จงทำเมื่อมีโอกาส จงอย่าพลาดสิ่งสำคัญในชีวิต
หากจะบอกว่าสิ่งหนึ่ง ที่เจ็บปวดใจมากที่สุด “การจากลา” ก็นับว่าเป็นสิ่งหนึ่งนั้น   คงไม่ผิดนัก

สิ่งที่ผู้คนทุกคนกลัวกันลึกๆภายในจิตใจ คือการจากลาความสัมพันธ์กับใครสักคนผู้เป็นที่รัก
ยิ่งความสัมพันธ์นั้นแน่นแฟ้นมากเพียงใด หยาดน้ำอุ่นที่ร่วงหล่นลงก็มากไม่แพ้กัน


คนสวยของผม
คนสวยของผมคนนี้ย้อมสีผมตามแบบฉบับธรรมชาติ "สีดอกเลา" ดวงตาเป็นประกายดั่งหยาดน้ำค้างที่ถูกแสงอาทิตย์กระทบในยามเช้า นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นเมื่อผมพบเจอเมื่อไรก็รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจทันที ผิวสีน้ำผึ้งที่เหี่ยวแห้ง รูปร่างอ้วนท้วม เสื้อคอกระเช้าสีธรรมชาติ ทาเล็บสีกะปิอ่อนที่สุดแสนจะชื่นชอบ พร้อมแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้าย

นักสู้ชีวิต
ย่าของผม เป็นนักสู้ชีวิต เป็นหญิงสาวชาวสวน เป็นแม่ค้าขายผัก ทำน้ำตาลปี๊บขาย มีท่าเรือขนาดกลางๆไว้ขึ้นสินค้าผักผลไม้ มีลูก 6 คน มีลูกสะใภ้ ลูกเขย หลาน เหลน รวมๆแล้ว 34 คน ต่อสู้จากการเป็นโรคร้าย “โรคมะเร็ง” สู้พักรักษาตัว ผลัดเปลี่ยนโรงพยาบาลรักษาพร้อมจิตใจที่เข้มเเข็ง ดั่งนักมวยเมื่อขึ้นชกบนสังเวียน ย่อมสู้สุดแรงกายเพื่อคว้าชัยชนะ และย่าคือผู้ชนะโรคร้ายนี้ จนผ่านมา 10 ปี แต่ก็ต้องเข้าเวียนบ้านและโรงพยาบาลตามหมอนัด

ใคร คือ คนที่สำคัญที่สุด
งานใด คือ งานที่สำคัญที่สุด
เวลาใด คือ เวลาที่สำคัญที่สุด

จนถึงช่วงวัย 73 ปี เมื่อวันที่ 27/04/2020 บางสิ่งที่ผิดปรกติก็เกิดขึ้นกับย่า ไม่อยากอาหาร เซื่องซึม ขาบวมเปล่ง ราวกับผิวหนังนั้นจะปริแตกออกเสียให้ได้ แพทย์วินิจฉัยได้ว่า ย่ามีก้อนเลือดอุดตันที่ขา ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ จึงพักรักษาตัว 5 วัน มีอาการที่ดีขึ้นอย่างมาก ราวกับว่าฟ้าสงบก่อนพายุ วันที่ 6 ก่อนหมอสรุปโรค และให้ย่ากลับบ้านได้ ย่าก็บ่นบ่อยๆว่าอยากกลับบ้านๆ

พายุได้พัดผ่านเข้ามา
เมื่อเข้าค่ำคืนสนธยาในวันเดียวกันที่หมอให้กลับบ้านได้ กายาของย่าที่สู้ดีนั้นกลับค่อยๆหมดแรงลงและบอกอาที่มาเฝ้าให้โทรหาลูกๆหลานๆเพื่อพบเจอหน้าเป็นครั้งสุดท้าย และในทันทีที่ลูกหลานมาหาเพื่อบอกลาย่ากันครบทุกคน 
กายาที่อิดโรยราวกับเรือที่กำลังแตกออกนั้น ได้หายใจเข้าพร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้าย  ทำให้ลูกหลานนั้นต่างหยุดนิ่ง สมองหยุดคิดทุกสิ่งอย่าง หูนั้นอื้ออึง และรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าที่กลางอก หยาดน้ำอุ่นๆก็พลั่งพรูออกเป็นสาย เสียงสูดจมูกดังไปทั่วทั้งห้อง พร้อมเสียงบอกว่า แม่/ย่า ไปสบายแล้ว


หากชีวิตและความตายเป็นสิ่งสามัญ
ก็นับได้ว่าเป็นสิ่งสามัญที่สวยงาม

ทันทีที่ผมรับรู้ได้ว่าย่าได้จากไปอย่างสงบภายในห้องของย่าเอง ความทรงจำหนึ่งก็ผุดขึ้น และฉายฉากสุดท้ายของความทรงที่ผมและย่ามีร่วมกัน

ย้อนกลับไปราวๆ 1 อาทิตย์ก่อนที่ย่าจะเข้าโรงพยาบาล ผมได้สั่งซื้อพิมพ์ขนมครก และได้ปรับเปลี่ยนสูตรจนได้สูตรที่เหมาะสมที่สุดและดีที่สุด จากนั้นจึงได้ฝากญาติให้นำขนมครกที่ยังอุ่นร้อนนี้ไปให้ย่ากิน และย่าได้โทรมาหาผม

ย่า : นี่เอ็ง! เอ็งรู้ไหมขนมครกที่เอ็งทำ ผิวกรอบๆแบบนี้ รสชาติหวานมันเค็มแบบนี้ ย่าอยากกินมาเป็นสิบๆปีแล้ว

ผม : 555 ขนาดนั้นเลยหรอย่า

ย่า : เออ เอ็งมีพิมพ์ขนมครก ทำขนมครกได้ ไว้วันไหนมาหาย่า และมาสอนย่าทำมั่ง ย่าอยากกินอีก (พูดด้วยน้ำเสียงดีใจ)

ผม : โอเคๆ ได้ๆย่า เดี๋ยวหนูเข้าไปทำขนมครกให้

หลังจากนั้นอีกสองสามวัน ผมจึงฉุดคิดในใจขึ้นได้ว่า “พิมพ์ขนมครกก็มี วัตถุดิบก็พร้อม ถ้าไม่ไปทำให้ย่าวันนี้ แล้วจะไปทำให้ย่าวันไหนมีโอกาสแล้ว มีเวลาแล้ว ทำให้ดีอย่าปล่อยให้มันค้างคาใจ”

ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าขนมที่ย่าอยากกินมาเป็นสิบๆปี คือขนมครกแบบที่ผมทำให้ย่ากินเป็นครั้งสุดท้าย และทำให้ผมตระหนักรู้เห็นถึงความสำคัญของเวลา ว่าเวลาของเรานั้นมันไม่แน่นอนเลย เหมือนนักยิมนาสติกที่กำลังเดินไต่เชือก ที่ยืนอยู่บนความไม่แน่นอน หากพลาดพลั้งก็ถึงแก่ชีวิต จึงต้องให้ความสนใจ มีสมาธิที่จะทรงตัวก้าวต่อไปข้างหน้า

คนที่สำคัญที่สุด คือ คนที่อยู่ข้างหน้าเรา
งานที่สำคัญที่สุด คือ งานที่กำลังทำอยู่
เวลาที่สำคัญที่สุด คือ เวลาปัจจุบัน
The three questions : Leo Tolstoy
 

SHARE
Writer
Shizen
Student
Nothing, isn't mean "Nothing"

Comments