ชีวิตติดเลเบล
เคยได้ยินมาว่าคนเรามักจะพยายามนำสิ่งใหม่ๆที่เราเจอมาจับให้เข้ากันกับประสบการณ์ต่างๆที่เราเคยผ่านมา ถึงแม้บางทีสิ่งนั้นๆอาจจะไม่ได้คล้ายกันขนาดนั้นแต่เราก็มักจะเอาใส่ในแม่พิมพ์ที่เรามีอยู่เพื่อทำให้เราเข้าใจสิ่งใหม่นั้นๆได้ดีขึ้น อย่างเช่น ถ้าเราไปเที่ยวในประเทศๆหนึ่งที่เราไม่รู้จักอาหารของชาติเค้ามาก่อน พอเราไปชิมแล้วจะอธิบายให้เพื่อนเราที่ไม่ได้ไปด้วยกันฟัง เราก็อาจจะบอกเพื่อนว่า แกชั้นไปกินอาหารประเทศนี้มาอร่อยมาก ทำมาจากไก่แล้วก็มีผักต่างๆ รสชาติคล้ายๆแกงไก่บ้านเรานั่นแหละ เป็นต้น นี่อาจจะเป็นเรื่องทางกายภาพที่จับต้องได้ แล้วถ้าเราไปเจอคนใหม่ๆที่เราไม่รู้จักมาก่อน เราได้คุยกับเค้าไม่กี่ประโยค บางครั้งเราก็อาจจะเผลอนำเค้าไปจัดลงในลักษณะนิสัยหมวดต่างๆที่เราเคยชินโดยไม่รู้ตัวก็ได้ อย่างเช่นไปเจอผู้ชายคนนึง ลักษณะแบบนี้ พูดจาแบบนี้ เราก็เหมารวมไปว่าต้องเป็นคนเจ้าชู้แน่ๆ ทั้งที่จริงๆแล้วเราเพิ่งเจอกัน แล้วก็ยังไม่ได้รู้จักเค้าดีขนาดนั้น

จากเรื่องนี้ถ้าเป็นสเกลที่ใหญ่ขึ้นกับคนที่มีบทบาทต่างๆในสังคม คนที่เราอาจจะเรียกว่าเป็นบุคคลสาธารณะล่ะ การที่เราได้เห็นเค้าแสดงความคิดเห็น หรือ ปรากฏตัวในสื่อ ก็อาจจะทำให้เราเชื่อไปว่าคนคนนี้เป็นแบบนี้ มีความคิดประมาณนี้ แต่เอาจริงๆแล้วสิ่งที่เราเห็นในสื่อก็เป็นแค่ด้านนึงที่เค้าเลือกจะแสดงออกมาเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด แล้วพอมาวันนึงมีสื่อประโคมข่าวว่า นางเอกหน้าตาน่ารักเรียบร้อยที่เราเคยคิดว่าดีเพรียบพร้อมทุกอย่างทำอะไรที่สังคมไม่ยอมรับขึ้นมาล่ะ เราก็จะพากันก่นด่าว่าเค้าต่างๆนาๆ (จริงๆตอนแรกจะใช้ตัวอย่าง “พระเอก” แต่เกือบทุกครั้งที่มีข่าวไม่ดีออกมา พระเอกมักจะได้รับการปกป้อง…) อาจจะพาลไปถึงว่าจะไม่ดูละครที่นางเล่นอีกต่อไปแล้ว หรือการที่มีดารานักแสดงออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกับความเชื่อของเรา เราก็พากันโจมตีและบอกว่าจะไม่เสพงานของเขาเหล่านั้นอีกต่อไป หรือแม้แต่นักเขียนนักคิดที่เขียนหนังสือดีมีคุณค่าได้รางวัลมากมาย ที่เราเคยชื่นชมเคยซื้อหนังสือเค้ามาอ่าน วันนึงออกมาแสดงความคิดเห็นที่อาจจะไม่ตรงใจเรา เราก็พาลบอกว่าจะขายหนังสือเหล่านั้นทิ้งให้หมด!

ถามจริงๆว่าแค่ความเห็นไม่ตรงกันในบางเรื่องจะทำให้สิ่งดีๆที่เค้าเคยสร้างสรรค์มาไม่มีคุณค่าอะไรเลยหรอ เราเชื่อว่าคนเรามีหลายด้านหลายมุมหรือบางคนอาจจะเป็นทรงกลมที่ไม่มีเหลี่ยมด้านมุมแต่มองทางไหนก็ไม่เหมือนกันเลยก็ได้ บางทีเราก็เห็นแต่สิ่งที่เค้าอยากให้เราเห็น พอมีสิ่งที่เราไม่คาดคิดว่าจะมีอยู่ในตัวคนๆนี้ เราก็อาจจะผิดหวัง แล้วอาจจะไม่ชื่นชมเค้าเหมือนเดิมอีกต่อไป นั่นก็เป็นสิทธิเฉพาะของแต่ละคนที่จะชอบหรือไม่ชอบอะไรก็ได้ แต่การไปตัดสินไปต่อว่าในสิ่งที่เค้าทำ บางทีก็อาจจะไม่ได้ถูกต้องนักเพราะทุกความคิด ทุกคำพูด และทุกการกระทำมีกระบวนการเบื้องหลังที่เราไม่ได้ไปเห็นเสมอ ถ้าเราไม่ได้ไปยืนอยู่ในที่ที่เค้าอยู่เราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าทำไมเค้าถึงแสดงออกมาแบบนั้น คนเรามีพื้นฐานความคิดแตกต่างกัน หรือแม้แต่คนคนเดียวกันพอเวลาผ่านไปความคิดความเชื่อเราก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

การทำใจกว้างๆยอมรับคนที่คิดเห็นไม่เหมือนเราเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สังคมขับเคลื่อนผ่านไปได้ การยอมรับความเห็นต่างไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเห็นด้วยกับเค้า แต่มันคือการยอมรับว่ามีคนที่คิดเห็นไม่เหมือนเราอยู่บนโลกใบนี้และการที่เรามีความคิดเห็นไม่เหมือนกันก็ไม่ได้แปลว่าเราจะอยู่ร่วมกันหรือเป็นเพื่อนกันไม่ได้ แล้วการจะให้คนรอบตัวเรามีความคิดเห็นเหมือนกับเราไปหมดทุกอย่างก็เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้เช่นกันเพราะทุกคนมีความเป็นปัจเจก มีสิทธิที่จะคิดเห็นอย่างไรก็ได้ และเราก็ควรจะเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน 

การเคารพความเห็นซึ่งกันและกันควรเอาไปใช้กับทุกๆเรื่องนะ แต่ถ้าจะเห็นได้ชัดในสังคมไทยที่ผ่านมาก็น่าจะเป็นเรื่องการเมือง การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย การพยายามทำให้คนที่ชอบฝ่ายตรงข้ามคิดเหมือนเราด้วยการโจมตีคนที่คิดไม่เหมือนกันว่าผิดบ้างล่ะ โง่บ้างล่ะ เรื่องการแบ่งฝ่ายทางการเมืองก็เป็นอีกเรื่องนึงที่เราพยายามเอาป้ายไปติดให้กับคนอื่นๆว่า “แกมันเสื้อเหลือง แกมันเสื้อแดง ไอพวกสลิ่ม บลาๆๆ” จริงๆแล้วความคิดความเชื่อในเรื่องต่างๆของคนเรามันซับซ้อนกว่านั้นนะ เราอาจจะไม่ชอบลุงตู่ ไม่ได้ชอบทักษิณ เคยไปเป่านกหวีดแต่ไม่ได้อินกับมือตบ เคยเลือกพรรคประชาธิปัตธิ์แต่เลือกตั้งครั้งที่แล้วเลือกพรรคอนาคตใหม่ก็ได้ (เอ๊ะ! พรรคนี้ชื่อคุ้นๆ เราเคยมีพรรคการเมืองชื่อนี้ใช่มั้ยนะ มาไวไปไวเหลือเกิน) แล้วอย่างนี้จะเลเบลจะเอาป้ายอะไรมาติดดี ความคิดความเชื่อคนเรามีหลายด้านหลายมุม และเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ถ้าวันนึงเค้าจะคิดไม่เหมือนเดิมหรือแสดงความคิดเห็นที่เราไม่คิดมาก่อนว่าเค้าจะคิดแบบนี้ เราก็ไม่มีสิทธิที่จะไปตัดสินอะไรเค้า

อะไรชอบก็ว่าดี อะไรไม่ชอบก็บอกว่าไม่ดี จะวิจารณ์ก็ทำได้แต่อย่าไปด่ากัน

ถ้าไม่ไหวจริงๆจะด่าบ้างก็ได้แต่อย่าแรง…

SHARE
Writer
True_Maii_eye
Traveling Dreamer
Story telling through my perspectives...based on my belief that everything happens for a reason ♥

Comments

ongsa
3 months ago
คนเราเดี๋ยวนี้ตัดสินกันเร็วไป เหมือนเคสที่ผ่านมาไม่นาน ที่แกรปดราม่าร้องไห้ลูกค้าไม่รับของ คนก็ไปรุมด่าคนสั่งทันที ทั้งที่ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมากมาย
ด้านการเมือง เรามองว่า การมีกติกาที่ดี องค์กรกลางทำตัวได้เหมาะสม จะช่วยปัญหาการขัดแย้งได้ดีนะ ถ้ากติกาดี ตัดสินทุกอย่างได้ดี องค์กรกลางไม่เอนข้าง คนจะเคารพกติกา แต่การเมืองสมัยใครเป็นใหญ่ก็มักเปลี่ยนกฏหมายเข้าข้างพวกตัวเองเสมอ องค์กรกลางก็มักเอียงไปกับผู้มีอำนาจ และเวลาเราอยู่อีกฝั่งรู้สึกไม่ยุติธรรม เราก็เลือกที่จะเล่นนอกกฏหมาย วนไปวนมา ไม่จบสักที
Reply
True_Maii_eye
3 months ago
ช่าย กติกาเปลี่ยนได้ตลอดตามคนที่มีอำนาจนี่ไม่โอเคเลย แต่ที่เราว่าต้องยอมรับคนที่คิดเห็นไม่เหมือนเราคือ ถึงเราจะเห็นว่าคนที่กำลังมีอำนาจในแต่ละช่วงจะใช้อำนาจไปในทางที่ผิดหรือไม่ถูกใจเราขนาดไหน แต่มันมีคนที่ชอบแบบนั้นและเห็นด้วยอยู่จริงๆ...