วันแรกๆ ในมหาวิทยาลัยของ “ผู้ชายเตี้ยคนหนึ่ง”
หมายเหตุ ชื่อบุคคลในข้อเขียนนี้เป็น “นามสมมติ” ทั้งสิ้น 

11 พฤษภาคม 2553 คือวันที่ผมเริ่มต้นชีวิตการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ

ผมเป็น “เด็กสอบตรง” รุ่นแรกของคณะ ดังนั้น ในวันประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่จัดโดยทบวงมหาวิทยาลัย (ก่อนที่ต่อมา ทบวงนี้จะถูกยุบไปรวมกับกระทรวงศึกษาธิการ แล้วแตกออกมาเป็นกระทรวงอุดมศึกษาฯ ในปัจจุบัน) ซึ่งผมลืมไปแล้วว่ามันเรียกว่าอะไร (แต่เหมือนจะไม่ใช่ทั้งเอ็นทรานซ์และแอดมิสชั่น) ผมจึงไม่ได้ไปเจอพี่ๆ และบรรดาเพื่อนใหม่ร่วมคณะ เพราะ “ผลสอบตรง” นั้นถูกประกาศออกมาเรียบร้อยตั้งแต่ช่วงก่อนผมจะจบ ม.6 เสียอีก

นั่นทำให้ผมพลาดพิธีกรรมจับฉลากเข้าสังกัดโต๊ะต่างๆ (ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของนักศึกษาทุกคนในคณะ)

ดูเหมือนปีนั้น การติดต่อประสานงานกับ “เด็กสอบตรง” รุ่นแรก จะยังไม่ค่อยลงตัวนัก นอกจากพวกเราจะไม่ทราบเรื่องการจับฉลากเข้าโต๊ะแล้ว ก็ไม่มีใครมาแจ้งว่าพวกเราควรเข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น การซ้อมร้องเพลงเชียร์ และการมาเจอพี่ๆ เพื่อนๆ ใน “วันแรกพบ” หรือไม่

โชคดี ที่ผมมีเพื่อนร่วมโรงเรียนมัธยมคนหนึ่ง ซึ่งเอ็นทรานซ์ติดคณะเดียวกัน ผมจึงคอยโทรศัพท์ติดตามข่าวสารจากมัน และตัดสินใจไปร่วมซ้อมร้องเพลงเชียร์และร่วมกิจกรรมวันแรกพบเช่นเดียวกับเพื่อนส่วนใหญ่

.....

ผมเคยเป็นเด็กผู้ชายตัวโตที่จบชั้นประถมศึกษาด้วยส่วนสูงเกือบๆ 160 เซนติเมตร ผู้ใหญ่ใกล้ตัวหลายคนทำนายเอาไว้ว่า เมื่อขึ้นมัธยม ผมจะเข้าสู่ภาวะ “ยืดตัว” และน่าจะสูงถึงระดับ 180 ได้แบบสบายๆ ภายในช่วง ม.3-4

แต่แล้วอาจจะด้วยความที่ผม “แตกเนื้อหนุ่มเร็ว” (คือเริ่มรู้จักปลดปล่อยความต้องการฯ ของตัวเองตั้งแต่ก่อนจบ ป.6) พัฒนาการความเจริญเติบโตของผมมันจึงชะลอลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยและน่าใจหาย

ผมสูงผ่านหลัก 160 มาได้ ตอน ม.1 ผ่านหลัก 165 ตอน ม.2

แต่ผมกลับต้องใช้เวลานานหลายปีมาก กว่าจะสูงเกิน 170 เซนติเมตร

ผมจบ ม.6 ด้วยส่วนสูง 171 เซนติเมตร และกลายเป็นคนใน “โซนตัวเตี้ย” ของรุ่นไปโดยปริยาย

ที่สำคัญ ผมยังเตี้ยกว่าครูผู้หญิงในโรงเรียนอยู่ 1-2 ท่าน เตี้ยกว่าเพื่อนผู้หญิงบางรายที่เจอตามโรงเรียนสอนพิเศษ และเตี้ยกว่าเพื่อนผู้หญิงบางคนสมัยประถม

ผมอยากรู้เหมือนกันว่าในโลกใบใหม่ที่เรียกว่ามหาวิทยาลัยนั้นจะมีผู้หญิงที่สูงกว่าผมสักกี่คน?

.....

แล้วผมก็เข้าไปคณะในวันซ้อมร้องเพลงเชียร์

ระหว่างการซ้อมร้องเพลงและเรียนรู้วิธีการรายงานตัวในแบบฉบับเฉพาะของชาวคณะ สายตาผมดันจับจ้องไปยังเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมีผิวสีขาวสว่าง เรือนร่างของเธอทั้งบอบบางและสูงสง่าไปพร้อมๆ กัน ยิ่งเมื่อเธอสวมรองเท้าส้นสูง (คงประมาณ 2 นิ้วมั้ง) มาร่วมกิจกรรม ความสูงของเธอก็ยิ่งโดดเด่น กระทั่งเธอสูงกว่าเพื่อนและพี่ผู้ชายจำนวนมาก แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นย่อมต้องเป็นผม ซึ่งเตี้ยกว่าเธออย่างขาดลอย

ผมยังไม่มีโอกาสทักทายกับเพื่อนผู้หญิงคนนั้น ได้แค่จดจำเธอไว้ในใจ

หลังซ้อมเพลงเชียร์เสร็จ ผมก็ได้ทราบชื่อโต๊ะที่ตัวเองจะต้องเข้าไปสังกัด (มีรุ่นพี่จับฉลากเลือกโต๊ะแทนผมเรียบร้อยตั้งแต่วันประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยของทบวงฯ) แล้วก็มีรุ่นพี่โต๊ะที่กำลังจะขึ้นปี 2 มารับตัวผมและเพื่อนๆ ร่วมโต๊ะ (ซึ่งมาซ้อมเพลงเชียร์ไม่ครบทุกคน) ไปกินข้าว

เพื่อนผู้ชายร่วมโต๊ะของผมนั้นมีแค่สองคน และพวกมันล้วนสูงเกิน 180 ทั้งคู่ ขณะที่เพื่อนผู้หญิงซึ่งไม่มาครบ ส่วนใหญ่ก็ตัวเล็กกว่าผม แต่มีเพื่อนชื่อ “น็อต” ซึ่งมีความสูงพอๆ กับผม โดยไม่ต้องพึ่งพารองเท้าส้นสูงใดๆ

รุ่นพี่โต๊ะปี 2 ที่แอคทีฟมากเป็นพิเศษและคอยดูแลผมกับเพื่อนๆ เป็นอย่างดี มีชื่อว่า “พี่แนน”  

วันนั้น พี่แนนใส่รองเท้าส้นตึกสูงราว 4 นิ้วเห็นจะได้ จากปกติที่เธอสูงประมาณ 164-165 อยู่แล้ว ส่วนสูงของเธอเลยขยับขึ้นเป็น 170 กลางๆ

“ดีนะ ที่พวกเธอสองคนตัวสูง เพราะระยะหลังๆ โต๊ะเรามีแต่ผู้ชายไซส์เล็ก” 

พี่แนนพูดกับเพื่อนผู้ชายสองคนของผม โดยน่าจะอ้างอิงถึงพี่ผู้ชายร่วมโต๊ะในรุ่นของเธอ ซึ่งมีอยู่แค่สองราย

รายแรก ตัวเตี้ยกว่าผมเสียอีก และน่าจะสูงประมาณ 160 กลางๆ ส่วนรายหลัง น่าจะสูงกว่าผมเล็กน้อย แต่คงไม่ถึง 175

ก่อนที่พี่แนนจะหันมาพูดกับผม 

“ส่วนเธอก็ตัวสูงตามมาตรฐานผู้ชายโต๊ะเรา เฮ่อ! อย่างน้อยพี่ก็ยังตัวสูงกว่าเธอ ถือว่าใส่ส้นตึกมาไม่เสียเที่ยวจริงๆ”
 
…..

เป็นวันที่ 11 พฤษภาคม เมื่อ 20 ปีก่อน ที่ผมเข้าร่วมกิจกรรมวันแรกพบของคณะ

มาถึงตอนนี้ ผมจดจำรายละเอียดอื่นๆ ไม่ได้มากเท่าไหร่ ยกเว้นประเด็นสำคัญที่ผมสนใจ

ในที่สุด ผมก็ได้เจอเพื่อนๆ ร่วมโต๊ะครบถ้วนทุกคน นอกจากเพื่อนผู้ชายตัวโย่งคู่นั้นแล้ว ผมยังพบว่ามีเพื่อนผู้หญิงในโต๊ะอีกสามคนที่ตัวสูงกว่าผมด้วยเงื่อนไขแตกต่างกันไป

วันนั้น น็อตใส่รองเท้าส้นสูงสองนิ้ว ซึ่งนั่นก็เพียงพอจะทำให้เธอตัวสูงเหนือผมชัดเจน

ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่ชื่อ “คิม” ซึ่งตัวสูงพอๆ กับน็อต ด้วยรองเท้าส้นสองนิ้วคล้ายคลึงกัน

ท้ายสุด ผมได้เจอ “จอย” เพื่อนนักวอลเลย์บอลโควตาช้างเผือกนักกีฬา ที่มีความสูง 175-176 เซนติเมตร เห็นจะได้

ผมยังเฝ้าสังเกตการณ์บรรดาเพื่อนผู้หญิงจากโต๊ะอื่นๆ และพบว่าคงมีอีกประมาณสิบคน ที่น่าจะตัวสูงกว่าผม (ทั้งที่สูงกว่าจริงๆ โดยธรรมชาติ และสูงกว่ายามใส่รองเท้าส้นสูง)

ทว่าที่สะดุดตาผมมากที่สุด ก็ยังคงเป็นเพื่อนผู้หญิงร่างสูงสง่า ที่ผมแอบมองเธอมาตั้งแต่วันซ้อมร้องเพลงเชียร์

ในวันแรกพบ เธอยังใส่รองเท้าส้นสูงมาร่วมกิจกรรม จนมีเรือนร่างสูงตระหง่าน ขณะที่เพื่อนผู้หญิงข้างกายเธอ ซึ่งสวมรองเท้าส้นสูงปรี๊ด ก็มีความสูงใกล้เคียงกัน

ขนาด “ไอ้พล” เพื่อนผู้ชายร่วมโต๊ะของผม ที่สูงเกือบๆ 185 ก็ยังรู้สึกว่าเพื่อนผู้หญิงคู่นี้ตัวสูงมาก จนมันแอบตั้งฉายาให้พวกเธอว่า “เปรตวัดสุทัศน์” 

ผมไปสืบความจนได้ทราบว่าเพื่อนผู้หญิงร่างสูงที่ตนเองประทับใจมาตั้งแต่วันก่อน มีชื่อว่า “เร” ส่วนเพื่อนคนข้างๆ เธอชื่อ “แพรว” 

ผมประมาณการเอาเองว่าเรน่าจะสูงถึงระดับ 175 ส่วนแพรวนั้น คงต้องรอดูตอนเธอไม่ใส่รองเท้าส้นแหลมสูงอีกครั้งหนึ่ง

…..

แล้วผมกับเพื่อนๆ ร่วมคณะ ทั้งที่อยู่โต๊ะเดียวกันและต่างโต๊ะ ก็เรียนหนังสือด้วยกันไปเรื่อยๆ กระทั่งจบการศึกษา

ระหว่างนั้น ผมได้ตามเก็บข้อมูลส่วนสูงของบรรดาเพื่อนผู้หญิงร่างโย่งๆ มาอย่างครบครัน

นอกจากจอยที่สูง 175-176 ก็ยังมีเพื่อนที่สูง 174, 173 และ 172 อีกประมาณ 5-6 คน

น่าแปลกใจที่เร ซึ่งผมเคยนึกว่าน่าจะเป็นเพื่อนผู้หญิงที่ตัวสูงที่สุดของรุ่นคู่กับจอย กลับบอกว่าตัวเธอเองมีส่วนสูงแค่ 172 เซนติเมตรเท่านั้น (ส่วนแพรว เพื่อนสนิทของเธอ ก็สูงประมาณ 167-168 ยามปราศจากรองเท้าส้นสูง)

น่าสนใจว่าช่วงก่อนจบมหาวิทยาลัย ผมไปทำพาสปอร์ตเล่มใหม่และวัดส่วนสูงได้ 172 เซนติเมตร ครั้นต่อมา เวลาไปตรวจสุขภาพประจำปี ส่วนสูงส่วนใหญ่ของผมก็มักเป็น 172 (มีหล่นไป 171 แค่ครั้งเดียวเมื่อหลายปีก่อน) หรือในพาสปอร์ตเล่มล่าสุด ความสูงของผมก็ยังคงตัวอยู่ที่ 172

แต่ผมกลับไม่เคยรู้สึกว่าตนเองตัวสูงเท่าเรเลย

คราวหนึ่ง ผมและเพื่อนๆ ร่วมรุ่น รวมทั้งเร ไปสังสรรค์กันที่ร้านอาหารริมแม่น้ำ ซึ่งพวกเราทุกคนต่างต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องจัดเลี้ยง/ร้องเพลง

แต่ปรากฏว่าวันนั้น ผมก็ยังคงต้องเงยหน้าสบตาเรเมื่อยืนสนทนากับเธอ หรือพอเราถ่ายรูปคู่กัน ภาพที่ถูกอัดออกมาก็เป็นหลักฐานประจักษ์ชัดซึ่งบ่งบอกว่าเรตัวสูงกว่าผม

ในการเจอกันครั้งล่าสุดเมื่อปีสองปีก่อน เรซึ่งใส่รองเท้าส้นสูง 1 นิ้วครึ่ง ก็ยังตัวสูงกว่าผมที่ใส่รองเท้าหนังส้น 1 นิ้ว อยู่ประมาณ 2-3 เซนติเมตร

ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองสูงไม่ถึง 172 หรือว่าจริงๆ แล้ว เรตัวสูงเกิน 172 กันแน่? 
SHARE

Comments

RedRum
3 months ago
เรารุ่นเดียวกัน 55 ปล.เรื่องแตกเนื้อหนุ่มเร็วนี่จริงเหรอ แต่ตอนผมม.1 ม.2 ก็สูงช้าลงชัดเจน แต่ผมก็ไม่ยอม ทั้งไม่ยอมหยุดแตก และไม่ยอมหยุดกินนม เล่นบาสด้วย ดีที่หยุดที่ 178 ครับ
Reply