอาข้อสอบวัดระดับมาให้สอบบ่อยๆล่ะนะ

อาจารย์คนนี้
เจอกันครั้งแรก
ก็ออนไลน์เลย

สอนก็ออนไลน์
สอบก็ออนไลน์

โคตรตื่นเต้นเลยจริงๆ

เอาล่ะ
เรามาดูวิธีการสอบของเขาดีกว่า

การสอบของวิชานี้
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
มีทั้ง ข้อชอยส์ ข้อพิมพ์ และข้อเขียน

ข้อชอยส์ ประมาณ 25 ข้อ
แต่ค่อนข้างที่จะง่าย
เขาให้เราทำในโปรแกรมนึง
มีชื่อว่า Google forms
เราเชื่อว่าหลายๆคนรู้จัก

อาจารย์ทำเป็นชอยส์ให้เลือกง่ายๆ
คำถามและคำตอบ

อ่านเข้าใจ

มีพิมพ์ประโยคตอบบ้างนิดหน่อย
แต่ไม่ยาก

เนื้อหาครอบคลุมบทเรียนที่กำลังเรียนอยู่

พาร์ทนี้ผ่านไปได้ง่ายมากๆ
ทำไม่นานก็เสร็จ

ข้อพิมพ์ จำนวนข้อสอบประมาณ 20 ข้อ
แต่ทำในอีกโปรแกรมนึง
ที่ชื่อว่า Socrative
โปรแกรมนี้เพิ่งเคยเจอตอนเรียนกับอาจารย์คนนี้
ก็น่าสนใจดีนะ

พาร์ทนี้เป็นพาร์ทฟัง
เป็นการฟังข้อสอบวัดระดับภาษานี่แหละ
พอฟังเสร็จก็พิมพ์คำศัพท์ต่าง ๆ นานา
ลงในช่องเพื่อตอบคำถาม
ค่อนข้างสะดวกและรวดเร็ว

มันไม่ได้ยากอะไร
เพราะเนื้อหาที่เขาเอามา
มันค่อนข้างที่จะสอดคล้องกับบทเรียนที่เรียนอยู่

ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย

ข้อเขียน มีข้อเดียว
อาจารย์ให้เวลาครึ่งชั่วโมง
ในการแต่งบทสนทนาสั้น ๆ จากคำที่กำหนดให้

มันไม่ยากเลย
เขียนไปไม่นานก็เสร็จ

แต่พาร์ทนี้ลำบากนิดหน่อย
ตรงที่ต้องถ่ายรูป
อัพลงใน Google classroom

แต่ก็แค่รูปเดียว..

จากตอนแรกที่กดดันกับการสอบครั้งนี้
กลายเป็นค่อนข้างสบายใจ
และมั่นใจในข้อสอบมากกว่าเดิม
และรู้สึกว่ามันจะทำได้ดีด้วยแหละ

เวลาก็เหลือๆ
แว้บไปกินข้าวได้สบาย ๆ

มาต่อกันที่อาจารย์คนต่อมา

อาจารย์คนนี้
รู้จักกันตั้งแต่ปี 1
เรียนกันมาตลอด

เรียนปกติก็ออกข้อสอบโหดแล้ว

ออนไลน์โหดกว่าอีก..

ปกติอาจารย์เขาจะออกข้อสอบประมาณ 100 ข้อขึ้นไป
ล่าสุดปลายภาค 170 ข้อ
เยอะใช่ไหม..


ครั้งนี้ก็เช่นกัน
ประมาณ 150-160 ข้อ
หรือไม่ก็ 170+ ข้อนี่แหละ

ให้เวลา 2 ชั่วโมงในการสอบ
ต่อให้อีก 10 นาทีในการส่งข้อสอบ

การสอบครั้งนี้
มีทั้งข้อชอยส์ และข้อเขียน

มันก็ดูเหมือนไม่มีอะไรใช่ไหมล่ะ
งั้นมาดูรายละเอียดข้อสอบกัน

ข้อชอยส์ มี 30 ข้อ...
ย้ำ

30 ข้อ!!!!

โปรแกรมที่ทำก็เป็น Google forms
ที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง

คำถามและคำตอบอ่านแล้วก็เข้าใจบ้าง
ไม่เข้าใจบ้าง
เนื้อหาก็ อืม..

ครอบคลุมในบทเรียนมั้ง

ทำไมเราถึงมีมั้งในประโยคบนน่ะหรอ

1. อาจารย์เคยเอาคำศัพท์มาให้ดู แต่เขาพูดว่า
"ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องจดก็ได้ อาจารย์เอามาให้ดูเฉยๆเอง"

เผื่อเด็ก 63, 64, 65 หรือ 6 ไหนมาอ่าน
ขอเตือนไว้..
อย่าเชื่อคำนั้น

เตือนแล้วนะ!

เอามาให้ดูเฉย ๆ...
ออกในข้อสอบไป 4 ข้อ

ดูน้อยนะ

แต่ 4 คะแนน
:)

2. เอาเนื้อหาเก่าที่เรียนผ่านไปนานแล้วเอามาออกสอบ
อันนี้ก็พอจะเข้าใจว่าอาจจะอยากทบทวนความรู้

แต่..

เนื้อหาที่เรียนน่ะ
ทำไมไม่เอามาออกบ้าง ?

ออกไปอีกประมาณ 4-5 ข้อ

เราในฐานะคนที่อ่านเนื้อหาในบทเรียนจนแทบจะจำได้
กลับมาตายเพราะตัวเองไม่ย้อนกลับไปอ่านอันเก่า

ที่คือหนังสือเล่มเก่า
ที่เรียนจบไปนานแล้ว

ไปแล้วอีก 4-5 คะแนน

3. ออกข้อสอบกระจุกอยู่หัวข้อเดียวอันนี้เหมือนจะเจอไปประมาณ 8-9 ข้อได้

การไม่กระจายหัวข้อ
เป็นการฆ่านิสิตมากๆนะ

เราเรียนไวยากรณ์ก่อนสอบเนี่ย
ประมาณ 13 ตัว

อาจารย์ออกหัวข้อเดียวแต่ 8-9 ข้อ
เอาหัวข้ออื่นมาอย่างละ 1 ข้อ
ไม่ถึง 5 ข้อ

ถามว่าตายไหม?
ตายนะ..


ไม่มีการกระจายความเสี่ยงเลยด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่าสงสารเด็กบ้างไหม

ส่วนข้อทีี่เหลือมันก็โอเค เหมาะสมอยู่
แต่ลองนับดู
มันก็ทำให้คะแนนหายไปหลายอยู่นะ
ถ้าเราไม่มีความรู้ตรงนั้นแน่นจริงๆ

เราเป็นคนนึงที่ความรู้ไม่ได้แน่นไปทุกอัน
แล้วเราอาจจะดวงซวยด้วย
ที่เขาออกอันที่เราไม่แม่นทุกอันเลย

ถามว่าจะเหลือคะแนนพาร์ทนี้ไหม
อืม...เรียกมันว่าเศษเลขก็ได้นะ..

ข้อเขียน เรามาลองประมาณข้อสอบทั้งหมดกัน
เอาซัก 160 ข้อละกันนะ 
ตัดข้อชอยส์ไป 30 ข้อ

ข้อเขียนก็จะประมาณ 130 ข้อ

อืม..

ทำข้อชอยส์กันก็ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว
เหลืออีก 90 นาที กับ 130 ข้อ

ตายไหม ?
ไม่เหลือ..

เราตายเพราะอะไร
เราจะบอกให้

1. ด้วยจำนวนข้อกับเวลาที่แสนจะน้อยนิด
มีโจทย์ 16 ข้อใหญ่ให้ทำล่ะนะ..

มือไม่ล็อคให้ว่าไป

2. จริง ๆ เราควรให้ความสำคัญกับเนื้อหาหลักใช่ไหม
แต่..เจอเนื้อหาบทเสริมเยอะมาก

เป็นการสอบที่เน้นบทเสริมเยอะมาก
ไม่รู้ว่าชอบอะไรบทเสริมนักหนา

แถมสอนก็ไม่ได้ลงลึกนะ
สอนผ่านๆ
แล้วก็เอามาออกสอบ

หึ :)

นอกจากเอาบทเสริมมาออก
เอาสิ่งที่ไม่เคยเรียนมาออกด้วย!

3. ด้วยความข้อเขียน ต้องเขียนทั้งหมดใช่ไหม
นั่นล่ะ เขียนวนไปจ้า
แต่งประโยคไปสิ แต่งเรื่องไปสิ
เราเจอแต่งประโยคไปประมาณ 30-40 ข้อ

ถามจริงนะ
ให้เขียนน่ะ ให้เราเอาเวลาไหนไปคิด
กับเวลาแค่นั้น 90 นาที

สมองทำงานหนักมากจริงๆ

4. ด้วยความถ้าเป็นสอบปกติ
เราสามารถพลิกกระดาษไปมาได้

แต่...ออนไลน์ไม่ใช่

ใจมันต้องนิ่งในการกดเปลี่ยนหน้ามากๆ
เพราะถ้าใจไม่นิ่งพอ

มือลั่น
กลายเป็นกดรีเฟรชได้เลยล่ะ

ดังนั้น
เลยพากันไม่กล้ากดข้ามข้อกัน

แล้ว..
ข้อที่ค่อนข้างง่ายนั้น
อยู่ข้างหลังเกือบหมด

ควรจะเอามาไว้ข้างหน้านะ...

5. ปัญหาสุดท้าย การส่งข้อสอบ
เป็นอะไรที่ยุ่งยากมาก
เราต้องถ่ายรูป 16 รูป เพื่อเอาไปส่งใน
Google classroom

16 รูป!

แถมอาจารย์ยังคอยเร่งเราตลอดเวลา
ถ้าเป็นคุณคนอ่าน คนอ่านคงตื่นเต้น มือไม้สั่น ทำอะไรไม่ถูกใช่ไหมล่ะ?

เราเป็นนะแบบนั้น
พอมือสั่นก็ต้องถ่ายใหม่
เพราะภาพมันเบลอเนอะ

บางที..
ภาพกลับหัว
ก็ต้องปรับต้องแก้ให้อาจารย์
เพื่อให้เขาตรวจได้สะดวก

แต่อยู่ในเวลาที่จำกัดนะ

และเสียงเร่งเร้าให้รีบส่งนั้น
ก็ยังลอยเข้ามาในหูเรา

จนรู้สึกรำคาญ

โคตร TOXIC

จนเราแอบคิด
ถ้าอยากได้อะไรที่มันสมบูรณ์แบบ
กรุณารอหน่อยเถอะ

เน็ตไม่ได้แรงทะลุหลังคาขนาดนั้น
แถมตั้งกี่รูปกัน

เห็นใจกันหน่อยเถอะ


จากการสอบครั้งนี้
เราได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างเลย

ว่าการออกข้อสอบควรปรับให้เหมาะกับสถานการณ์
ไม่ใช่ออกตามมาตรฐานที่ไร้การลดหย่อน

การออกข้อสอบเยอะ
ไม่ได้วัดว่านิสิตเก่งฉันใด
การออกข้อสอบน้อย
ก็ไม่ได้วัดว่าอาจารย์ขี้เกียจออกข้อสอบฉันนั้น

บางทีข้อสอบที่น้อย ๆ
แต่คัดสรรมาแล้ว
ว่ามันเหมาะสมกับนิสิตแล้ว

ก็อาจจะดีกว่าออกข้อสอบไม่รู้กี่ร้อยข้อ
แล้วมาทำให้นิสิตเครียดแทบเป็นแทบตาย
อ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ
เพราะต้องไปนั่งอ่านอันเก่าๆเพื่อดักอาจารย์อีก

แถมการเรียนการสอนออนไลน์

อย่างน้อย
มันควรจะเอื้อให้กับนิสิตบ้าง

อย่างน้อย
ปรับวิธีการทำข้อสอบบ้าง

อย่างน้อย
ลดจำนวนข้อสอบบ้างก็ได้

อย่างน้อย
ช่วยตัดข้อที่มันไม่สำคัญออกไปบ้างเถอะ..

อย่าเอาความคิดว่าข้อสอบยิ่งยาก ยิ่งเยอะ
มันจะทำให้เด็กเก่งเลย

การสอบครั้งนี้เป็นการสอบที่แย่มากๆ
กับอาจารย์คนที่สอง
เพราะเขาเหมือนไม่เข้าใจนิสิตเลย
ปรับแต่วิธีการส่ง แต่วิธีการสอบ 

ไม่เลย

แต่เป็นการสอบที่ดี
กับอาจารย์คนแรก
เพราะเขาเข้าใจนิสิต
และปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตอนนี้

อยากจะบอกว่า..
หลังจากการสอบของอาจารย์คนที่สองนั้น
สลบไป 3 ชั่วโมง เพราะความเหนื่อยล้วนๆ
เหนื่อยสมองสุดๆ

โคตรทำร้ายนิสิตเลย
จริงๆนะ

ถ้าขอได้
อย่าออกข้อสอบออนไลน์แบบนี้อีกเลย

ให้กราบก็ยอม


กระถิน.


SHARE
Writer
mtm2902_
SAD PEOPLE
I JUST WANTED SOME PLACE TO WRITE SOMETHING

Comments